วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 01/10/53

คาดมีลุ้นเป้าหมาย 980-990 จุดได้ แต่ยังต้องระวังจังหวะแกว่งผันผวนอยู่!!
แนวโน้ม: แม้ตลาดหุ้นฝั่งยุโรปและสหรัฐจะปิดเป็นลบ แต่จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ค่อนข้าง
สดใสของสหรัฐ และการเปิดเป็นบวกของตลาดหุ้นในภูมิภาค รวมทั้งตัวเลขเศรษฐกิจของไทย
เดือน ส.ค. ที่ยังขยายตัวได้ดี น่าจะยังเป็นแรงดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างประเทศให้มีเข้ามา
ต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเริ่มเข้าสู่ช่วงลุ้นผลประกอบการไตรมาส 3/53 ของ บจ. ต่างๆ แล้ว ทำให้
FSS คาดว่า SET มีแนวโน้มที่จะยังเดินหน้าต่อเนื่องได้ โดยคาดว่า SET มีโอกาสขยับขึ้นไป
แถว 980-990 จุดในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตามยังคาดหมายว่าตลาดจะยังมีลักษณะแกว่งตัวผันผวน
เป็นระยะๆ จากแรงขายทำกำไรเนื่องจากการขยับขึ้นมาค่อนข้างร้อนแรงของตลาดหุ้นไทย ดังนั้น
จึงยังแนะนำให้เลือกซื้อเป็นรายหลักทรัพย์อยู่ ส่วนหุ้นที่ขยับขึ้นมาแรงมากก็มีโอกาสที่จะแกว่งตัว
ย้อนลงได้ จึงควรรอทยอยเข้ารับในจังหวะพักตัวกลับลงจะปลอดภัยกว่าการซื้อตามทันที
กลยุทธ์: จึงยังแนะนำให้แบ่งส่วนขายทำกำไรบ้างเมื่อตลาดขยับขึ้น และจังหวะเลือกหุ้น
เข้ารับยังน่ารอเมื่อตลาดปรับตัวลง โดยหุ้นที่ยังน่าสนใจและราคาต่ำกว่าราคาตามพื้นฐานมากๆ
ได้แก่ SIRI, LPN, BCP, IRPC, GLOW, KCE, TASCO, HANA, GFPT, AMATA,
PTTEP, DTAC, SPALI, DELTA, VNG, ADVANC, TTCL, CPALL, PS, GLOBAL,
TTW และ PTTAR เป็นต้น

ประเด็นสำคัญวันนี้
(+) หุ้นเด่นแนะนำเดือน ต.ค.ได้แก่ BANPU, PTTEP, SCB, STEC, TUF แม้ว่า
ตามสถิติแล้ว เดือน ต.ค. จะเป็นเดือนที่ต่างชาติขายมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากเดือน ธ.ค. แต่
การประชุมของ ECB, BOE, BOJ, BOK เดือนนี้ที่น่าจะตรึงดอกเบี้ย (ของไทยมีแนวโน้มว่าจะ
ขึ้น 0.25%) รวมทั้งการประชุม Fed ต้นเดือนหน้าที่ตลาดคาดว่าจะมี QE2 กลับเป็นข่าวบวกกับ
สินทรัพย์เสี่ยงและมีโอกาสเกิด Dollar carry trade จึงเชื่อว่าตลาดในเดือน ต.ค. มีโอกาส
ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปหา 1,000 จุดแต่ยิ่งเข้าใกล้ระดับดังกล่าว ความผันผวนจะยิ่งมากขึ้น คาดว่า
แบงก์จะเป็นกลุ่มที่โดดเด่นเพราะประกาศงบฯ 20 – 21 ต.ค. รวมทั้งหุ้นรายตัวใน Real
sector ที่จะเริ่มมีการคาดการณ์ประมาณปลายเดือน
(+) เศรษฐกิจไทยเดือน ส.ค. ยังขยายตัวดี การบริโภคและการลงทุนขยายตัวดี แต่การ
ส่งออกเริ่มชะลอตามคาด ซึ่งทำให้ภาคการผลิตชะลอด้วย แต่ภาพรวมยังดูดี
(+) ธปท. อาจปรับประมาณการ GDP ขึ้นในวันที่ 20 ต.ค. นี้
(-) รมว.ไอซีทียืนยัน พ.ร.บ.กสทช.คลอดสิ้นเดือน พ.ย. นี้ ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แม้
พ.ร.บ.กสทช. จะผ่าน ยังมีกระบวนการจัดตั้ง กสทช. (6 เดือน) จัดทำแผนแม่บทและแผนบริหาร
คลื่นความถี่ (6 - 8 เดือน) เตรียมประมูล 3G (6 เดือน) การประมูลจะเกิดขึ้นในปี 2012 เป็น
อย่างเร็ว ส่วน 3G ของทีโอที ถ้าทำได้จริง เป็นข่าวบวกกับ JTS, JAS, SAMART,
SAMTEL, AIT, LOXLEY
(-) GSTEEL ประชุมเจ้าหนี้วันนี้ ลุ้นว่าจะยอมรับแผนการปรับโครงสร้างหนี้หรือไม่
หรืออาจเลื่อนหากไม่ครบองค์ประชุม แม้เจ้าหนี้จะแปลงสภาพทั้งหมด แต่ไม่ได้แก้ปัญหาสภาพ
คล่องที่ตึงตัว ไม่แนะนำ GSTEEL
Fund Flow วานนี้ยังไหลเข้าตลาดหุ้นภูมิภาคต่อเนื่อง แม้มีปัจจัยลบจากการปรับ
เครดิตเรดติ้งประเทศสเปน รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ค่อนข้างชะลอตัว แต่ก็เป็นสาเหตุที่
ทำให้กระแสเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้าตลาดที่มีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนสูง นอกจากนี้
การประกาศตัวเลขดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมของจีนที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจีนจะนโยบาย
ยืดหยุ่นทางการการค้ากับสหรัฐ ทำให้สหรัฐค่อนข้างที่จะผ่อนคลายหรือกดดันให้จีนแข็งค่าเงิน
หยวนในช่วงนี้ ดังนั้นแนวโน้มกระแสเงินทุนจากต่างชาติก็จะยังไหลเข้าตลาดหุ้นภูมิภาค ประกอบ
กับค่าเงินในภูมิภาค และค่าเงินยูโรยังแข็งค่าต่อเนื่อง เช้านี้ค่าเงินบาทยังแข็งค่าทำสถิติใหม่
อย่างต่อเนื่อง

Technical View :
“ดัชนียังอยู่ระหว่างทดสอบแนวต้านแถว 980 จุด ต้องผ่านขึ้นถึงจะมีลุ้นขยับหาแนวต้าน
ถัดไปให้ทำกำไรได้ แต่ถ้ายังไม่ผ่านก็ต้องระวังย้อนลงหาแนวรับต่างๆ ไว้ด้วย...”
แนวรับ : 968-965*** , 955-953* , 942-937**
แนวต้าน : 976-980** , 990***

Technical Picks:
SAMTEL (Bt 10.80 เป้าเทคนิค 12-13 cut loss ถ้าหลุด 10)
CENTEL (Bt 5.50 เป้าเทคนิค 6.20 cut loss ถ้าหลุด 5.20)
IFS (Bt 1.47 เป้าเทคนิค 1.60-1.70 cut loss ถ้าหลุด 1.42)




เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/10/10 เวลา 9:02:41

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น