ยังไม่ผ่าน 964-966 จุดขึ้นไปก็ยังรอรับต่ำได้ นอกจากผ่านขึ้นถึงจะลุ้นตามต่อ
แนวโน้ม: เมื่อวานนี้ SET เริ่มมีแรงขายกดดันให้ปรับตัวลงมาเคลื่อนไหวเป็นลบ โดย
เป็นการแกว่งลงตามสภาพตลาดหุ้นทั่วโลก ซึ่งนักลงทุนบางส่วนยังคงกังวลต่อปัญหาการชะลอตัว
ของเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปอยู่ อย่างไรก็ตามภาวะเศรษฐกิจของเอเชีย รวมทั้งไทยเราต้องถือ
ว่ายังดีต่อเนื่อง โดยล่าสุด ADB ปรับเป้าคาดการณ์จีดีพีของไทยและเอเชียในปี 53 นี้ขึ้น ถือเป็น
การตอกย้ำมุมมองดังกล่าวได้ดี ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศก็ยังคงมียอดซื้อสุทธิในบ้านเราหนา
ตาต่อเนื่อง โดยค่าเงินบาทก็กลับมาเริ่มแข็งค่าอีกครั้ง นอกจากนี้การเข้ามาเลือกซื้อหุ้นเพื่อเก็ง
กำไรผลการดำเนินงานไตรมาส 3/53 ที่กำลังจะปิดงวดในสัปดาห์นี้ ก็เป็นอีกปัจจัยที่คาดว่าจะทำ
ให้ SET ยังสามารถแกว่งกลับขึ้นไปใหม่ได้ในที่สุด ดังนั้น FSS ยังมองว่าจังหวะการแกว่งตัว
ผันผวนของ SET โดยเฉพาะการปรับตัวลงมาเคลื่อนไหวเป็นลบนั้น ยังเป็นจังหวะของการเลือก
หุ้นเข้ารับ เพื่อถือรอการแกว่งขึ้นต่อเนื่องของตลาดได้อยู่เช่นเดิม โดยเป้าหมายของ SET ใน
รอบถัดจากนี้เรายังมองไว้แถว 980 จุด
กลยุทธ์: จึงยังแนะนำให้เลือกหุ้นเข้ารับได้เมื่อตลาดปรับตัวลง และเน้นถือเพื่อรอขายเมื่อ
ดัชนีสามารถดีดกลับขึ้นอีกครั้ง โดยอาจแบ่งส่วนขายทำกำไรในหุ้นที่ราคาขยับขึ้นมาแรงมากบ้าง
ก็ได้ เช่น หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง , กลุ่มสื่อสาร และกลุ่มแบงก์บางตัว เป็นต้น ส่วนหุ้นที่ยังน่า
สนใจและราคาต่ำกว่าราคาตามพื้นฐานมากๆ ได้แก่ SIRI, LPN, BCP, IRPC, GLOW,
KCE, TASCO, HANA, GFPT, AMATA, PTTEP, DTAC, SPALI, DELTA, VNG,
ADVANC, TTCL, CPALL, PS, GLOBAL, TTW และ PTTAR เป็นต้น
ประเด็นสำคัญวันนี้
• (+) ADB ปรับเป้าคาดการณ์ GDP ไทยปี 53 เป็นโต 7% จากเดิม 4% ธนาคารเพื่อ
การพัฒนาแห่งเอเชีย(เอดีบี) ปรับคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(GDP)ของไทยใน
ปี 53 เพิ่มเป็น 7% สูงจากเดิมในครั้งแรกที่คาดไว้ในระดับ 4% เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจจะ
ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีหลังต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก เช่นเดียวกับเศรษฐกิจในภูมิภาค
เอเชียที่เอดีบีได้ปรับคาดการณ์ GDP ของภูมิภาคเอเชียในปีนี้มาที่ 8.2% จากเดิม 7.5% ซึ่งสูง
กว่าปี 52 ที่เติบโต 5.4%การปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในเอเชียครั้งนี้
ครอบคลุมถึง 44 ประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมเกิดใหม่ในเอเชีย แต่ไม่นับ
รวมญี่ปุ่น โดยคาดอัตราเงินเฟ้อของเอเชียอยู่ที่ 4.1% ในปีนี้ และจะชะลอลงเป็น 3.9% ในปี
หน้า แต่มองว่าเป็นระดับที่แบงก์กลางของทุกประเทศรับมือได้
• (+) ที่ประชุมครม.วานนี้ (28 ก.ย.) อนุมัติให้ 'ทีโอที' ลงทุนแผนธุรกิจโครงสร้างโครง
ข่ายโทรศัพท์ระบบ 3G วงเงินราว 1.9 หมื่นลบ. เป็นโอกาสต่อ SAMTEL JTS LOXLEY
AIT ในการเข้าร่วมประมูลงาน คาดว่าใช้ระยะเวลาโครงการติดตั้ง 2 ปี จากสมมุติฐานเบื้องต้น
(1) มูลค่าโครงการที่ 1.744 หมื่นล้านบาท (2) โอกาสได้งานของแต่ละบริษัทที่ 20% (3)คาดว่า
ใช้ระยะเวลาโครงการติดตั้ง 2 ปี (4) เริ่มรับรู้รายได้ในปี 11 ที่ 60% (5) Net margin ที่ 5%
และ (6) อิง P/E ที่ 14 เท่า SAMTEL – คาดมูลค่าเพิ่มจากโครงการ 2.40 บาท จากราคาเป้า
หมายเดิมที่ 9.80 บาท เป็น 12.24 บาท , JTS - คาดมูลค่าเพิ่มจากโครงการ 2.10 บาท (ราคา
ปิดวันที่ 27 ก.ย.10 ที่ 1.94 บาท) , LOXLEY - คาดมูลค่าเพิ่มจากโครงการ 0.70 บาท
จากราคาเป้าหมายเดิมที่ 2.20 บาท เป็น 2.93 บาท , AIT - คาดมูลค่าเพิ่มจากโครงการ 4.50
บาท จากราคาเป้าหมายเดิมที่ 40 บาท เป็น 44.50 บาท อย่างไรก็ตาม ขอให้ใช้ความระมัด
ระวังในการเก็งกำไรมาก เนื่องจากการแข่งขันน่าจะค่อนข้างมาก และเป็นโครงการใหญ่ที่
อาจกระทบต่อฐานะทางการเงินหากประมูลได้
• Fund Flow วานนี้ยังไหลเข้าตลาดหุ้นภูมิภาคและต่อเนื่อง 13 วันติดต่อกัน แต่
ปริมาณเบาบางมาก และก็เป็นครั้งแรกที่เห็นนักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยมากที่
สุดในภูมิภาค ทั้งนี้อาจเป็นเพราะตลอดระยะเวลาที่กระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าได้หนุนให้ดัชนี
ตลาดหุ้นในหลายประเทศทำสถิติสูงสุดกันต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนมองว่าแนวโน้มอัตราผลตอบ
แทนในอนาคตจะแคบลง ประกอบยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากระทบตลาดเนื่องจากนักลงทุนส่วน
ใหญ่หรือกองทุนต่างประเทศกำลังจับตาดูว่าเฟดจะออกมาตรากระตุ้นเศรษฐกิจรอบที่ 2 เมื่อไร
หลังจากการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐในช่วงที่ผ่านมาถือว่าออกมาค่อนข้างผสมผสาน
และเริ่มอ่อนแอ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากยังมีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่จะประกาศภายในสัปดาห์
นี้เช่น ตัวเลขขอรับสวัสดิการของผู้ว่างงานและดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม น่าจะเป็นตัวแปร
สำคัญในการตัดสินใจของเฟดว่าจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ เรายังเชื่อว่ากระแส
เงินทุนต่างชาติยังไหลเข้าต่อเนื่อง จากค่าเงินเอเชียและค่าเงินบาทที่ยังแข็งแกร่งในเช้านี้
Technical View : “ตลาดเริ่มแกว่งพักให้เห็น จึงยังต้องระวังการแกว่งย้อนลงทดสอบ
แนวรับต่างๆ เพื่อให้ตามดูแรงซื้อจากแนวรับแต่ละระดับก่อนเข้าเลือกซื้อครั้งใหม่ได้ ... นอกจาก
ผ่าน 966 จุดได้ก่อนถึงจะลุ้นขึ้นหา 970-980 จุดต่อ!!”
แนวรับ : 955-953* , 946-942** , 937***
แนวต้าน : 964-966***, 970-980
Technical Picks:
RCL (Bt 15.90 เป้าเทคนิค 17.50 cut loss ถ้าหลุด 15.50)
AOT (Bt 41.25 เป้าเทคนิค 44-46 cut loss ถ้าหลุด 39.50)
SIRI (Bt 5.90 เป้าเทคนิค 6.20-6.50 cut loss ถ้าหลุด 5.70)
เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 29/09/10 เวลา 9:34:20
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น