แนวโน้มตลาดวันนี้
เมื่อวันพุธตลาดหุ้นไทยดีดตัวบวกแรงและสร้างจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 14 ปี
ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 969.65 จุด เพิ่มขึ้น 10.38 จุด(+1.08%) มูลค่าการซื้อขาย
ปานกลางหนาแน่นมากที่ 4.3 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่องอีก
2.7 พันล้านบาท
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ทางฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก คาดมีแนวโน้มผันผวน
ในกรอบ 960 - 979 แรงซื้อหลักจากนักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศเป็น
สัญญาณชี้นำดัชนีขาขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับค่าเงินบาท ที่แข็งค่า ดัชนีมีโอกาสทดสอบ
แนวต้าน S50Z10 แท่งเทียนปิดขาวสูงขึ้น Volume ลดลงเล็กน้อย แต่ค่า Indicators
เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณบวกสอดคล้องกัน คาดการณ์ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อ แนวต้านที่ 678
แนวรับที่ 668 SET50 ดัชนีปิดขาวสูงขึ้น Volume ลดลงเล็กน้อย แต่ Indicators กลับ
ตัวสูงขึ้น คาดดัชนียังปรับตัวขึ้นต่อ กรอบแนวต้านที่ 675 แนวรับที่ 660 Gold Future
GFV10 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 18,920-18,970 GFZ10 เก็งกำไรระยะสั้นใน
กรอบ 18,960-19,020
กลยุทธ์ หุ้นขนาดใหญ่หรือBig Cap. ได้ปัจจัยบวกจากแรงซื้อ
นักลงทุนต่างชาติ การทำปิดรอบบัญชีไตรมาส 3 เป็นวันสุดท้าย ส่งผลให้อาจมีแรง
ขายทำกำไรระยะสั้นที่ระดับแนวต้าน แต่เป็นการปรับตัวเพื่อขึ้นต่อ กลุ่มโรงกลั่น
PTTAR TOP กลุ่มปิโตรเคมี PTTCH TPC ยังคงซื้อเก็งกำไรเล่นรอบ สำหรับหุ้น
เก็งกำไรทางเทคนิคดูรายละเอียดใน Short-Term Trade เช่น PTTAR UNIQ หรือ
เลือกใน Stocks in Trend นักลงทุนระยะกลาง ถือ หรือขายออกเล็กน้อยที่แนวต้าน
976
ดัชนี SET ดัชนีปิดเป็นแท่งเทียนขาวราคาปิดสูงขึ้น Indicators เพิ่มขึ้นและ
ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย คาดการณ์ดัชนีมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อตาม
Trend Line มีโอกาสทดสอบแนวต้านที่ 973 แนวรับ ที่ 960 ซื้อเก็งกำไรแนวรับ 960
ถือเพื่อรอขาย
ดัชนีนิกเกอิ แนวโน้มการเคลื่อนไหวยังคงกรอบแคบๆต่อไป โดยมีแนวรับ
สำคัญ 9,500 แนวต้าน 9,700 โดยยังมีแรงกดดันการแข็งค่าของเยน ทั้งนี้นักลงทุนยัง
คงรอคอยการประชุมของBOJที่จะมีขึ้นสัปดาห์หน้าว่าจะมีการผ่อนคลายนโยบายการ
เงินเพิ่มเติมอย่างไร
ดัชนีฮั่งเส็ง การซื้อขายในระยะสั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกับต่างประเทศ
การปิดยืนจุดสูงยังคงเป็นการเคลื่อนไหวขาขึ้นตามเส้นค่าเฉลี่ย และเป็นแนวรับที่
สำคัญ 22,200 หากระดับดัชนีไม่สามารถผ่าน 22,450-22,500 แนวโน้มมีโอกาสที่จะ
ปรับตัวลง
(Analyst - ธวัชชัย tawatchai@globlex.co.th)
หุ้นแนะนำพิเศษ : PTT 293 ซื้อ เป้าปี 54:330 บาท
ระยะสั้นได้ผลดีทางจิตวิยาการลงทุนจากราคาน้ำมันดิบดูไบที่กลับมาเพิ่มขึ้น
เป็น 77.52$/bbl ช่วยลดแรงกดดันจากการขาดทุนสต๊อกน้ำมันดิบให้กับธุรกิจโรงกลั่น
และปิโตรฯ ขณะที่ธุรกิจก๊าซผลิตและสำรวจยังขยายตัวได้ดีตามราคาและปริมาณ
ขายที่เพิ่มขึ้น คาดหนุนกำไร 3Q53 ออกมาดีขึ้นทั้ง QoQ และ YoY ส่วนระยะยาวคาด
ได้ประโยชน์จากโรงแยกก๊าซ 6 ที่กลับมาดำเนินการได้ และยังได้แรงหนุนจากแนว
โน้มราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทำให้ผลประกอบการในปีหน้ายังเติบโต โดยเราคาดกำไร
สุทธิในปีนี้ประมาณ 70,808 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 19%yoy และคาดกำไรสุทธิในปี 54
ประมาณ 77,791 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 10%yoy
(Analyst -อาทิตย์ artit@globlex.co.th)
Stocks in trend
GSTEEL (ราคาปิด 0.59 แนะนำ ซื้อเก็งกำไรด้วยความระมัดระวัง) การ
ประชุมผู้ถือหุ้น GSTEEL วานนี้ได้อนุมัติแผนการเพิ่มทุน 5.1 พันล้านบาท เพื่อรอง
รับการแปลงหนี้เป็นทุนให้แก่เจ้าหนี้หุ้นกู้ อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลการประชุมเจ้า
หนี้ผู้ถือหุ้นกู้ว่าจะยอมรับแผนการปรับโครงสร้างหนี้หรือไม่ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ซึ่งจะส่ง
ผลให้หนี้ลดจาก 170 ล้านดอลลาร์ เหลือ 68 ล้านดอลลาร์ ขยายระยะเวลาคืนหนี้อีก
5 ปี (จาก 4 ต.ค.53 เป็น 4 ต.ค.58) รวมทั้งขอลดดอกเบี้ยจาก 10.5% เหลือ 1% ซึ่ง
หากเจ้าหนี้ยอมรับแผนดังกล่าวคาดว่าจะช่วยให้ผลประกอบการของ GSTEEL กลับ
มาฟื้นตัวในทิศทางที่ดีได้
(ที่มา: นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)
SIRI (ราคาปิด 6 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 6.50) ผู้บริหาร SIRI ปรับเพิ่มเป้า
หมายยอดขายพรีเซลปี 53 เป็น 2.4-.25 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ 2.2 หมื่นล้านบาท
โดยยอดพรีเซลใน 3Q53 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.8 พันล้านบาท ส่วนใน 4Q53
จะเพิ่มขึ้นเป็น 9 พันล้านบาท
(ที่มา: อินโฟเควสท์)
IHL (ราคาปิด 9.15 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 10.10) คาดผลประกอบการ 3Q53
โดดเด่นใกล้เคียงไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนค่อนข้างมาก
และคาดกำไร 4Q53 จะยังคงเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 3Q53 จากคำสั่งซื้อที่บริษัทมีอยู่
และคาดว่าจะได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า เนื่องจากต้องมีการนำเข้าวัตถุดิบ
จากต่างประเทศ
PREB (ราคาปิด 3.04 แนะนำ ซื้อเก็งกำไร) ผู้บริหาร PREB คาดรายได้ปี 53
เติบโตประมาณ 30% จากปีก่อน พร้อมคาดรายได้ปี 54 จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง
เพราะจะมีรายได้จากธุรกิจอสังหาฯ เข้ามาเสริมธุรกิจรับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นธุรกิจ
หลัก ปัจจุบันธุรกิจรับเหมาฯ มีงาน Backlog ราว 1.8 พันล้านบาท และรอผลการ
ประมูลอีกราว 2 พันล้านบาท และต้นปี 54 จะเริ่มรับรู้รายได้จากงานคอนโดมิเนียม
มูลค่าโครงการราว 350 ล้านบาท (ที่มา: อินโฟเควสท์)
(Analyst - อำนาจ amnart@globlex.co.th)
ปัจจัยบวก
+ ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องและทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 30.48 บาทต่อดอลลาร์
สหรัฐหนุนกระแสเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้า โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ
(สบน.) เปิดเผยว่าระหว่างเดือนก.ค.-ก.ย. 53 มีเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้ามาลงทุน
ในไทยจำนวน 1.27 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด โดย 75% ลงทุนในตลาด
ตราสารหนี้ อีก 25% ลงทุนในตลาดหุ้น
+ สหรัฐรายงานตัวเลขบ่งชี้เศรษฐกิจที่ดีได้แก่รายงานสต็อกน้ำมันดิบลดลง
เกินคาด 475,000 บาร์เรลมากกว่าที่คาดว่าจะลดลง 360,000 บาร์เรล
ปัจจัยลบ
- แรงงานร่วม 100,000 คนจาก 30 ประเทศในยุโรปเตรียมชุมนุมที่
กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม และยังมีแผนที่จะชุมนุมประท้วงในอีกหลาย
ประเทศ อาทิ สเปน กรีซ อิตาลี ลัตเวีย โปแลนด์ โปรตุเกส และเซอร์เบีย
เพื่อต่อต้านมาตรการลดการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลประเทศต่างๆ ที่ได้รับ
ผลกระทบจากวิกฤตการเงิน
- ญี่ปุ่นรายงานผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค.ลดลงเหนือความคาดหมาย
0.3%MoM ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกัน 3 เดือนแล้วสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะ
เพิ่มขึน 1.1%
- เสถียรภาพของรัฐบาลยังไม่แน่นอนจากจากการตัดสินคดียุบ/ไม่ยุบพรรค
ปชป. การออกกม.นิรโทษกรรม และความพยายามป่วนเมืองด้วยการวางระเบิดตามที่
ต่าง ๆ ส่งผลให้ศอฉ.เพิ่มจุดเฝ้าระวังทั่วกทม.และปริมณฑล จัดสายตรวจร่วมในเส้น
ทางเสี่ยง รวมทั้งเตรียมพร้อมเก็บกู้ระเบิดเพื่อระงับเหตุได้ทันท่วงที
ปัจจัยที่ต้องจับตา
* 30 ก.ย. จับตาการชุมนุมของชาวบ้านจ.ระยองในการชุมนุมต่อต้านกลุ่มเครือ
ข่ายประชาชนภาคตะวันออกที่ชุมนุมต่อต้านการออกใบอนุญาตให้โรงงานในนิคมฯ
มาบตาพุดที่เคยถูกระงับ ส่วนสหรัฐจะประกาศ GDP 2Q53 ขั้นสุดท้าย ดัชนีภาวะ
ธุรกิจในเขตนิวยอร์คซิตี้เดือนก.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และ
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ในเขตชิคาโกเดือนก.ย.
* 1 ต.ค. ก.พาณิชย์ของไทยจะประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) และ
ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน(Core CPI) ในเดือน ก.ย.53 และวันนี้เป็นวันนัดไต่สวนครั้ง
สุดท้ายกรณีส.ส. และ ส.ว. ถือหุ้นสัมปทานของรัฐและถือหุ้นในกิจการสื่อจากพยาน
7 บริษัทได้แก่ DTAC, MCOT, JAS, GLOW, SCC, SCCC และบมจ.พีทีเอ
คอนสตรัคชั่น ส่วนสหรัฐจะเปิดเผยรายได้ส่วนบุคคลเดือนส.ค.และดัชนีความเชื่อมั่น
ขั้นสุดท้ายเดือนก.ย.
* 3-6 ต.ค. นายกฯ จะเข้าร่วมประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 8 (ASEM 8) ที่
ประเทศเบลเยี่ยม
* 4-5 ต.ค. ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีกำหนดประชุมซึ่งคาดกันว่าจะพิจารณาใช้
มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเงินทุนในตลาดการเงินในภาวะ
การแข็งค่าของเงินเยน และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในสหรัฐ
(Analyst - วิลาสินี wilasinee@globlex.co.th)
Wall Street
Wall Street : ดาวโจนส์ลดลง 22.86 จุด จากความวิตกต่อปัญหาการเงินในยุโรป
ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดตลาดปรับตัวลดลง 22.86 จุด ตลาดกลับมาวิตก
กังวลต่อปัญหาการเงินในยุโรปหลังจากมีรายงานว่าแรงงานร่วม 100,000 คนจาก 30
ประเทศในยุโรปได้ออกมาชุมนุมร่วมกันที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เพื่อต่อ
ต้านแผนลดงบประมาณและมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลประเทศต่างๆ นอกจากนี้
สหภาพแรงงานยังวางแผนที่จะจัดการประท้วงในอีกหลายประเทศของยุโรป ซึ่งรวม
ถึงสเปน กรีซ อิตาลี ลัตเวีย โปแลนด์ โปรตุเกส และเซอร์เบีย โดยเหตุการณ์
ประท้วงดังกล่าวได้ฉุดตลาดหุ้นทั่วยุโรปดิ่งลงถ้วนหน้า และทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่
กังวลว่าการประท้วงอาจลุกลามจนกลายเป็นเหตุการณ์รุนแรงเหมือนกับที่เกิดขึ้นใน
กรีซ จึงตัดสินใจเทขายหุ้นกลุ่มการเงินและหุ้นเกือบทุกกลุ่ม ยกเว้นหุ้นกลุ่มพลังงาน
ทำให้ปิดตลาดดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ลดลง 22.86 จุด หรือ 0.21% ปิดที่ 10,835.28
จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 2.97 จุด หรือ 0.26% ปิดที่ 1,144.73 จุด และดัชนี
Nasdaq ลดลง 3.03 จุด หรือ 0.13% ปิดที่ 2,376.56 จุด
ราคาน้ำมัน : NYMEX เพิ่มขึ้น 1.68 เหรียญหลังสต๊อกน้ำมันดิบลดลงเกินคาด
ราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนพ.ย.กลับมาเพิ่มขึ้นแรง
1.68 เหรียญ โดยตลาดได้แรงหนุนจากรายงานสต๊อกน้ำมันดิบที่ลดลงเกินคาด และ
ข่าวยอดการผลิตรถยนต์ทั่วโลกของบริษัทญี่ปุ่นที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งในเดือนส.ค.
โดยสต๊อกน้ำมันดิบสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลง475,000 บาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 357.9
ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลงเพียง 300,000 บาร์เรล
ขณะที่โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สุดของโลก มียอดการ
ผลิตรถยนต์ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 11.4% ต่อปี สู่ระดับ 566,768 คันในเดือนส.ค. ซึ่งเป็น
สถิติที่ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 13 ทำให้ปิดตลาดราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วง
หน้า NYMEX ส่งมอบเดือนพ.ย.กลับมาเพิ่มขึ้นแรง 1.68 เหรียญหรือ 2.21% ปิด
ที่ระดับ 77.86 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดล่วงหน้ากรุง
ลอนดอนส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 2.06 ดอลลาร์ ปิดที่ 80.77 ดอลลาร์/บาร์เรล
(Analyst -อาทิตย์ artit@globlex.co.th)
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 10:35:16
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น