Fund Flow เข้า แนะซื้อแบงก์
ความเปลี่ยนแปลงของ Fund Flow พบว่ายังมีเงินไหลเข้าทั้งตลาดพันธบัตรและ
ตลาดหุ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นมียอดซื้อสุทธิของต่างชาติเข้ามา ในช่วงสัปดาห์ที่แล้วรวม
12,595 ล้านบาท แม้ว่ากระทรวงการคลังและ ธปท.จะมีแนวทางที่จะออกมาตรการสกัดการแข็ง
ค่าของเงินบาท แต่คาดว่ามาตรการที่ออกมามีความเข้มข้นไม่สูงมาก และไม่น่าจะมีมาตรการ
รุนแรงที่สร้างความตื่นตระหนกต่อการลงทุนเหมือนเช่นครั้งออกมาตรการ 30% ในปี 2549
ตลาดอาจจะยังเคลือบแคลงใจต่อความวิตกกังวลเรื่องมาบตาพุดที่อาจมีผู้ไปชุมนุมประท้วงอีก
แม้ว่าขณะที่โรงแยกก๊าซ 6 ของ PTT และอีก 4 โครงการของ PTTCH กำลังจะได้ Operating
License ในสัปดาห์นี้ สามารถเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ทันทีที่ บจ.เหล่านั้นพร้อม แต่หุ้น
PTT ยังมีราคาที่ Laggard ตลาด โดยไตรมาส 4 ควรเป็นช่วงฤดูกาลที่เข้า Bullish กลุ่ม
ธนาคาร มีข่าวร้ายน้อยกว่ากลุ่มอื่น ผลประกอบการไตรมาส 3/53 ยังสดใสกว่ากลุ่มอื่น ภาวะธุรกิจ
เป็นไปตามภาวะเศ รษฐกิจในประเทศ
กรอบวันนี้ แนวรับ 950 แนวต้าน 962
ปัจจัยวันนี้
(+) ต่างประเทศ: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ บวกแรงในระดับ 2% เช่นเดียวกับตลาดหุ้นใน
ยุโรป ในวันศุกร์ที่ผ่านมาจากตัวเลขการสั่งซื้อสินค้าทุนที่พุ่งขึ้นกว่า 4% ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น
1.31 เหรียญฯ มาอยู่ที่ 76.5 เหรียญฯ/บาร์เรล คาดส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทยในเชิง sentiment
(+)BBL เป้าหมาย 195 บาท ไตรมาส 3/53 ผลประกอบการยังคงโดดเด่นสินเชื่อ
ขยายตัวต่อเนื่องจากสินเชื่อภาคธุรกิจเป็นหลัก รวมถึง NIM ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากทิศทางอัตรา
ดอกเบี้ยขาขึ้น เรายังคงเชื่อว่า BBL จะเป็นธนาคารที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากวัฏจักรการลงทุน
ของภาครัฐและภาคเอกชนรอบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น
(+)SCB เป้าหมาย 140 บาท คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 3/53 ทำกำไรสูงถึง
6.65 พันล้านบาท เติบโต 25%qoq และ 28%yoy จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นทั้งสินเชื่อที่
ขยายตัว, NIM ปรับเพิ่มขึ้น, และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตต่อเนื่องรวมถึงมีการรับรู้กำไร
พิเศษจากการขายหุ้น บ. กรุงเทพซินธิติกส์ อีกประมาณ 700 ล้านบาท และเงินปันผลวายุภักษ์
อีกกว่า 320 ล้านบาท มองภาพรวมผลประกอบการและการขยายตัวของสินเชื่อของ SCB ยังคง
โดดเด่นไปจนถึงปีหน้า
(+)KTB เป้าหมาย 17 บาท เบื้องต้นคาดกำไร KTB ไตรมาส 3/53 ในระดับ 4.2-
4.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 3.3 พันล้านบาทในไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากจะมีการรับรู้เงินปัน
ผลจากกองทุนวายุภักษ์ประมาณ 900 ล้านบาท ขณะที่การขยายตัวของสินเชื่อภาครัฐยังคงเข้ามา
อย่างต่อเนื่อง
(+)MAJOR เป้าหมาย 17 บาท คาดกำไรไตรมาส 3/53 และ 4/53 จะยังทำสถิติ
สูงสุดอย่างต่อเนื่อง จากรายได้การจำหน่ายตั๋วโดยเฉพาะภาพยนตร์ไทยที่แข็งแกร่ง และรายได้
ค่าโฆษณาที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30% เราคาดว่ากำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากอง
ทุนอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มจะสูงถึง 200 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าที่เราประมาณการเท่าตัว ส่งผล
ให้กำไรสุทธิมีแนวโน้มมากกว่าที่เราคาดที่ 649 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมี Unrealized Gain
จากหุ้น SF อีกประมาณ 1 บาท/หุ้น เป็นกำไรพิเศษหากมีการขายหุ้น SF ออกมา เราแนะนำซื้อ
ราคาเป้าหมาย Sum-of-the-parts ที่ 17 บาท คาดผลตอบแทนปันผลทั้งปี 7%
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 27/09/10 เวลา 10:06:37
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น