จุดถัดไปที่ต้องระวังแรงขายคือ 980 เพราะมีสิทธิย้อนลงหา 960 หรือต่ำกว่า...
แนวโน้ม: จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างประเทศยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ
แค่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา 3 วันทำการ นักลงทุนต่างประเทศก็มียอดซื้อสุทธิเข้ามาเกือบถึงหมื่น
ล้านบาทแล้ว ส่งผลให้ SET ยังแกว่งตัวขึ้นได้ค่อนข้างร้อนแรง อย่างไรก็ตามความกังวลต่อการ
ฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปและสหรัฐ ก็ถือว่ายังเป็นแรงกดดันต่อความ
มั่นใจของนักลงทุนอยู่ ดังนั้นตลาดจึงมีโอกาสที่จะขยับขึ้นสลับกับการแกว่งตัวผันผวนเป็นระยะๆ
ขณะที่เมื่อวานนี้ SET ก็ขยับขึ้นมาทำจุดสูงสุดในกรอบแนวต้านทางเทคนิคที่ 970-980 จุดและ
มีแรงขายให้เห็นในระหว่างวันด้วย ส่วนตลาดหุ้นต่างประเทศเช้านี้ส่วนใหญ่ก็อยู่ระหว่างการปรับ
พักฐาน ทำให้ FSS ยังคาดว่าแนวโน้มที่ SET จะมีการแกว่งพักตัวตามมาหลังการขยับขึ้นในแต่
ละรอบยังเป็นไปได้ ดังนั้นเราจึงยังแนะนำให้แบ่งส่วนขายทำกำไรบ้างเมื่อตลาดขยับขึ้น โดยช่วง
นี้ยังต้องระวังการไหลย้อนลงจากบริเวณ 970-980 จุดเพื่อย้อนลงไปแถว 960 จุดหรือต่ำกว่าไว้
ด้วย
กลยุทธ์: แนะนำให้แบ่งส่วนขายทำกำไรบ้างเมื่อตลาดขยับขึ้น และจังหวะเลือกหุ้นเข้ารับ
ยังน่ารอเมื่อตลาดปรับตัวลง โดยหุ้นที่ยังน่าสนใจและราคาต่ำกว่าราคาตามพื้นฐานมากๆ ได้แก่
SIRI, LPN, BCP, IRPC, GLOW, KCE, TASCO, HANA, GFPT, AMATA, PTTEP,
DTAC, SPALI, DELTA, VNG, ADVANC, TTCL, CPALL, PS, GLOBAL, TTW และ
PTTAR เป็นต้น
ประเด็นสำคัญวันนี้
• (0) BAY คาดกำไรใน 3Q10 +2.7% Q-Q แต่ลดลง -5.1% Y-Y BAY อยู่ใน
ระหว่างการควบรวมบริษัทในเครือเป็นหนึ่งเดียวซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ทุกอย่างใน ~1Q12 ระหว่างนี้
ค่าใช้จ่ายจึงสูงกว่าปกติ รวมทั้งนโยบายการตั้งสำรองหนี้สูญในระดับสูงราว 200bps ต่อสินเชื่อ
ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2010 – 2011 ขยายตัวเพียง 3% ต่อปี เราประเมินราคาเป้าหมาย
27 บาท ลดคำแนะนำจากเดิมซื้อเป็นถือ เพราะราคาหุ้นที่ขยับขึ้นมาทำให้ upside แคบลงเป็น
เพียง 9% แนะนำให้เปลี่ยนตัวเป็นเป็น SCB, KBANK ที่มี PE ต่ำกว่า (PE~ 13 เท่า)
• (0) GSTEEL ลุ้นการประชุมเจ้าหนี้ 1 ต.ค. นี้ว่าจะยอมรับแผนการปรับโครงสร้างหนี้
หรือไม่ โดยบริษัทมีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนด 4 ต.ค. นี้ US$170 ล้าน บริษัทจะขอลดหนี้ 60%
เหลือ US$68 ล้าน และขยายเวลาการชำระออกไปอีก 5 ปีเป็น 4 ต.ค. 2558 และขอลดดอกเบี้ย
จาก 10.5% เหลือ 1% เราคิดว่าน่าจะมีโอกาสมากกว่าที่เจ้าหนี้จะแปลงหุ้นกู้เป็นทุน เพราะเจ้า
หนี้จะเสียหายมากกว่าหากเลือกทางเลือกอื่น (ถ้าขายหุ้นกู้ทิ้ง ราคาตลาดต่ำมากเพียง US$0.3
ต่อหน่วย) หากแปลงสภาพ ต้นทุนจะอยู่ที่ 1.4 – 1.5 บาท/หุ้น ส่วนผู้ถือหุ้นเดิมถูก dilute 23%
เราไม่แนะนำหุ้น GSTEEL แม้ว่าแผนจะผ่าน แต่ก็มีหุ้นตัวอื่นที่น่าสนใจกว่ามากเช่น DCC,
TASCO, NWR, SYNTEC, SEAFCO
• Fund Flow วานนี้ไหลเข้าตลาดหุ้นภูมิภาคมากกว่า 2 วันที่ผ่านมา และเป็นซื้อสุทธิ
15 วันติดต่อกัน ทั้งนี้เป็นเพราะการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐส่วนใหญ่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจ
สหรัฐยังอ่อนแอทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าเฟดอาจจะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบรอบ 2 โดย
มาตรการแรกที่นักลงทุนคาดกันว่าเฟดอาจะเข้าซื้อพันธบัตรเพิ่มอีกกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์
สหรัฐ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้นแต่อัตราผลตอบแทนจะต่ำลงและยังเป็นตัวกดดัน
ให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายไม่สามารถปรับขึ้นได้อีกนาน หากเป็นเช่นนี้ต่อไปก็จะส่งผลให้เกิด
กระแสเงินทุนไหลเข้าประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าซึ่งก็คือเอเชียที่มีภาวะเศรษฐกิจที่เติบ
โตแข็งแกร่งที่สุดในโลก ดังนั้นแนวโน้มกระแสเงินทุนต่างชาติจะยังคงไหลเข้าต่อเนื่องเช่นเดิม
จนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันค่าเงินยูโรที่แข็งค่าจะส่งผลให้ราคา
สินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนค่าเงินเอเชียและค่าเงินบาทก็ยังมีแนวโน้มแข็งค่าและทำสถิติ
ใหม่ต่อเนื่องเช่นกัน อย่างไรก็ตามเนื่องจากดัชนีตลาดหุ้นทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง กลยุทธ์การเก็ง
กำไรช่วงนี้น่าจะเป็น Sell into Strength และ Buy on Weakness เพราะยิ่งสูงก็ยิ่งหนาวนั่น
เอง
Technical View : “ตลาดยังขยับขึ้นต่อเนื่อง แต่ก็เสี่ยงต่อการปรับตัวย้อนลงจาก
ภาวะซื้อมากเกินไป ดังนั้นยังแนะนำให้ตามระวังแรงขายจากแนวต้านต่างๆ ไว้ด้วย โดย 1-2 วันนี้
ถ้าดัชนีย้อนต่ำกว่า 960 จุดควรชะลอการเข้าเทรดดิ้ง!!”
แนวรับ : 966-960*** , 955-953* , 942-937**
แนวต้าน : 973-980** , 990***
Technical Picks:
BH (Bt 35 เป้าเทคนิค 37-39 cut loss ถ้าหลุด 34.25)
SYNTEC (Bt 1.45 เป้าเทคนิค 1.65 cut loss ถ้าหลุด 1.40)
PF (Bt 4.62 เป้าเทคนิค 4.90-5.10 cut loss ถ้าหลุด 4.50)
เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 9:21:01
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น