ดีดกลับ...แต่ในวันจะผันผวน
KGI ประเมินตลาดหุ้นไทยวันพุธจะรีบาวด์ เนื่องจากแนวโน้มทุนต่างประเทศแข็งแกร่ง
ในช่วงนี้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ไม่ดีเช่นเมื่อคืนนี้ซึ่งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค
Conference Board เดือน ก.ย. และราคาบ้าน Case-Shiller ล้วนน่าผิดหวังนั้นกลับเพิ่มความ
คาดหวังของนักลงทุนต่อการออกมาตรการเสริมสภาพคล่องรอบที่ 2 (ซึ่งน่าจะเน้นการซื้อ
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ) และหนุนให้หุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกได้ ขณะที่ดอกเบี้ยพันธบัตรร่วงต่ออีก ทิศ
ทางนี้น่าจะทำให้สกุลเงินเอเชียและเงินบาทแข็งค่าต่อไป อย่างไรก็ดีทางขึ้นของ SET จะถูก
จำกัดด้วยความไม่แน่นอนในฝั่งยุโรป หลังจากมูดี้ส์กำลังประเมินภาวะของสเปนอยู่และมีความ
เป็นไปได้ว่าจะลดอันดับความน่าเชื่อถือของสเปนลงจาก Aaa ในปัจจุบัน ซึ่งก็จะเป็นข่าวลบต่อ
การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง วันนี้ดัชนีฯ มีแนวต้านเทคนิคที่ 964 และแนวรับที่ 951 จุด ด้าน
ปัจจัยในประเทศ เรื่องเด่นคือ ครม. อนุมัติให้ ทศท. ลงทุนโครงข่าย 3 จี มูลค่า 1.9 หมื่นล้าน
บาท (ลดลงจากวงเงินเดิม 2.9 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเรามองว่าเป็นช่องทางหนึ่งในการปล่อย 3จี
ออกมาให้เร็วที่สุด เนื่องจากการประมูลใบอนุญาตของ กทช. ยังถูกระงับอยู่ตามคำสั่งศาล และ
จากเรื่องนี้น่าจะเป็นจิตวิทยาเชิงบวกในหุ้นกลุ่มสื่อสารที่อาจเข้าร่วมวางโครงข่ายของ ทศท. เช่น
กลุ่มสามารถ กลุ่มจัสมิน และกลุ่มล็อกซ์เลย์ เป็นต้น
กลยุทธ์: แนะนำซื้อเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มที่มีข่าวเฉพาะเช่นสื่อสารตัวเล็ก และหุ้นรับเหมา
ก่อสร้างอย่าง CK และ ITD ส่วนหุ้นใหญ่มองว่าจะขึ้นได้ไม่มากเนื่องจากความเสี่ยงจากฝั่งยุโรป
เพิ่มสูงขึ้น ในระยะสั้นหุ้นหลักจึงควรขึ้นขาย-ลงซื้อ ส่วนระยะยาวยังมองทุนต่างชาติไหลเข้าเป็น
ปัจจัยบวกหลักต่อไป
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ
รมว. อุตสาหกรรมเผย ทนายความของกระทรวงอุตสาหกรรมอาจแนะนำให้ระงับอีก
10 โครงการเพิ่มเติมจาก 76 โครงการที่ถูกระงับในมาบตาพุตก่อนหน้านี้ โดยรมต.
อุตสาหกรรมกล่าวว่าโรงไฟฟ้า GHECO-One อาจเป็นหนึ่งในโครงการที่ถูกสั่งให้ระงับการก่อ
สร้าง เราประเมินว่าประเด็นข่าวนี้เป็นข่าวลบต่อ GLOW* และ HEMRAJ เนื่องจากเป็นผู้ร่วม
ทุนโนโครงการดังกล่าวในสัดส่วน 65-35 ทั้งนี้เราประเมินว่าการเลื่อนเปิดดำเนินการของ
GHECO-One จะส่งผลกระทบต่อกำไรในปี 2554 ของ HEMRAJ ประมาณ 4.6% หรือ 97
ล้านบาทต่อเดือน อย่างไรก็ตามเราให้มูลค่า HEMRAJ ที่ไม่รวมมูลค่าของ GHECO-One ที่
2.00 บาท ดังนั้นราคาที่อ่อนตัวลงมาเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ เนื่องจากโครงการดังกล่าวน่าที่จะ
เปิดดำเนินการได้ภายในปี 2555
BANPU* ระบุว่าผลประกอบการปี 2554 จะได้รับผลบวกจากการดำเนินการของ
เหมืองใหม่ Bharinto โดยปริมาณขายของเหมืองในอินโดนีเซียคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 23 ล้าน
ตัน เป็น 26 ล้านตัน นอกจากนั้นการเข้าซื้อกิจการเหมืองในออสเตรเลีย Centennial ซึ่งปัจจุบัน
นี้ได้รับสัดส่วนแล้ว 63% จะช่วยให้ปริมาณขายเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย ขณะที่วันสุดท้ายของ
tender offer อยู่ที่ 5 ต.ค. เราประเมินว่า BANPU จะเริ่มรับรู้ผลประกอบการของ
Centennial ในเดือน พ.ย. ยังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 764 (ยังไม่รวมมูลค่าเพิ่มจาก
CEY)
AOT* วางแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน โดยการ
ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ การพัฒนาที่ดินจำนวน 723 ไร่ข้าง
สนามบินสุวรรณภูมิ การปรับค่าเช่าพื้นที่ในต่างจังหวัด ซึ่งในปัจจุบัน AOT คิดอัตราค่าเช่าพื้นที่
ในต่างจังหวัดทุกพื้นที่เท่ากันในอัตรา 7 บาท/ตารางเมตร เป็นต้น ทั้งนี้ AOT ตั้งเป้ารายได้จาก
ธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบินไว้ที่ 50% ของรายได้รวม ซึ่งในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 44% เรา
มีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานของ AOT โดยเฉพาะอัตราส่วน ROA ที่มีแนว
โน้มปรับสูงขึ้นหากแผนการพัฒนาดังกล่าวประสบความสำเร็จ เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคา
เหมาะสม 49.00 บาท
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 29/09/10 เวลา 9:50:52
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น