Market Recap and Trend: ลุ้นปรับขึ้นทดสอบ 980 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับผลดี
จากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น
กระแสการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศยังเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดัน SET ปรับสูงขึ้น
0.59% ปิดตลาดวานนี้ที่ 975.30 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 36,596 ล้านบาท นักลงทุน
ต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิต่อเนื่อง 3,351 ล้านบาท สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ เรายังลุ้นการปรับสูงขึ้น
ทดสอบแนวต้านหลักที่บริเวณ 980 จุดเช่นเดิม จากปัจจัยเงินทุนยังมีแนวโน้มไหลเข้าประเทศ
ต่อเนื่อง ล่าสุดเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาที่ 30.3 บาท/ดอลลาร์ฯ สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ส.ค.
ยังคงแข็งแกร่ง โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมปรับสูงขึ้น 8.7% (เดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 16.3%) ดัชนี
การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 6.7% (เดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 5.1%) การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว
22% (เดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 22.9%) การส่งออกขยายตัว 23.6% ที่ US$1.63 หมื่นล้าน และการ
นำเข้าเติบโต 41.8% ที่ US$1.54 หมื่นล้าน ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล US$852 ล้าน และดุล
บัญชีเดินสะพัดเกินดุล US$280 ล้าน ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจทรงตัวที่ 50.3 จากเดือน ก.ค.ที่
50.4 ทั้งนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจที่ขยายตัวดีต่อเนื่องทำให้ ธปท.มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
0.25% ในการประชุมวันที่ 20 ต.ค.นี้ เป็น 2.0%
Investment Strategy: ระวังแรงขายทำกำไรบริเวณ 980 จุด...ยังเน้นกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่
อย่าง กลุ่มธนาคาร พลังงาน สื่อสาร ปิโตรเคมีฯ
กระแสเงินทุนไหลเข้าจะเป็นปัจจัยหนุน SET ปรับสูงขึ้นไปที่แนวต้านบริเวณ 980 จุด
ซึ่งเป็นระดับที่เราคาดว่าจะเริ่มมีแรงขายทำกำไรออกมามากขึ้น ขณะที่เรายังมองว่ากระแสเงิน
ทุนจะยังคงไหลเข้าต่อเนื่องในระยะกลาง ซึ่งอาจทำให้ SET มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นไปที่เป้าหมาย
Bottom-Up ของเราบริเวณ 1,037 จุด เร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ โดยเราคงแนะนำนักลงทุนถือ
หุ้นในสัดส่วน 80% ของพอร์ตต่อไป และมีจุด Trailing Stop ที่ 958 จุด โดยคาดว่ากลุ่มหุ้น
ขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงาน ธนาคาร สื่อสาร และปิโตรเคมี จะยังแข็งแกร่งกว่าตลาดต่อไป
• PTTEP – แนะนำ ซื้อ มูลค่าพื้นฐาน 207 บาท ราคาหุ้น Laggard ตลาดมาก ขณะที่
ผลการดำเนินงาน 3Q53 มีแนวโน้มออกมาดี และคาดว่าทั้งปี 53 กำไรจะเติบโตถึง 72% YoY
• MAJOR – แนะนำ เก็งกำไร คาดผลการดำเนินงาน 3Q53 ออกมาดี และดีต่อเนื่อง
ใน 4Q53 โดยมีภาพยนต์ดังหลายเรื่อง อย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์, พระนเรศวรฯ และนาเนียร์
เข้าฉาย ประกอบกับคาดว่าจะมีการบันทึกกำไรจากการขายกองทุนอสังหาฯ ด้วย
Futures Strategy :
แนะนำถือสถานะ LONG สัญญา S50Z10 โดยมี Trailing Stop ที่ 670 จุดเหมือน
เดิม (ดูรายละเอียดใน Derivative Strategy)
AUTO :
MAJOR มี Sentiment แข็งแกร่งขึ้นใน Auto Matrix
Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +3.2% สูงกว่าอัตราผลตอบ
แทน SET ที่ +3.1% (Update วันที่ 28 ก.ย. 53)
พอร์ตจำลองให้อัตราผลตอบแทน +3.2% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับ SET ที่มี
อัตราผลตอบแทน +3.1% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า SET อยู่ 0.1% แต่หาก
พิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +248% ดีกว่าตลาดที่ให้อัตรา
ผลตอบแทน +36% อยู่ 157% นอกจากนี้ หากพิจารณาตั้งแต่ต้นปี 53 พอร์ตจำลองมีอัตราผล
ตอบแทน 51% ดีกว่าผลตอบแทนของ SET ที่ 30% อยู่ 22% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
BANPU และ BBL เป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนสูงสุดในพอร์ตหรือมีอัตราผลตอบแทน 8.3%
และ 3.4% ตามลำดับ สำหรับสัปดาห์นี้ยังคงแนะนำให้ถือหุ้นทั้ง 5 ตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน
ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว) BBL (ได้รับประโยชน์จากแนวโน้ม
เศรษฐกิจขยายตัวโดยตรง ผ่านการเติบโตทางด้านสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม) CPALL
(จากการขยายสาขา และเพิ่มกำไรขั้นต้น ซึ่งสง่ ผลดีต่อแนวโนม้ ผลการดำเนินงาน) QH (คาดว่า
ผลการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นมากใน 4Q53 จากการเปิดโครงการใหม่) และ BANPU (มี
ประเด็นบวกจากการขายหุ้น ITMG และซื้อ Centennial Coal ซึ่งเป็นการขยายธุรกิจถ่านหินใน
อนาคต)
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้น ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.44% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิด
เพิ่มขึ้น 0.31% หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ปรับเพิ่มการประเมินตัวเลขจีดีพีขั้นสุดท้าย
ประจำไตรมาส 2 ปี เป็นขยายตัว 1.7% จากที่ประเมินไว้ครั้งก่อนว่าขยายตัวเพียง 1.6% ปัจจัย
สำคัญในการปรับเพิ่มการประเมินตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 มาจากการขยายตัวของตัวเลขการใช้
จ่ายผู้บริโภค โดยทางกระทรวงได้ปรับเพิ่มการประเมินตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคประจำไตรมาส
2 เป็นขยายตัว 2.2% จากเดิมที่ประเมินว่าขยายตัวเพียง 2.0% นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์
สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดนำเข้าสินค้าในไตรมาส 2 พุ่งขึ้น 33.5% ทำสถิติพุ่งขึ้นมากที่สุดในรอบ
26 ปี ขณะที่ยอดการส่งออกสินค้าขยับขึ้นเพียง 9.1% เท่านั้น%
ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน พ.ย.
ปิดเพิ่มขึ้น 2.11 ดอลลาร์ มาปิดที่ 79.97 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล นักลงทุนมีความเชื่อมั่น
ในแนวโน้มเศรษฐกิจและดีมานด์พลังงาน หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ปรับเพิ่มการ
ประเมินตัวเลขจีดีพีขั้นสุดท้ายประจำไตรมาส 2 ปี เป็นขยายตัว 1.7% จากที่ประเมินไว้ครั้งก่อน
ว่าขยายตัวเพียง 1.6%
ดอลล์แข็งเทียบยูโร หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจดีเกินคาด ยูโรอ่อนแรงลงในเวลา
ต่อมา หลังจากมีข่าวว่าธนาคารกลางไอร์แลนด์ให้เงินช่วยเหลือธนาคารแองโกล ไอริชแบงค์
โดยนักลงทุนส่วนใหญ่กังวลว่าการอัดฉีดเงินทุนในมาตรการช่วยเหลือภาคธนาคารจะส่งผลให้
ไอร์แลนด์มียอดขาดดุลงบประมาณเพิ่มเป็น 32% ของตัวเลขจีดีพี จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ในระดับ
11.75% ในปี 2553 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าข้อบังคับของสหภาพยุโรปที่กำหนดให้ประเทศ
สมาชิกยูโรโซนควบคุมยอดเกินดุลการค้าให้ขยายตัวได้ไม่เกิน 3% ของจีดีพี
ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดลดลง 22 จุด มาที่ 2,446 จุด สิ้นสุดฤดูการเก็บสต็อกวัตถุดิบ
และสินค้าคงคลัง คาดว่าค่าระวางเรือจะมีทิศทางผันผวนไปจนถึงสิ้นปีนี้ โดยภาพค่าระวางเรือจะ
ถูกกดดันโดยอุปทานกองเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา โดยคาดว่ากองเรือใหม่ ณ สิ้นปี 53 จะเพิ่มขึ้น
กว่า 27%YoY ที่ระดับ 607m DWT หากไม่มีการเลื่อนการส่งมอบ โดยผู้ประกอบการทั้ง
TTA, PSL และผู้เชียวชาญในอุตสาหกรรมคาดว่าดัชนีเดินเรือเทกองจะผ่านจุดต่ำสุดในช่วง
ปลายปี 54 แต่เราเชื่อว่าค่าระวางเรือเฉลี่ยของทั้ง PSL และ TTA จะถึงจุดต่ำสุดก่อน เนื่องจาก
อายุกองเรือเฉลี่ยที่ดีขึ้นจากการขายเรือเก่า
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/10/10 เวลา 9:16:36
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น