วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 24/09/53

บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 24/09/53

Market Recap and Trend: SET วานนี้แข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ ขณะที่การปรับลดลงของ
ตลาดหุ้นโลกจะเป็นปัจจัยกดดัน SET วันนี้
SET ปรับขึ้นดีกว่าที่เราคาดไว้วานนี้ โดยเฉพาะในช่วงระหว่างวันเมื่อวานและได้ขึ้น
ไปทำจุดสูงสุดที่ 957.22 จุด แต่ด้วยแรงขายหุ้นในช่วงท้ายตลาด งผลให้ SET ปิดตลาดปรับขึ้น
เพียง 0.23% ปิดที่ 947.10 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นต่อเนื่อง 47,333 ล้านบาท โดย
นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิอีก 2,067 ล้านบาท ขณะที่ค่าเงินบาทเช้านี้ทรงตัวที่ระดับ 30.67
บาท/ดอลลาร์ฯ สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ คาดว่าจะพักฐานระยะสั้นๆ ตามการปรับลดลงของ
ตลาดหุ้นทั่วโลก โดยมองแนวรับที่บริเวณ 937-942 จุด ทั้งนี้ตลาดหุ้น Dow Jones ปรับลดลง
0.72% จากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดไว้ และตัวเลขเศรษฐกิจใน
กลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรออกมาไม่ดีนัก สำหรับหุ้นกลุ่มสื่อสารล่าสุดศาลฯมีคำสั่งระงับการประมูล
ใบอนุญาต 3G ต่อไป ซึ่งอาจทำให้การประมูลล่าช้าออกไปเป็นปีอย่างไรก็ตาม เราคงแนะนำซื้อ
เมื่ออ่อนตัวสำหรับ ADVANC และ DTAC โดยมองว่าหุ้นทั้ง 2 ตัวนี้ยังมีพื้นฐานที่ดีอยู่ แม้จะยัง
ดำเนินงานภายใต้สัญญาสัมปทานเดิมก็ตาม โดยคาดว่า DTAC จะมีผลการดำเนินงาน 3Q53
ออกมาดีและ ADVANC มีแนวโน้มจ่ายเงินปันผลพิเศษอีก 5 บาทรวมกับปันผลปกติ 6.3 บาท
จะทำให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 12.45%

Investment Strategy: สัญญาณการพักฐานของตลาดหุ้นโลกยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
ใกล้ชิด...เลื่อนจุด Trailing Stop มาที่ 936 จุด
แม้ว่าโมเมนตัมของ SET ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง แต่โมเมนตัมของตลาดหุ้นโลกกลับดู
อ่อนแอลง ขณะที่เงินดอลลาร์ฯที่เริ่มแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ทั่วโลก (US
Dollar Index) ขณะที่ค่าเงินบาททรงตัวอยู่ที่ 30.67 บาท/ดอลลาร์ฯ เช้านี้ ทำให้นักลงทุนจำเป็น
ต้องติดตามแนวโน้มตลาดหุ้นโลกใกล้ชิดมากขึ้น และควรตั้งจุด Trailing Stop ไว้ในกรณีที่
SET ปรับลงต่ำกว่า 936 จุด อาจจำเป็นต้องขายหุ้นลดสัดส่วนหุ้นในพอร์ตลงเหลือ 60% อีกครั้ง
เพื่อลดความเสี่ยง (หลังจากที่เราเพิ่งแนะนำเพิ่มพอร์ตที่ระดับ 940 จุด ไปเมื่อช่วงกลาง
สัปดาห์)... สำหรับกลุ่มหุ้นแนะนำในช่วงนี้ คงเน้นการเข้าสะสมหุ้นกลุ่มสถาบันการเงินที่ได้รับ
ผลดีโดยตรงจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ขยายตัว คุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเราให้ BBL,
KBANK, KTB, TISCO, และ KK เป็นหุ้นเด่น และแนะนำเก็งกำไรหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ จาก
การคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงาน 3Q53 จะออกมาดี โดยให้ DELTA เป็นหุ้นเด่น

Futures Strategy :
แนะนำถือสถานะ LONG สัญญา S50Z10 โดยมี Trailing Stop ที่ 648 จุด เหมือน
เดิม (ดูรายละเอียดใน Derivative Strategy)

AUTO :
เพิ่ม SCC, CCET และ SCB เข้ามาอยู่ในกลุ่มหุ้น Top Picks

Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +0.4% สูงกว่า
อัตราผลตอบแทน SET ที่ -0.1% (Update วันที่ 20 ก.ย. 53)
พอร์ตจำลองให้อัตราผลตอบแทน +0.4% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับ SET ที่มี
อัตราผลตอบแทน -0.1% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า SET อยู่ 0.5% แต่หาก
พิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +238% ดีกว่าตลาดที่ให้อัตรา
ผลตอบแทน +32% อยู่ 156% นอกจากนี้ หากพิจารณาตั้งแต่ต้นปี 53 พอร์ตจำลองมี
อัตราผลตอบแทน 47% ดีกว่าผลตอบแทนของ SET ที่ 26% อยู่ 21% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
CPALL และ QH เป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนสูงสุดในพอร์ตหรือมีอัตราผลตอบแทน 4.0%
และ 3.1% ตามลำดับ สำหรับสัปดาห์นี้ยังคงแนะนำให้ถือหุ้นทั้ง 5 ตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน
ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว) BBL (ได้รับประโยชน์จากแนวโน้ม
เศรษฐกิจขยายตัวโดยตรง ผ่านการเติบโตทางด้านสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม) CPALL
(จากการขยายสาขา และเพิ่มกำไรขั้นต้น ซึ่งสง่ ผลดีต่อแนวโนม้ ผลการดำเนินงาน) QH (คาดว่า
ผลการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นมากใน 4Q53 จากการเปิดโครงการใหม่) และ BANPU (มี
ประเด็นบวกจากการขายหุ้น ITMG และซื้อ Centennial Coal ซึ่งเป็นการขยายธุรกิจถ่านหินใน
อนาคต) ขณะที่นำ ADVANC ออกจากพอร์ต เนื่องจากมีความเสี่ยงจากการเปิดประมูล 3G ที่
ล่าช้าออกไป

ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก
• ตลาดหุ้นสหรัฐลดลงหลังสหรัฐจำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์เพิ่มขึ้น ดัชนีดาวโจนส์
ปิดลดลง 0.72% เช่นเดียวกับดัชนี S&P 500 ที่ปิดลดลง 0.83% หลังจากกระทรวงแรงงาน
สหรัฐเปิดเผย จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการระหว่างว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 18
ก.ย.เพิ่มขึ้น 12,000 ราย สู่ระดับ 465,000 ราย นอกจากนี้ ตลาดได้รับแรงกดดันมากขึ้นเมื่อยู
โรสแตทรายงานว่า ดัชนีกิจกรรมภาคธุรกิจใน 16 ประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร หรือยูโรโซน อ่อนตัว
ลงเนื่องจากผู้ประกอบการขาดความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของเศรษฐกิจในยุโรป
• ราคาน้ำมันดิบ NYMEX เพิ่มขึ้น ขานรับยอดขายบ้านสหรัฐ-ข่าวพายุก่อตัวสัญญา
น้ำมันดิบ NYMEX เดือน พ.ย. เพิ่มขึ้น 47 เซนต์ ปิดที่ 75.18 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยได้แรงหนุน
จากรายงานของสมาคมนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) รายงานว่า
ยอดขายบ้านมือสองประจำเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 7.6% สู่ระดับ 4.13 ล้านยูนิตประกอบกับ
ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติของสหรัฐรายงานว่า พายุหลายลูกที่ก่อตัวขึ้นทางตอนใต้ของอ่าวเม็กซิโก
มีแนวโน้มที่จะทวีกำลังขึ้นเป็นพายุดีเปรสชั่น ซึ่งรายงานดังกล่าวทำให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่า
ฤดูพายุเฮอริเคนปีนี้อาจส่งผลกระทบต่อฐานการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวเม็กซิโก
และอาจทำให้เกิดภาวะซัพพลายตึงตัวในสหรัฐ ซึ่งจะยิ่งหนุนราคาน้ำมันดิบให้สูงขึ้นด้วย
• ยูโรร่วงเทียบดอลล์ หลังยุโรปเผยดัชนี PMI-ความเชื่อมั่นผู้บริโภคหดตัว นักลงทุน
เทขายยูโรหลังจากมีรายงาน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) โดยรวมทั้งภาคการผลิตและ
ภาคบริการ หดตัวลงสู่ระดับ 53.8 จุดในเดือนก.ย. จากเดือนส.ค.ที่ระดับ 56.2 จุด ส่วนค่าเงิน
ดอลลาร์สหรัฐร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยนและสกุลเงินอื่นๆ นับตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐ
(เฟด) ยืนยันความพร้อมที่จะใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing) หรือ
QE ด้วยการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงิน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะสร้างแรงกดดันให้
กับค่าเงินดอลลาร์อย่างมาก
• ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดลดลง 25 จุดมาที่ 2,461 จุด สิ้นสุดฤดูการเก็บสต็อก
วัตถุดิบและสินค้าคงคลัง คาดว่าค่าระวางเรือจะมีทิศทางผันผวนไปจนถึงสิ้นปีนี้ โดยภาพค่าระวาง
เรือจะถูกกดดันโดยอุปทานกองเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา โดยคาดว่ากองเรือใหม่ ณ สิ้นปี 53 จะเพิ่ม
ขึ้นกว่า 27%YoY ที่ระดับ 607m DWT หากไม่มีการเลื่อนการส่งมอบ โดยผู้ประกอบการทั้ง
TTA, PSL และผู้เชียวชาญในอุตสาหกรรมคาดว่าดัชนีเดินเรือเทกองจะผ่านจุดต่ำสุดในช่วง
ปลายปี 54 แต่เราเชื่อว่าค่าระวางเรือเฉลี่ยของทั้ง PSL และ TTA จะถึงจุดต่ำสุดก่อน เนื่องจาก
อายุกองเรือเฉลี่ยที่ดีขึ้นจากการขายเรือเก่า



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/09/10 เวลา 9:20:48

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น