มีช่วงลง ให้ซื้อเมื่ออ่อนตัว
KGI ประเมินตลาดหุ้นไทยวันศุกร์จะอ่อนตัวลง แต่ทางลงจะน้อยเพราะต่างชาติน่าจะซื้อ
หุ้นไทยอยู่จิตวิทยาทั้งต่างประเทศและในประเทศเปลี่ยนเป็นลบในระยะสั้น หลังสหรัฐฯ รายงาน
ตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สูงขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาด และยุโรปรายงานตัวเลขภาค
การผลิตและภาคบริการในเดือน ก.ย. อ่อนลงเช่นกัน ขณะที่ในประเทศนั้นไม่มีข่าวร้ายที่ร้าย
จริงๆ แต่มีข่าวที่รบกวนจิตวิทยาการลงทุนได้ เช่นการที่ กลต. จะตรวจสอบการสร้างราคาหุ้นผ่าน
ระบบซื้อขายแบบอินเตอร์เนทการกำหนดมูลค่าซื้อขายของพอร์ต บล. ต่อวันไม่เกิน 75% ของ
ส่วนผู้ถือหุ้นของ บล. นั้น หรือว่าการที่หุ้นกลุ่มสื่อสารบางตัวเช่น TRUE* อาจถูกบังคับขายหลัง
ร่วงแรง และอาจกระทบหุ้นเก็งกำไรตัวอื่นๆ เป็นต้น
KGI มองว่าดัชนีฯ จะมีช่วงอ่อนลงทดสอบแนวรับทางเทคนิคที่ 944 จุด และถัดไปที่
937 จุดคาดว่าทางลงจะจำกัดเนื่องจากนักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มเข้ารับหุ้นต่อไป เนื่องจาก
ธปท. ยังคงส่งสัญญาณย้ำๆ ถึงความจำเป็นของการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ส่งผล
ให้แนวโน้มเงินบาทแข็งต่อ และการที่ตัวเลขสหรัฐฯ แย่ลงนั้นก็เป็นการเพิ่มความเป็นไปได้ที่
มาตรการเสริมสภาพคล่องสหรัฐฯ จะออกมาเร็วกว่าเดิมด้วย
กลยุทธ์: ยังคงแนะนำให้ถือพอร์ตหุ้นหลัก เนื่องจากมองว่าตลาดมีทางลงไม่มาก หากมี
อ่อนตัวจริงแนะสะสมหุ้นที่เป็นเป้าหมายของต่างชาติเช่น BBL*, PTTCH*, BANPU*, SCC*
รวมทั้งหุ้นที่มีแนวโน้มอุตสาหกรรมแข็งแกร่งเช่น HEMRAJ, AMATA รวมทั้งหุ้น AOT* เป็น
ต้น
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. สายนโยบายการเงิน ให้ความเห็นว่า
อัตราดอกเบี้ยนโยบายในขณะนี้อยู่ในระดับต่ำเกินไป หากปล่อยให้อยู่ในระดับต่ำนาน
เกินไปจะสร้างความไม่สมดุลต่อระบบการเงิน ภายใต้กรอบนโยบายการเงิน อัตราดอกเบี้ยมีไว้
ดูแลเสถียรภาพระบบราคา และเสถียรภาพระบบการเงิน ไม่ให้เกิดความไม่สมดุล ไม่ได้ใช้
ดอกเบี้ยดูแลอัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจากปัจจุบัน จะไม่เป็นสาเหตุหลักที่ดึงให้เงิน
ทุนไหลเข้ามาในประเทศ เราคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
นโยบายขึ้นอีกครั้งละ 0.25% ในการประชุมที่เหลืออีก 2 ครั้งในปีนี้ จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ย
นโยบาย ขึ้นมาอยู่ที่ 2.25% สิ้นปี และ ยังขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องในปีหน้า โดยการฟื้นตัวของ
ความต้องการในประเทศและการขยายตัวภาคการลงทุนเป็นปัจจัยหลักผลักดันให้เงินเฟ้อพื้นฐาน
เพิ่มขึ้นใกล้ 3.0% ในปีหน้า
กระทรวงอุตสาหกรรมยื้อออกใบอนุญาตโครงการที่ไม่เข้าข่าย 11 กิจการรุนแรง เนื่อง
จากเกรงว่าจะถูกโจมตี หากออกให้รายหนึ่งรายใดก่อน จึงรอออกออกให้ในคราวเดียว โดย
ขณะนี้ มีกิจการที่รอการออกใบอนุญาต 22 กิจการ ประเด็นข่าวนี้อาจก่อให้ความกังวลบ้างเกี่ยว
กับความล่าช้าของการได้รับใบอนุญาตโครงการอย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าความล่าช้าดังกล่าวไม่น่า
จะยืดเยื้อยาวเกินไป โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องในกลุ่ม PTT* และ SCC* ที่ได้มีการยื่นขอ
ใบอนุญาตไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และ เชื่อว่าโครงการส่วนใหญ่จะ
สามารถเปิดดำเนินการได้ในช่วงปลายปีนี้
รมว.ไอซีที คาดว่าในสัปดาห์หน้าสภาจะลงมติเรื่องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมสองสภา
เพื่อร่วมกันพิจารณาร่างแก้ไข พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นฯ โดยตั้งเป้าหมายจะทำให้เสร็จภายใน 2
สัปดาห์ เพื่อให้ทันประกาศใช้ภายในสิ้นปีนี้ และในต้นปี 2554 น่าจะมีกระบวนการตั้ง กสทช.และ
สรรหา กรรมการกสทช.ได้ ส่วนในประเด็นของการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญนั้น ภายในต้น
สัปดาห์หน้าจะหารือกับฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อดูว่าจะให้องค์กรใดเป็นผู้ยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
เพื่อให้วินิจฉัยว่า กทช. มีอำนาจเปิดประมูลใบอนุญาต 3G หรือไม่
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/09/10 เวลา 9:19:27
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น