วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.เคจีไอ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 30/09/53

เงินฝรั่งยังหนุนตลาดหุ้น
KGI ประเมินตลาดหุ้นไทยวันพฤหัสฯ จะแกว่งขึ้นต่อ และเราปรับมุมมองระยะสั้นช่วง 2
สัปดาห์ข้างหน้าเป็นบวกมากกว่าเดิม หลังจากดัชนีฯ ไม่มีการปรับฐานแรงที่ระดับ 960 จุด ดังที่
เคยคาดไว้ เนื่องจากเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดทุนแข็งแกร่งมาก และในช่วง 2 สัปดาห์ข้าง
หน้าทิศทางตลาดหุ้นก็ยังมีโอกาสปรับขึ้นได้จากแนวโน้มเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องตามสกุลเงิน
ดอลล่าร์ฯ ที่อ่อนตัวรับความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นเป็นลำดับต่อมาตรการเสริมสภาพคล่องรอบใหม่
ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี KGI คงมุมมองว่าในช่วงครึ่งหลังของเดือน ต.ค. นั้นจะมีความเสี่ยงทาง
การเมืองที่มากขึ้นจากประเด็นการยุบพรรคประชาธิปัตย์รวมทั้งแรงกระเพื่อมทางการเมือง
ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งน่าจะสร้างแรงขายทำกำไรมากขึ้น
กลยุทธ์: ดัชนีฯ ในวันน่าจะมีช่วงอ่อนหรือผันผวนบ้าง เราแนะนำเป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร
หุ้นกลุ่มพลังงาน ซึ่งน่าจะได้รับความสนใจหลังเม็ดเงินต่างประเทศเข้าตลาดหุ้นต่อเนื่อง ขณะที่
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอีกใกล้ 78 เหรียญฯ/บาร์เรล หลังค่าเงินดอลล่าร์ฯ อ่อนตัวจากประเด็นที่
กล่าวไปแล้วข้างต้นและตัวเลขสำรองน้ำมันรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ที่ต่ำกว่าคาด แนะนำซื้อเก็ง
PTTEP, TOP รวมทั้งหุ้นใหญ่ที่ราคาหุ้นยังขึ้นน้อยเช่น BAY เป็นต้น

ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ
ผู้บริหาร SAT เผยขณะนี้ได้รับการยืนยันคำสั่งซื้อชิ้นส่วนยานยนต์สำหรับรถอีโคคาร์
เพิ่มเติมจากอีก 3 ค่ายคือ โตโยต้า มิตซูบิชิ และซูซูกิ จากเดิมที่มีการยืนยันคำสั่งซื้อเพียง นิส
สัน และ ฮอนด้า นอกจากนี้ได้มีการคาดการณ์เพิ่มเติมว่ายอดขายของ SAT ในงวดไตรมาส
3/53 จะเติบโตสูงกว่างวด ไตรมาส1/53 และ ไตรมาส 2/53 ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมฯ
และประเมินการเติบโตของยอดขายใน 3 ปีข้างหน้า (2554-2556) จะเติบโตเฉลี่ยปีละ
ประมาณ 10% เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานของ SAT ดังนั้นจึงยังคงคำ
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 27.60 บาท
จีสตีล รอผู้ถือหุ้นกู้ยอมรับเงื่อนไขในการปรับโครงสร้างหนี้ 1 ต.ค นี้: ภายหลังผู้ถือหุ้น
กว่า 99.8% อนุมัติแผนการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 5.1 พันล้านหุ้น เพื่อรองรับการแปลงหนี้
เป็นทุนให้แก่เจ้าหนี้หุ้นกู้ ที่กำหนดราคาแปลงสภาพหุ้นละ 1 บาท อย่างไรก็ตาม การเพิ่มทุนดัง
กล่าวจะเกิดขึ้นได้ ต้องรอผลการประชุมเจ้าหนี้ผู้ถือหุ้นกู้ของบริษัทที่จะมีการประชุมในวันที่ 1
ต.ค.นี้ ว่าจะยอมรับแผนการขอลดหนี้หุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในวันที่ 4 ต.ค.นี้ จำนวน 170 ล้าน
ดอลลาร์ หรือประมาณ 5,250 ล้านบาท เป็น 68 ล้านดอลลาร์ หรือ 2,100 ล้านบาท และขอขยาย
เวลาการชำระหนี้ออกไปอีก 5 ปี คือจาก 4 ต.ค.2553 เป็น 4 ต.ค.2558 รวมทั้งขอลดดอกเบี้ย
จาก 10.5% เหลือ 1%
SPRC เลื่อนแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออกไปเป็นต้นปีหน้า เนื่องจาก
ค่าการกลั่นที่ยังอยู่ในระดับต่ำ SPRC เป็นโรงกลั่นน้ำมันขนาด 1.5 แสนบาร์เรลต่อวัน ถือหุ้น
64.0% โดย Chevron และ 36% โดย PTT* มีแผนที่จะลดสัดส่วนการถือหุ้นทั้งหมดภายหลัง
การเข้าจดทะเบียนของ SPRC



เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 9:07:37

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น