Trading Strategy
“Fund Flow หนุนให้ภาพรวมยังเป็นบวก”
สรุปภาพตลาดและกลยุทธ์
• วานนี้...อ่อนตัวจากแรงขายทำกำไร SET Index วานนี้อ่อนตัว ปิด
ตลาด –3.2 จุดมายัง 959.27 มูลค่าซื้อขาย 4.2 หมื่นล้านบาท โดยมีแรงขายทำกำไร
ในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี แต่การเข้าซื้อหุ้นกลุ่มสื่อสารและเลือกซื้อหุ้นบางตัว
กระจายไปในกลุ่มต่างๆ ช่วยพยุงตลาดไม่ให้ลดลงแรง นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อ
2.6 พันล้านบาท รายย่อยซื้อสุทธิ 1.1 พันล้านบาท ส่วนสถาบันในประเทศและ
พอร์ตบล.ขายสุทธิ สำหรับตลาดฟิวเจอร์ส ต่างชาติทำ Net Short 840 ล้านบาท ส่วน
สถาบันในประเทศและรายย่อยทำ Net Long
• Fund Flow หนุนให้ภาพรวมยังเป็นบวก สำหรับตลาดรวมเรายังแนะนำ
ให้ถือหุ้นพื้นฐานดีต้นทุนต่ำต่อไป (Let Profit Run) เพราะเม็ดเงินของต่างชาติยังเข้า
มาต่อเนื่อง ส่วนการซื้อใหม่เน้นหุ้นที่มีการปรับฐานแล้ว/หรือยังไม่ทำ New High โดย
มีเงื่อนไขว่า SET จะต้องไม่ต่ำกว่าแนวฟิวเตอร์ที่ 940 หุ้นที่เลือกเป็น Top Picks
วันนี้ ได้แก่
• THAI : ลูกหุ้นต้นทุนต่ำจากการเพิ่มทุนเข้ามาซื้อขายแล้วเมื่อวานนี้ ความ
เสี่ยงจากแรงขายทำกำไรระยะสั้นก็น้อยลง ในขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทดีขึ้น
คาดว่า Cabin factor ใน 3Q53 จะเพิ่มเป็น 75% ใกล้เคียงกับ 3Q52 ที่ 74% แต่ดีขึ้น
มากจาก 2Q53 ที่ 65% ยังผลให้การดำเนินงานปกติจะฟื้นตัวเป็นกำไร 3-4 พันล้าน
บาทใน 3Q53 หลังจากที่ขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ 2.8 พันล้านบาทใน 2Q53
และจะดีขึ้นมากใน 4Q53 เพราะเป็น High season ของการท่องเที่ยว นอกจากนั้นยัง
มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาเสริมด้วย แนะนำซื้อ ให้ราคาตามพื้นฐาน 47.25
บาท
• KBANK : การขยายตัวของสินเชื่อแข็งแกร่งต่อใน 2H53 ตามความต้อง
การใช้สินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนที่สูง โดยเฉพาะจากกลุ่ม Corporate และ
SME ซึ่งเป็น High season ของการส่งออก ทำให้เราคาดการณ์ว่าการขยายตัวของ
สินเชื่อในปี 53 จะอยู่ที่ 8.0% ประเมินว่า NIM จะดีขึ้นในปี 54 เนื่องจากการเข้าซื้อ
กิจการ MTGH,อัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นตั้งแต่ 2H53 เป็นต้นไป และเน้นการปล่อยสิน
เชื่อที่ให้ Yield สูงในกลุ่ม SME รายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัว 15% ต่อปีในปี 53-54
คุณภาพสินทรัพย์ดีมาก โดยมี NPL ratio ต่ำสุดในกลุ่ม ให้ราคาตามพื้นฐาน 140
บาท โดยอิงกับ P/BV ปี 54 ที่ 2.2 เท่า ส่วนหุ้นที่น่าสนใจเก็งกำไรข่าวบวก/ธุรกิจฟื้น
ตัว & สัญญาณทางเทคนิคดี ได้แก่ LOXLEY ส่วนหลักทรัพย์ที่แนะนำซื้อไปแล้วและ
ให้ถือต่อ คือ KBANK, TMB, PTT, PTTAR, BEC, LPN, ROJNA, TASCO, VNG,
ITD, HEMRAJ หุ้นปันผลเด่น มีเงินเย็นสามารถทยอยซื้อ/ถือลงทุนยาวเพื่อรับปันผล
สูง ได้แก่ SNC, TMT, DCC, MODERN, TICON,LPN, SPALI
Key Drivers :
+ ดัชนีดาวโจนส์ดีดขึ้น 46.10 จุด
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.ของสหรัฐลดลงมากกว่าคาด
• ราคาน้ำมันดิบแกว่งแคบ โดย NYMEX –0.34 US$ มาปิดที่ 76.18
US$/bbl
+ ค่าการกลั่นสิงคโปร์ Spot ปรับขึ้น โดยปิดที่ 4.42 US$/bbl จากวันก่อน
หน้าที่ 4.04 US$/bbl
+ ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry Index : BDI) ปรับขึ้นต่อ โดยปิด +53 จุด มา
ยัง 2504
+ ราคาทองคำที่ตลาด COMEX ทะยานขึ้นต่อ โดย +9.70 US$ มาปิดที่
1,308.30 US$/ออนซ์
+ เศรษฐกิจไทย : การผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทยเดือนส.ค.ขยายตัวต่อ
เนื่องเป็นเดือนที่ 10
+ วานนี้ (28 ก.ย.) ครม.อนุมัติ TOT ลงทุนสร้างโครงข่ายโทรศัพท์ 3G 1.99
หมื่นล้านบาท คาดดำเนินการได้ภายใน 6 เดือน...เป็นข่าวบวกกับกลุ่มสื่อสาร
+ Preview ผลประกอบการ 3Q53 ของกลุ่มแบงค์...คาด Norm Profit
แข็งแกร่ง เรายังคงให้ BBL, KBANK และ KTB เป็นหุ้น Top Picks
• การเมือง : นายกฯกล่าวว่าจะดูแลงานด้านความมั่นคงแทนนายสุเทพที่จะลา
ออกไปสมัครเข้าแข่งขันเลือกตั้งซ่อมส.ส.
Top Picks – ก.ย.53 : BEC, BANPU, DCC, DTAC, LPN
Top Picks หุ้นปันผลสูง : ADVANC, CSL, SPALI, LPN, TMT, MCS, DCC,
MODERN, CPNRF,SPF, TICON
หุ้นถูกขายชอร์ตมาก–วันก่อน : LH 5.1% ของปริมาณซื้อขายกระดานหลัก
วิเคราะห์&กลยุทธ์ทางเทคนิค : “ตามด้วยค่าบวกเท่านั้น” ระยะสั้นสัญญาณ
ทางเทคนิคเริ่มเป็นลบ (ปิดลบ/แรงกดของสภาวะ Overbought + Divergence) ความ
น่าจะเป็นของตลาด คือ แกว่งแบบมีโอกาสปรับขึ้นก่อนถอยลงตามมา แนวต้าน 965-
970 ลดพอร์ตตามเมื่อดัชนีเป็นลบ และ Stop loss เมื่อหลุด 940 สำหรับ SET50 มี
ทิศทางเดียวกับตลาดรวม หากรีบาวน์จะมีแนวต้าน 665-670 ค่าลบให้ลดพอร์ตตาม
และ Stop loss เมื่อหลุด 650 กลยุทธ์ : เล่นสั้นให้ซื้อตามด้วยค่าบวกเพื่อขายที่แนว
ต้าน หรือซื้ออ่อนตัวแต่ไม่ต่ำกว่าแนวฟิวเตอร์ที่ 940 หุ้นเด่นทางเทคนิควันนี้ คือ
KBANK, MJD, LH, EASTW, BEC, SIAM, MODERN, LOXLEY
ปัจจัยต่างประเทศ & ราคาสินค้าโภคภัณฑ์
+ ดัชนีดาวโจนส์ดีดขึ้น 46.10 จุด โดยหุ้นกลุ่มพลังงาน โภคภัณฑ์ และกลุ่ม
เซมิคอนดัคเตอร์ซึ่งคาดว่าดีมานด์จะเพิ่มตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ อย่างไรก็
ตามหุ้น Apple ร่วงลงแรงเพราะมีข่าวลือว่าผู้บริหารอันดับ 2 จะออกไปทำงานกับ HP
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.ของสหรัฐลดลงมากกว่าคาด ดัชนีราคา
บ้านใน 20 เขตเมืองเดือนก.ค.53 ลดลง 0.1%MoM ตามคาด หลังเพิ่ม 0.2%MoM ใน
เดือนมิ.ย.53 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.ลดลงเป็น 48.5 จาก 53.2 ใน
เดือนก่อนหน้า และแย่กว่าคาด
• ราคาน้ำมันดิบแกว่งแคบ โดย NYMEX –0.34 US$ มาปิดที่ 76.18
US$/bbl ส่วน BRENT +0.14 US$ มายัง 78.71 US$/bbl
+ ค่าการกลั่นสิงคโปร์ Spot ปรับขึ้น โดยปิดที่ 4.42 US$/bbl จากวันก่อน
หน้าที่ 4.04 US$/bbl
+ ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry Index : BDI) ปรับขึ้นต่อ โดยปิด +53 จุด มา
ยัง 2504
+ ราคาทองคำที่ตลาด COMEX ทะยานขึ้นต่อ โดย +9.70 US$ มาปิดที่
1,308.30 US$/ออนซ์
ปัจจัยในประเทศ & อุตสาหกรรมและหุ้นเด่น
+ เศรษฐกิจไทย : การผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทยเดือนส.ค.ขยายตัวต่อ
เนื่องเป็นเดือนที่ 10 ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) ส.ค.เติบโต 8.7%YoY
เป็น 184.41 โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 ส่วนดัชนีการส่งสินค้าอยู่ที่
186.68 เพิ่ม 9.3%YoY ดัชนีสินค้าสำเร็จรูปคงคลัง 190.29 ขยายตัว 13.9%YoY
ดัชนีแรงงานภาคอุตสาหกรรม 121.00 สูงขึ้น 10.9%YoY และดัชนีผลิตภาพแรงงาน
ภาคอุตสาหกรรม 134.29 เติบโต 5.3%YoY ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตภาค
อุตสาหกรรมส.ค.เท่ากับ 64.03% (ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม)
+ วานนี้ (28 ก.ย.) ครม.อนุมัติ TOT ลงทุนสร้างโครงข่ายโทรศัพท์ 3G 1.99
หมื่นล้านบาท คาดดำเนินการได้ภายใน 6 เดือน ทั้งนี้จะให้มีการปรับปรุงสถานีที่มี
เดิม 4,700 แห่งและสร้างเพิ่ม 700 แห่ง รวมเป็น 5,400 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมผู้
ใช้บริการโทรศัพท์ 50% โดยคาดว่าจะดำเนินการได้ภายใน 6 เดือน ทางด้าน
ADVANC เห็นช่องทาง รีบเข้าเจรจาขอทำ MVNO ทั่วประเทศ
ความเห็นทีมกลยุทธ์ Retail : หุ้นกลุ่มสื่อสารกลับมามีความหวังในทางบวกกับ
ธุรกิจ 3G อีกครั้งหนึ่งหลังครม.อนุมัติให้ TOT ลงทุนพัฒนาโครงข่าย 1.9 หมื่นล้าน
บาท และทางกสท.จะมีการประชุมบอร์ดเพื่อพิจารณาให้ DTAC และ TRUE ให้
บริการผ่านระบบ HSPA ในเดือนต.ค.นี้ สำหรับการลงทุน มีหุ้นอยู่แล้วแนะนำ Let
Profit Run ใน ADVANC และ DTAC ส่วน TRUE ระยะสั้นควรระวังแรงขายทำกำไร
เพราะราคาปรับขึ้นมามาก สำหรับการเข้าลงทุนใหม่ แนะนำซื้อ DTAC ด้านหุ้นที่
เกี่ยวข้องกับการวางโครงข่าย คือ SAMTEL, LOXLEY, JAS เป็นลักษณะ
ของการเก็งกำไรตามข่าว ซึ่งหุ้นที่โดดเด่นในทางเทคนิค คือ LOXLEY
+ Preview ผลประกอบการ 3Q53 ของกลุ่มแบงค์...คาด Norm Profit แข็ง
แกร่ง นักวิเคราะห์หุ้นกลุ่มสถาบันการเงินกำลังทำคาดการณ์ผลประกอบการ 3Q53
ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยในเบื้องต้นนักวิเคราะห์มองว่าผลประกอบการ 3Q53
ยังแข็งแกร่งเพราะสินเชื่อขยายตัวดี เนื่องจากเป็น High Season ของการส่งออก,
มีปันผลรับจากกองทุนวายุภักษ์ 1 และรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตสูง การตั้งสำรองค่า
เผื่อฯเป็นไปตามปกติตามการขยายตัวของสินเชื่อ สำหรับหุ้นแบงค์ที่ DBSV ได้ทำ
คาดการณ์กำไรออกมาแล้ว คือ BBL และ BAY ฝ่ายวิจัยฯคาดการณ์ว่า Norm Profit
3Q53 ของ BBL (ไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายหุ้น ACL ใน 2Q53) จะเติบโต 10%
QoQ ส่วน BAY คาดว่ากำไรสุทธิจะขยายตัว 7%QoQ นับว่าแข็งแกร่ง โดยรวมแล้ว
เรายังคงมีมุมมองที่เป็นบวกกับกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และยังคงให้ BBL, KBANK
และ KTB เป็นหุ้น Top Pick นอกจากนั้นยังแนะนำซื้อ SCB ส่วน BAY,
TISCO, TCAP แนะนำถือ
• การเมือง : นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าจะดูแลงานด้านความมั่นคงแทนนายสุ
เทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯที่จะลาออกไปสมัครเข้าแข่งขันเลือกตั้งซ่อมส.ส.ที่
จังหวัดสุราษฎร์ธานีภายใน 8 ต.ค.นี้ สำหรับการเลือกตั้งซ่อม ทางกกต. กำหนดไว้วัน
ที่ 30 ต.ค.นี้
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 29/09/10 เวลา 12:04:39
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น