แนวโน้มปรับฐาน รอซื้อช่วงอ่อน
KGI คาดว่าตลาดหุ้นไทยวันอังคารจะมีช่วงปรับฐานลง กลยุทธ์สั้นแนะซื้อแนวรับ-ขาย
แนวต้าน เนื่องจากความเสี่ยงของดัชนีฯ สูงขึ้นในระยะสั้นหลังจากขึ้นมาเหนือระดับ 960 จุด ซึ่ง
สูงเกินกว่าระดับ 1.7 เท่าของมูลค่าทางบัญชีของ SET ซึ่งสถิติในอดีตชี้ว่าเป็นระดับที่มักเกิด
แรงขายทำกำไร ในขณะที่ปัจจัยต่างประเทศเมื่อคืนนี้เป็นกลางถึงเป็นลบเล็กน้อย โดยตลาดหุ้น
สหรัฐฯ ปิดลบเล็กน้อยแบบไม่มีข่าวสารสำคัญ ในขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับลดลงรับข่าวมูดี้ส์ปรับ
ลดความน่าเชื่อถือของธนาคารในไอร์แลนด์ แต่เรามองว่าจะไม่กระทบจิตวิทยาต่างประเทศมาก
นัก ในช่วงที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญกับมาตรการเสริมสภาพคล่องของสหรัฐฯ เป็นหลัก
หากตลาดหุ้นมีปรับฐานแนะนำซื้อกลับในหุ้นขนาดใหญ่ เนื่องจากแนวโน้มทุนต่างชาติ
ในระยะกลางยังแข็งแกร่ง ตั้งแต่ต้นปี 2553 ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยไป 3.29 หมื่นล้านบาท คิด
เป็น 0.4% ของมูลค่าตลาด ซึ่งยังต่ำหากเทียบกับสัดส่วนในปี 2552 ซึ่งอยู่ที่ 0.8% จึงคำนวณได้
ว่าหากสัดส่วนดังกล่าวกลับไปที่ 0.8% ได้ ก็น่าจะเห็นแรงซื้อต่างชาติเข้ามาอีก 3-3.5 หมื่นล้าน
บาท KGI จึงยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ SET ในระยะกลาง แนะนำให้ซื้อหุ้นใหญ่ในช่วงราคาอ่อน
ตัวลง เช่น BBL*, KTB*, BANPU*, AOT* และหุ้นขนาดกลางคือ TASCO, CK และ
HEMRAJ เป็นต้น
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)* กล่าวว่า
ในปีนี้สินเชื่อของธนาคารจะมียอดเติบโตกว่า 10% หรือ ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านลาท และคาดว่า
ตัวเลขสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จะทยอยปรับตัวลดลงต่อเนื่องตามปัจจัยการเกิตโตทาง
เศรษฐกิจ KGI มีมุมมองในเชิงบวกกต่อผลประกอบการของ KTB โดยคาดว่จะมีกำไร 1.46
หมื่นล้านบาท และ 1.66 หมื่นล้านบาท ในปี 2553 และ 2554 และไม่มีการตั้งสำรองฯ เพิ่ม
อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ยังอยู่ในระดับต่ำ ราคาเป้าหมายของ
KTB อยู่ที่ 18.80 บาท (PBV 1.58x, BVPS 11.93 บาท สำหรับปี 2554) เพิ่มขึ้นจาก
15.60 บาท จากผลประกอบการครึ่งปี 2554
AP เผยการแข่งขันในตลาดคอนโดราคาสูงกว่า 3 ล้านบาทยังไม่รุนแรง เนื่องจาก
ซัพพลายที่ออกมาใหม่ส่วนมากเป็นคอนโดราคาถูก คอนโตราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทคิดเป็น 68%
ในขณะที่มูลค่าของคอนโดราคาสูงกว่า 3 ล้านบาทแทบไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้ราคาเฉลี่ยคอนโดปี
นี้อยู่ที่ 2.5 ล้านบาท ลดลงจากปี 52 ที่ 3.7 ล้านบาท AP เชื่อว่าดีมานด์ที่แท้จริงมีการเปลี่ยน
แปลงไปตามไลฟ์สไตล์ โดยคนหนุ่ม-สาวปัจจุบันมักซื้อคอนโดก่อนที่จะซื้อรถ ทั้งนี้ AP คาดยอด
ขายใน 9M53 ที่ 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท และยอดขายทั้งปีที่ 2 หมื่นล้านบาท (เทียบกับปี 52 ที่
1.8 หมื่นล้านบาท) ในช่วงที่เหลือของปีนี้ AP เตรียมเปิดอีก 7 โครงการ มูลค่ารวม 1.24 หมื่น
ล้านบาท ซึ่งจะทำให้จำนวนโครงการทั้งหมดที่เปิดปีนี้เป็น 20 โครงการ คงคำแนะนำซื้อ AP
ราคาเป้าหมาย 9.10 บาท
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 10:03:31
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น