Market Recap and Trend: กระแสการไหลเข้าของเงินทุนจะยังเป็นปัจจัยหนุนการปรับขึ้น
ของ SET ในระยะสัปดาห์ไปที่ 980 จุด
SET เคลื่อนไหวผันผวนเมื่อวานนี้ ปิดตลาดปรับลดลง 0.33% ที่ 959.27 จุด ด้วย
มูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 41,873 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิต่อเนื่องอีก 2,643
ล้านบาท หากนับรวมตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. ซื้อสะสมแล้วราว 3 หมื่นล้านบาท (ตั้งแต่ต้นปี 53 ต่าง
ชาติมียอดซื้อสุทธิกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท) ขณะที่เงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเช้านี้อยู่
ที่ 30.52 บาท/ดอลลาร์ฯ สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ คาดว่าจะปรับขึ้นตามการ Rebound
ของตลาดหุ้นต่างประเทศ ขณะที่เรายังมองเป้าหมายระยะสัปดาห์ที่บริเวณ 980 จุด โดยมีปัจจัย
สนับสนุนจากกระแสเงินทุนไหลเข้า ตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ล่าสุด ADB ปรับเพิ่ม
ประมาณการ GDP ของไทยปี 53 จาก 4% เป็น 7% ขณะที่กระทรวงการคลังปรับเพิ่มประมาณ
การอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจปี 53 เป็น 7.5% ไปเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาสำหรับตลาดหุ้น
สหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา Dow Jones และ S&P500 ปรับเพิ่มขึ้น 0.4% และ 0.5% ตามลำดับ
ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของราคาทอง นักลงทุนส่วน
ใหญ่รอตัวเลข GDP 2Q53 ซึ่งจะประกาศในวันที่ 30 ก.ย.นี้
Investment Strategy: คงน้ำหนักหุ้นในพอร์ตที่ 80%...เก็งกำไรหุ้นกลุ่มสื่อสารขนาดกลางที่
ได้รับผลดีจากการลงทุน 3G ของ TOT
จากกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าต่อเนื่อง ทำให้คาดว่า SET จะสามารถปรับสูงขึ้นทดสอบ
แนวต้านในระยะสัปดาห์บริเวณ 980 จุดได้ไม่ยากนัก เราคงแนะนำนักลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน
80% ของพอร์ตต่อไป และยังเน้นการถือครองหุ้นขนาดใหญ่ อย่าง หุ้นกลุ่มพลังงาน (BANPU)
ธนาคาร (BBL, KBANK, KTB) ปิโตรเคมี (SCC, PTTCH) และสื่อสาร (ADVANC,
DTAC) เป็นหลัก ขณะที่แนะนำเก็งกำไรกลุ่มหุ้นสื่อสารขนาดกลางที่ทำงานวางระบบ อย่าง
JTS, SAMTEL และ LOXLEY ที่จะได้รับผลดีหลังจาก ครม.อนุมัติ TOT ลงทุนโครงข่าย 3G
มูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านบาท รวมไปถึงหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ (ITD) ที่มีประเด็นบวกจากการเปิด
ประมูลรถไฟฟ้า BTS ส่วนต่างขยายมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท...สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่
• MINT – ซื้อ มูลค่าพื้นฐาน 13.5 บาท ธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นตัวชัดเจนในช่วง 4Q53
• PTTCH – เก็งกำไร มูลค่าพื้นฐาน 125 บาท ส่วนต่างระหว่างราคาผลิตภัณฑ์กับ
วัตถุดิบเริ่มฟื้นตัว การเริ่มผลิตของโรงแยกก๊าซ 6 ของ PTT ทำให้ PTTCH สามารถผลิตเต็มที่
Futures Strategy :
แนะนำถือสถานะ LONG สัญญา S50Z10 โดยมี Trailing Stop ที่ 648 จุด เหมือน
เดิม (ดูรายละเอียดใน Derivative Strategy)
AUTO :
นำ IVL, TOP, PTTCH, DELTA, และ TISCO ออกจากกลุ่มหุ้น Top Picks
Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +3.2% สูงกว่า
อัตราผลตอบแทน SET ที่ +3.1% (Update วันที่ 28 ก.ย. 53)
พอร์ตจำลองให้อัตราผลตอบแทน +3.2% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับ SET ที่มี
อัตราผลตอบแทน +3.1% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า SET อยู่ 0.1% แต่หาก
พิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +248% ดีกว่าตลาดที่ให้อัตรา
ผลตอบแทน +36% อยู่ 157% นอกจากนี้ หากพิจารณาตั้งแต่ต้นปี 53 พอร์ตจำลองมีอัตราผล
ตอบแทน 51% ดีกว่าผลตอบแทนของ SET ที่ 30% อยู่ 22% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
BANPU และ BBL เป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนสูงสุดในพอร์ตหรือมีอัตราผลตอบแทน 8.3%
และ 3.4% ตามลำดับ สำหรับสัปดาห์นี้ยังคงแนะนำให้ถือหุ้นทั้ง 5 ตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน
ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว) BBL (ได้รับประโยชน์จากแนวโน้ม
เศรษฐกิจขยายตัวโดยตรง ผ่านการเติบโตทางด้านสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม) CPALL
(จากการขยายสาขา และเพิ่มกำไรขั้นต้น ซึ่งสง่ ผลดีต่อแนวโนม้ ผลการดำเนินงาน) QH (คาดว่า
ผลการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นมากใน 4Q53 จากการเปิดโครงการใหม่) และ BANPU (มี
ประเด็นบวกจากการขายหุ้น ITMG และซื้อ Centennial Coal ซึ่งเป็นการขยายธุรกิจถ่านหินใน
อนาคต)
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้น ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.43%และดัชนี S&P 500 ปิด
เพิ่มขึ้น 0.49% เพราะได้แรงหนุนหลังจากมีรายงานว่าบริษัท เอนโด ฟาร์มาซูติคัล โฮลดิ้งส์ ซึ่ง
เป็นบริษัทพัฒนายารักษาโรค เตรียมเข้าซื้อกิจการบริษัท ควอลลิเตส ฟาร์มาซูติคัล มูลค่า 1.2
พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ยังได้แรงหนุนหลังจากบริษัท วอลกรีน โค รายงานผลประกอบการที่
แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งช่วยหนุนหุ้นวอลกรีนปิดพุ่ง 11.4% ส่วนหุ้นเอนโด ฟาร์มาซูติคัล โฮลดิ้งส์
ปิดพุ่ง 8.1%
ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดลดลง สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX เดือน พ.ย.ลดลง 34
เซ็นต์ปิดที่ 76.18 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากความกังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจาก
สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์เปิดเผยว่า ดัชนีราคาบ้านใน 20 เขตเมืองของสหรัฐประจำ
เดือนก.ค. ลดลง 0.1% จากเดือนมิ.ย.ที่ปรับตัวขึ้น 0.2% หลังจากนโยบายลดหย่อนภาษีให้กับ
ผู้ซื้อบ้านที่ได้หมดอายุลงเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน คอนเฟอเรนซ์ บอร์ด เปิดเผยว่า
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐเดือนก.ย.ร่วงลงสู่ระดับ 48.5 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ
7 เดือน เนื่องจากตลาดแรงงานและภาวะการลงทุนในภาคธุรกิจซบเซาลง
ดอลล์ร่วงหลังความเชื่อมั่นผู้บริโภคทรุดหนุนกระแสคาดเฟดใช้มาตรการ ดอลลาร์สหรัฐ
ถูกกดดันอย่างหนักจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า เฟดอาจใช้มาตรการ QE ด้วยการอัดฉีดสภาพ
คล่องเข้าสู่ระบบการเงิน ซึ่งการดำเนินมาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อน
ค่าลงไปอีก นอกจากนี้ ยังมีแรงกดดันจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐเดือนก.ย.ร่วงลงสู่
ระดับ 48.5 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน จากเดือนส.ค. ที่ระดับ 53.2 จุด เนื่องจาก
ตลาดแรงงานและภาวะการลงทุนในภาคธุรกิจซบเซาลง
ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 53 จุด มาที่ 2,504 จุด สิ้นสุดฤดูการเก็บสต็อก
วัตถุดิบและสินค้าคงคลัง คาดว่าค่าระวางเรือจะมีทิศทางผันผวนไปจนถึงสิ้นปีนี้ โดยภาพค่าระวาง
เรือจะถูกกดดันโดยอุปทานกองเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา โดยคาดว่ากองเรือใหม่ ณ สิ้นปี 53 จะเพิ่ม
ขึ้นกว่า 27%YoY ที่ระดับ 607m DWT หากไม่มีการเลื่อนการส่งมอบ โดยผู้ประกอบการทั้ง
TTA, PSL และผู้เชียวชาญในอุตสาหกรรมคาดว่าดัชนีเดินเรือเทกองจะผ่านจุดต่ำสุดในช่วง
ปลายปี 54 แต่เราเชื่อว่าค่าระวางเรือเฉลี่ยของทั้ง PSL และ TTA จะถึงจุดต่ำสุดก่อน เนื่องจาก
อายุกองเรือเฉลี่ยที่ดีขึ้นจากการขายเรือเก่า
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 29/09/10 เวลา 9:15:58
ทิศทางตลาดวันนี้
• ทิศทางตลาดวันนี้ ฟื้นต่อ?
• (+) สหรัฐมีความหวังศก.ฟื้นตัว
• (+) ต่างชาติซื้อสุทธิ +2,642mn ขายล่วงหน้า -840mn
• (?) ภาคประชาชนยื่นศาลคดีมามตาพุด
• หุ้นแนะนำ: SAMART ประมูล 3G ของ TOT
ปัจจัยสำคัญวันนี้
• (+) ตลาดหุ้นต่างประเทศ DJIA +46, NASDAQ +9 และ S&P +5, FTSE +5,
CAC -3 และ DAX -2 ตลาดถูกกดดันช่วงแรกจากประกาศความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำกว่าคาด แต่
ยังไม่ลดความคาดหวังว่าศก.กำลังจะฟื้นตัว อีกทั้งตลาดรอมาตรการ Quantitative Easing
รอบ 2 มูลค่าซื้อขายเบาบาง ราคาน้ำมันล่วงหน้า NYMEX -US$0.34 เป็น US$76.18
barrel
• (+) เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศมียอดสุทธิ +2,642ล้านบาท ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปี
+35,530ล้านบาท และต่างประเทศมียอดสุทธิล่วงหน้า -840ล้านบาท มียอดสะสมกย53
+1,801mn
• (?) ADB เตือนไทยอย่าใช้ยาแรงต้านทุนไหลเข้า
กลยุทธ์การลงทุนวันนี้
ทิศทางตลาด ฟื้นต่อ? โดยมีแนวต้านทางเทคนิค 960/1000จุด สำหรับปัจจัยภาย
นอก สหรัฐกำลังจะมีการเลือกตั้ง Mid-term สภาคองเกรส 2พย มีโอกาสที่จะมีข่าวดีต่อตลาด
สำหรับปัจจัยที่น่าจับตาในประเทศ ได้แก่ (1) ภาคประชาชนจะยื่นต่อศาลปกครองสูงสุดและจะปิด
มามตาพุด 30กย นี้ (2)กองทุนฟื้นฟูฯประชุมขาย KTB 20ตค (3) TOT จะเปิดประมูล 3G
มูลค่า 19,900mn
ดัชนีความเสี่ยง (VIX) +0.2%% เป็น 22.6จุด เทียบกับระดับปกติที่ 20-25
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 29/09/10 เวลา 9:10:16
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น