วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 29/09/53

กลยุทธ์การลงทุน
Fund Flow ยังหนุนตลาดหุ้นเอเซีย แต่ความเสี่ยงตลาดเพิ่มมาขึ้นเมื่อดัชนีใกล้ 970
จุด ขณะที่ค่าเงิน เอเซีย เริ่มชะลอการแข็งค่า อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ จึงแนะนำให้เลือกซื้อ/
ถือหุ้น เพียงน้อยลง เช่นหุ้น ธ.พ. (BBL, TCAP) สาธารณูปโภค (CK, ITD, BTS) พลังงาน
(BANPU, PTTCH, PTTAR)

ประเด็นการเมือง เริ่มมีน้ำหนักต่อตลาดมากขึ้น แต่อาจจะไม่แย่อย่างที่กังวล
จากที่ฝ่ายวิจัยได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ว่า คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเงินสนับสนุน
พรรคการเมือง 29 ล้านบาท น่าจะทราบผลปลายปีนี้ โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของศาลรัฐ
ธรรมนูญ อยู่ระหว่างสอบพยานฝ่ายผู้ถูกร้อง (พรรคประชาธิปัตย์) ภายหลังจากสอบพยานฝ่ายผู้
ร้อง (อัยการ+กกต.) เสร็จแล้ว โดยวานนี้ได้นัดสืบพยานปากแรกคือ ม.ล. ประทีป จรูญโรจน์ ซึ่ง
เป็นที่ปรึกษา ประธาน กกต. และในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีพรรค
การเมืองกระทำความผิด พ.ร.บ. พรรคการเมือง โดย ม.ล. ประทีปฯ ให้การว่า เชื่อโดยสุจริตใจ
ว่าพรรค ปชป. ไม่ได้กระทำการทุจริต (อ่านรายละเอียดอ่านวิเคราะห์การเมืองใน New Plus
เขียนโดย คุณเทิดศักดิ์ฯ นักวิเคราะห์ทางการเมือง) ขณะที่การสืบพยานนัดสุดท้ายของฝ่ายผู้ถูก
ร้อง น่าจะเสร็จสิ้นในราวเดือน 18 ต.ค. 2553 และคาดว่าผลการตัดสินน่าจะออกมาในปลาย
เดือน ต.ค. – ต้น พ.ย. นี้ จึงคาดว่าคำตัดสินของศาลฯ น่าจะมีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล โดย
หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินให้ยุบพรรคฯ และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคใน
ชุดที่กระทำความผิด โดยไม่มีการยุบสภาฯ ก่อนหน้าที่ศาลฯ จะมีคำตัดสิน จะส่งผลให้เกิดการ
สลับขั้วทางการเมืองได้ และน่าจะกระทบต่อ Sentiment ตลาดหุ้น

Fund Flow เข้ามาแล้วกว่า 5.36 หมื่นล้านบาทในรอบนี้ แรงซื้อน่าจะเริ่มแผ่ว
วานนี้นักลงทุนต่างชาติได้ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ด้วยมูลค่า 2.64
พันล้านบาท ส่งผลให้ยอดซื้อสะสมสุทธิตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค. 2553 ถึงปัจจุบัน สูงกว่า 5.36 หมื่น
ล้านบาทไปแล้ว แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า แรงซื้อโดยรวมในตลาดเพื่อนบ้านเริ่มแผ่วเบาลงอย่าง
มาก ซึ่งเป็นแรงซื้อที่หดตัวครั้งแรกในรอบ 4 วัน (เฉพาะที่รายงาน 6 ประเทศ) โดยมียอดซื้อสุทธิ
เพียง 156 ล้านเหรียญฯ ลดลงราว 60% จากวันก่อนหน้า โดยซื้อตลาดหุ้นไทยสูงสุดถึง 86 ล้าน
เหรียญฯ รองลงมาเป็นไต้หวัน 52 ล้านเหรียญฯ ตามมาด้วยฟิลิปปินส์ 11 ล้านเหรียญฯ
อินโดนีเซีย 8 ล้านเหรียญฯ และเวียดนาม 4 ล้านเหรียญฯ ขณะที่เกาหลีใต้มีแรงขายสุทธิออกมา
เล็กน้อยราว 4 ล้านเหรียญฯ ฝ่ายวิจัยเชื่อว่า Fund Flow จะยังคงไหลเข้าต่อตลอดจนถึงสิ้นเดือน
นี้ (อีก 2 วันทำการ) ตามผลของฤดูกาล แต่อย่างไรก็ตามด้วยระยะเวลาทำการที่เหลือน้อยใน
เดือนนี้ และประกอบกับช่วงเดือน ต.ค. ของทุกปี นักลงทุนต่างชาติมักมีสถานะขายสุทธิ หรือเป็น
ช่วง Fund Flow ไหลออก ดังนั้นแนะนำให้เริ่มระมัดระวังการลงทุนมากขึ้นในช่วงเดือน ต.ค. นี้
เพราะมีความเสี่ยงจาก Fund Flow ไหลออกเพิ่มสูงขึ้น

Fund Flow ยังไหลเข้า แต่เงินสกุลเอเซีย เริ่มชะลอการแข็งค่า
ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา พบว่าการเคลื่อนไหวค่าเงินเอเซีย ยังคงมีแนวโน้มชะลอการ
แข็งค่า และบางแห่งเริ่มทรงตัว ทั้งนี้น่าจะเกิดจากการที่ค่าเงินเอเซียแข็งค่าต่อเนื่องมายาวนาน
นับจากวิกฤติการเงินในยุโรป ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง โดยวานนี้พบว่าค่าเงิน
ของ เปโซ (ฟิลิปปินส์) รูเปียะ (อินโดนีเซีย) หยวน (จีน) ดอลลาร์นิวซีแลนด์ และดอลลาร์สิงคโปร์
เริ่มหยุดแข็งค่า และมีแนวโน้มอ่อนค่า ส่วน สกุลรูปีย์ ดอลลาร์ออสเตรเลีย และ วอน (เกาหลี)
แม้มีทิศทางแข็งค่าแต่ในอัตราชะลอตัว โดยภาพรวม ค่าเงินเอเซียที่เริ่มมีทิศทางชะลอการแข็ง
ค่า บวกกับเงินทุนต่างชาติ ที่คาดว่าจะเริ่มชะลอการไหลเข้าตลาดหุ้นเอเซีย ในช่วงปลายปี หรือ
นับตั้งแต่เดือน ต.ค. เป็นต้นไป อันเป็นผลของฤดูกาล น่าจะส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยนับจากนี้มี
ลักษณะของการแกว่งตัวออกด้านข้าง

ราคาหุ้น SAMTEL เต็มมูลค่าให้ Switch ไปเข้า ADVANC ซึ่งมีศักยภาพที่ดีกว่า
บ่ายวานนี้ รมว. กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร ได้อนุมติให้ TOT ลงทุน 1.9 หมื่น
ล้านบาท ในการลงทุนโครงข่าย 3G (ภายใต้คลื่นความถี่ 1900 เมกะเฮิร์ซ) เพื่อขยายพื้นที่ให้
บริการจากปัจจุบัน 4,700 สถานี เป็น 5,400 สถานี ให้ครอบคลุมพื้นที่ กทม. และจังหวัดอื่นๆ
รวม 12-15 จังหวัด หากขบวนการทุกอย่างเสร็จสิ้นตามแผน น่าจะสามารถให้บริการดังกล่าวได้
ภายใน 6 เดือน การอนุมัติครั้งนี้ดีต่อผู้ประกอบการสื่อสารใน 2 กลุ่มคือ 1) ผู้ประกอบการที่ให้
บริการวางระบบงานโครงข่ายให้แก่ภาครัฐ คือ SAMTEL JTS, LOXLEY, AIT, MFEC แต่
อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก SAMTEL ทำธุรกิจกับ TOT มานาน ถืองานเป็นพันธมิตรที่ดี และมี
โอกาสจะชนะการประมูล โดยฝ่ายวิจัยได้รวมการประมูลงานนี้ไว้ในประมาณการปี 2553 และ
2554 แต่กำหนดให้มีการร่วมทุนกับผู้ประกอบการเอกชนราวอื่น ๆ ในการทำงานครั้งนี้ ขณะที่
ราคาหุ้นวานนี้ได้ตอบรับข่าวดีดังกล่าว จนทำให้ราคาหุ้นเหลือ Upside เพียง 9% จึงปรับลดคำ
แนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” 2) ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภาคเอกชน 3 ราย (ADVANC,
DTAC, TRUE) ที่ปัจจุบันยังคงให้บริการภายใต้ระบบ 2G ในขณะที่การประมูล 3G อาจจะล่า
ช้าไปถึงต้นปี 2555 เพราะมีการฟ้องร้องโดย CAT จึงต้องรอขบวนการชั้นศาล และรอให้หน่วย
งานใหม่คือ กสทช. ที่จะมาทำหน้าที่แทน กสช. ในอนาคต ความคืบหน้าในการขยาย 3G ของ
TOT จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนรายเดิมสามารถต่อยอดธุรกิจโดยการให้บริการ Non-
voice เช่นการส่งภาพ และข้อมูล โดยการเช่าโครงข่าย 3G ของ TOT ในลักษณะที่เรียกว่า
MVNO ดังเช่นในปัจจุบันที่ TOT ได้ให้ภาคเอกชน 5 รายคือ SIM, LOXLEY, IEC, 365
Communication และ M Consultant โดยผู้ประกอบการเอกชนเหล่านี้ ไม่ต้องลงทุนโครง
ข่าย นอกจากการลงทุนระบบ Billing และ Call Center และจะต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้กับ
TOT เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ MVNO 5 ราย มีฐานสมาชิกรวมกัน เพียง
1.5 แสนราย จากหมายเลขทั้งหมด 5 แสนรายที่ TOT ได้ทำสัญญาตกลงกับภาคเอกชน 5 ราย
ดังกล่าว ทั้งนี้เนื่องจากมีข้อจำกัดในการลงทุนโครงข่ายของ TOT เพราะการลงทุน TOT จะต้อง
ได้รับการอนุมัติจาก ครม. และที่สำคัญผู้ประกอบการเหล่านี้ไม่มีฐานสมาชิกลูกค้าเป็นของตน
เอง การให้บริการของผู้ประกอบการทั้ง 5 ราย จึงมุ่งเน้นให้บริการ Non-voice เป็นหลัก ดังนั้น
หากผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายเดิมรายใดรายหนึ่งใน 3 ราย ซึ่งปัจจุบันมีฐานลูกค้าอยู่
ในมือแล้ว มีความสนใจที่จะทำธุรกิจ MVNO ก็น่าจะทำได้ง่ายกว่าผู้ประกอบการ MVNO 5 ราย
ดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามการเดินหน้าของธุรกิจ 3G ภายใต้ TOT จะเป็นอย่างไร ขึ้นกับ
ประสิทธิภาพการบริการ และงบลงทุนในการขยายโครงข่าย สามารถครอบคลุมพื้นฐาน ที่ตลาด
ต้องการได้มากน้อยเพียงใด และในอนาคตเมื่อขบวนการออกใบอนุญาต 3G ภายใต้ กสทช. เกิด
ขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม การขยายธุรกิจ MVNO ก็อาจจะเป็นหมัน เพราะผู้ประกอบการเอกชนราย
ใหญ่ สามารถหันไปทำธุรกิจ 3G บนโครงข่ายของต้นเองได้ แม้มีพัฒนาในเชิงบวกต่อกลุ่มสื่อ
สาร แต่คาดว่าเป็นเพียง Sentiment ระยะสั้นเท่านั้น ฝ่ายวิจัยจึงยังให้น้ำหนักการลงทุนน้อยกว่า
ตลาด จึงยังแนะนำหุ้น Top pick คือ ADVANC โดยให้ Switch จาก SAMTEL มายัง
ADVANC



เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 29/09/10 เวลา 9:55:10

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น