วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 24/09/53

ตลาดต่างประเทศปรับตัวลง
ตลาดหุ้นฝ่าวิกฤติ 3 จีอย่างสลดใจมาได้ แนะนำว่านักลงทุนอาจต้องตัดใจกับกลุ่ม ICT
ที่เราเกรงว่าจะซ้ำรอย หรือร้ายกว่ากรณีมาบตาพุด ซึ่งเหตุเกิดเมื่อ ก.ย.52 กว่าจะหลุดพ้นก็เผา
ผลาญเวลาไป 1 ปี พร้อมค่าเสียโอกาสนับแสนล้านบาท กรณี 3 จี ดูจะสร้างความท้อแท้อ่อนใจให้
ผู้เกี่ยวข้องไม่น้อย เราเห็นหุ้นกลุ่มพลังงาน-ปิโตเคมีในปีที่แล้วแล้วว่า Laggard ตลาดไปอย่าง
น้อย 2-3 ไตรมาส ไม่สามารถ Perform สู้กลุ่มธนาคารได้เลย ดังนั้นการลงทุนในช่วงนี้ (ย่างเข้า
ไตรมาส 4) ให้กลับมามุ่งเน้นที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์เป็นหลัก รองลงมาเลือกหุ้นกลุ่มพลังงาน-
ปิโตรเคมีเป็นตัวประกอบได้ แต่กลุ่มนี้จะไปเด่นในช่วงปลายไตรมาส 1/54 นอกนั้นให้กระจายตัว
เล่น แต่ยังไม่ควรเสี่ยงเข้า ICT ต่อให้ ADVANC, DTAC, THCOM กระทบน้อย แต่ก็คง
Laggard กลุ่มอื่น SET หากปรับตัวลงคาดว่ายังคงยันตัวได้อยู่ช่วง 934-940 จุด ซื้อเล่นเป็น
รายตัว แบ งก์เป็นหลัก
กรอบวันนี้ แนวรับ 940 แนวต้าน 955

ปัจจัยวันนี้
( 0 ) ค่าเงินบาท: นายกรณ์ จาติกวณิช รมต. คลัง ได้ลงนามในประกาศ 5 มาตรการ
ผ่อนคลายระเบียบควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน เปิดทางบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลลงทุนตปท.และ
ซื้ออสังหาฯในต่างแดนได้มากขึ้น เพื่อลดแรงกดดันบาทแข็ง เรามองว่าผลกระทบของมาตรการ
ดังกล่าวต่อทิศทางค่าเงินบาทมีไม่มากนักค่าเงินบาทยังคงอยู่ในทิศทางแข็งค่า จากกระแสการ
ไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศเพื่อออกจากเงินเหรียญสหรัฐฯที่มีทิศทางอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง
เพื่อเข้ามาซื้อลงทุนตราสารหนี้และตราสารทุนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทยมาตรการสกัด
การแข็งค่าบาท จะช่วยบรรเทาได้ในระยะสั้นเท่านั้น ล่าสุดบาทอ่อนลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 30.7 จาก
ก่อนหน้านี้แข็งค่าสุดที่ 30.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ
( - ) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: ปรับตัวลงหลังจากตัวเลขแรงงานของสหรัฐฯ อ่อนแอเกินคาด กด
ดันดัชนีตลาดฯ ให้ร่วงผ่านระดับสำคัญทางเทคนิค และเชื่อกันว่าตลาดหุ้นที่แรลลี่ขึ้นในช่วงก่อน
หน้านี้เป็นสิ่งที่ไม่มั่นคง กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้ง
แรกเพิ่มขึ้น 12,000 ราย สู่ 465,000 รายในสัปดาห์ล่าสุด ถึงแม้ก่อนหน้านี้ตลาดคาดว่าจำนวนผู้
ขอรับสวัสดิการอาจอยู่ที่ 450,000 ราย โดยตัวเลขในครั้งนี้บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงเผชิญกับ
อุปสรรค ยอดขายบ้านมือสองพุ่งขึ้น 7.6 % สู่ 4.13 ล้านยูนิตต่อปี ในเดือนส.ค.53 แต่เป็นการพุ่ง
ขึ้นจากระดับที่ต่ำมากเนื่องจากยอดขายบ้านมือสองดิ่งลง 27 % ในเดือนก.ค.53 สู่จุดต่ำสุดนับ
ตั้งแต่ปี 1997 หุ้นกลุ่มการเงินเป็นกลุ่มที่ดิ่งลงมากที่สุด
( - ) ค่าเงินบาทแข็งกระทบต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน: เราคาดการณ์ทุก ๆ 1 บาทที่ค่าเงิน
บาทแข็ง (จาก 31.5 มายัง 30.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ) จะกระทบกำไรสุทธิทั้งปีของ บจ.สำคัญ
เช่น PTTEP และ BANPU มากที่สุดในระดับราว 3.47% และ 3.48% ตามลำดับ นักลงทุนควร
ให้น้ำหนักกับเรื่องนี้บ้างแต่ไม่ต้องมากจนหาจังหวะซื้อไม่ได้ ส่วนกลุ่มที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่าง
มากว่าจะได้รับผลกระทบค่าเงินบาทแข็งคือกลุ่มอาหาร-การเกษตร กลับได้รับผลกระทำกำไรต่ำ
ลงในระดับประมาณ 1-2% เท่านั้น ทั้ง CPF, TUF, STA ส่วน TVO คาดว่าได้รับผลบวกจาก
บาทแข็งในฐานะผู้นำเข้าถั่วเหลืองเพื่อแปรรูปและจำหน่ายในประเทศ



เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/09/10 เวลา 10:04:23

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น