วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.โกลเบล็ก : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 29/09/53

แนวโน้มตลาดวันนี้
วานนี้ตลาดหุ้นไทยพักฐาน ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 959.27 จุด ลดลง 3.20 จุด
(-0.33%) มูลค่าการซื้อขายปานกลางหนาแน่นมากที่ 4.2 หมื่นล้านบา ท นักลงทุนต่าง
ชาติซื้อสุทธิต่อเนื่องอีก 2.6 พันล้านบาท
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ทางฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก คาดมีแนวโน้มผันผวนใน
กรอบ 953-967 การปรับตัว 950-953 ยังคงแนวโน้มขาขึ้นทางเทคนิค และยังคง
เคลื่อนไหวตามตลาดหุ้นในภูมิภาค ติดตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไทยวันพรุ่ง
นี้ S50Z10 แท่งเทียนปิดเป็นโดจิดำ Volume เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ค่า Indicators ลด
ลงเป็นสัญญาณดัชนีกลับตัวลงระยะสั้น คาดการณ์ดัชนีปรับตัวลงเล็กน้อย แนวรับที่
660 แนวต้านที่ 673 SET50 ดัชนีปิดดำต่ำลงเล็กน้อย Volume เพิ่มขึ้นมาก แต่
Indicators เริ่มปรับตัวลง คาดดัชนียังปรับตัวขึ้นต่อ กรอบแนวต้านที่ 667 แนวรับที่
655 Gold Future GFV10 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 18,740-18,920 GFZ10 เก็ง
กำไรระยะสั้นในกรอบ 18,780-18,960
กลยุทธ์ คาดแรงขายทำกำไรระยะสั้นทำให้ดัชนีมีแกว่งตัวเพื่อลดภาวะซื้อ
มาก กลุ่มพลังงาน PTT PTTEP ในขณะที่BANPUเน้นยืนแนรับ 698 ไม่ควรต่ำกว่าลง
มา กลุ่มธนาคารปรับตัวลงซื้อเล่นรอบใหม่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซื้อเก็งกำไร กลุ่มสื่อ
สารปรับตัวซื้อ ADVANC DTAC สำหรับหุ้นเก็งกำไรทางเทคนิคดูรายละเอียดใน
Short-Term Trade เช่น AIT CENTEL หรือเลือกใน Stocks in Trend นักลงทุนระยะ
กลาง ถือ หรือขายออกเล็กน้อยที่แนวต้าน 976
ดัชนี SET ดัชนีปิดเป็นแท่งเทียนดำปิด GAP ระหว่างวัน ราคาปิดต่ำลงเล็ก
น้อย Indicators เพิ่มขึ้นและปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย คาดการณ์ดัชนียังมี
แนวโน้มขึ้นตาม Trend Line แต่อ่อนแรง แนวต้านที่ 967 แนวรับ ที่ 953 ซื้อเก็งกำไร
แนวรับ 953 ขายทำกำไรบางส่วน
ดัชนีนิกเกอิ ระยะสั้นการปรับตัวมีแนวรับสำคัญ 9,500 และมีแนวโน้มที่จะ
แกว่งตัวในกรอบแคบๆ นักลงทุนยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนจะ
ทำให้เงินเยนลดการแข็งค่าในระยะยาวหรือไม่ การซื้อขายมีความระมัดระวังมากขึ้น
โดยมีแนวต้าน 9,700
ดัชนีฮั่งเส็ง ดัชนีไม่สร้างจุดสูงใหม่และปิดตัวด้วยแท่งเทียนสีดำยาว มีความ
เสี่ยงที่จะเกิดรูปแบบขาลง evening star เน้นยืนแนวรับสำคัญ 22,000 และเส้นค่า
เฉลี่ย 5 วัน / 10 วัน ที่ทำหน้าที่เป็นเส้นแนวรับขาขึ้น ต่ำกว่าลงมาจะเป็นการปรับตัว
ลงได้มาก
(Analyst - ธวัชชัย tawatchai@globlex.co.th)

หุ้นแนะนำพิเศษ : SCB (ราคาปิด 102.50 แนะนำซื้อ เป้าหมาย 115) ปัจจัยพื้น
ฐานแข็งแกร่งจากการเป็นธนาคารขนาดใหญ่มีฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่งที่ 16.4%
คาดกำไรสุทธิทั้งปี 53 ที่ 2.2 หมื่นล้านบาทซึ่งเติบโต 10% จากปี 52 เราคาดผล
ประกอบการในช่วงที่เหลือของปีนี้จะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของความต้องการ
สินเชื่อของภาคเอกชนและโครงการภาครัฐตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมทั้ง
ทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มปรับขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 53 จะส่งผลให้ส่วน
ต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ปรับดีขึ้น)
(Analyst - วิลาสินี wilasinee@globlex.co.th)

Stocks in trend
แนะนำ ซื้อ PTT, PTTCH ผู้บริหาร PTT คาดจะได้รับใบอนุญาตเปิดโรงแยก
ก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 6 ภายในเดือน ก.ย.นี้ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาในการ
ทดสอบเครื่องจักรประมาณ 30 วัน และมีกำลังการผลิตช่วงแรก 50% ซึ่งเร็วกว่าเดิม
ที่คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องจักรต้นปี 54 (ที่มา: อินโฟเควสท์)
BANPU (ราคาปิด 704 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 764) ผู้บริหาร BANPU ตั้งเป้า
หมายปริมาณผลิตและขายถ่านหินในปี 54 ที่ 26 ล้านตัน เฉพาะในประเทศอินโดนี
เชีย จากปี 53 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 23 ล้านตัน โดยเป้าหมายดังกล่าวยังไม่รวมปริมาณ
ถ่านหินจากเหมืองในออสเตรเลียที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการซื้อกิจการ โดยล่าสุดได้รับ
การตอบรับที่จะเข้าถือหุ้นเป็น 63% แล้ว พร้อมปฏิเสธข่าวการแตกพาร์
(ที่มา: อินโฟเควสท์)
แนะนำ ซื้อเก็งกำไร DTAC (ราคาปิด 41.75 เป้าหมาย 44) และเก็งกำไรด้วย
ความระมัดระวัง TRUE (ราคาปิด 5.15) กสท.จะมีการเร่งผลักดันให้ DTAC และ
TrueMove เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ระบบ 3G บนคลื่นเดิมที่ 850 MHz ซึ่งปัจจุบัน
ทั้งสองบริษัทได้ทำการทดลองให้บริการอยู่แล้ว โดย กสท. คาดว่าจะมีการเสนอ
บอร์ดในวันที่12 ต.ค.นี้ ซึ่งจะช่วยเสริมรายได้จากบริการ Non-Voice เพิ่มขึ้น แต่
คาดว่าจะไม่ได้ประโยชน์มากนัก เนื่องจากยังคงต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้บนสัมปทาน
เดิม และอายุสัมปทานที่เหลือน้อยอาจไม่กระตุ้นให้เกิดการลงทุนมากนัก
แนะนำ ซื้อเก็งกำไร SAMTEL, JTS, LOXLEY และแนะนำ ซื้อ AIT โดยวานนี้
ครม.มีมติอนุมัติให้ TOT ลงทุนโครงข่าย 3G มูลค่าโครงการ 1.9 หมื่นล้านบาท โดย
เราคาด SAMTEL, JTS และ LOXLEY จะมีการเข้าประมูลงานโครงการวางระบบโครง
ข่ายดังกล่าว สำหรับ AIT คาดว่าจะได้รับประโยชน์ในแง่เป็น Subcontract ในส่วน
ของการขายอุปกรณ์ 3G
QLT (ราคาปิด 5.75 แนะนำ ซื้อ 6.88) ผู้บริหาร QLT ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 54
เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปี 53 ที่คาดว่าจะมีรายได้ใกล้เคียงกับปี 52 โดยเริ่มเห็น
สัญญาณที่ดีของกลุ่มลูกค้าเก่ากลับมาใช้บริการมากขึ้น นอกจากนั้น ในช่วงที่เหลือ
ของปีนี้จะมีการเข้าประมูลมากขึ้น โดยเฉพาะงานตรวจสอบท่อก๊าซเส้นที่ 4 ของ
กลุ่ม PTT มูลค่า 140 ล้านบาท คาดว่าจะทราบผลประมูลภายในปลายปี 53
(ที่มา: ข่าวหุ้น)
(Analyst - อำนาจ amnart@globlex.co.th)

ปัจจัยบวก
+ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย(ADB) ปรับคาดการณ์ GDP ของไทยปี
53 เพิ่มเป็น 7% จากเดิม 4% เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวอย่างแข็งแกร่งใน
2H53 ต่อเนื่องจาก 1H53 นอกจากนี้ยังได้ปรับคาดการณ์ GDP ของภูมิภาคเอเชียปี
53 เป็น 8.2% จากเดิม 7.5% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ช่วยพยุง
เศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้นจากวิกฤตการณ์การเงินโลก หนุนตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภค
และภาคธุรกิจที่แข็งแกร่ง
+ เยอรมนีรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค.เพิ่มขึ้นแตะระดับ 4.9 จุด
จากระดับ 4.3 จุดในเดือนก.ย.เนื่องจากมุมมองเชิงบวกต่อตลาดแรงงานและการฟื้น
ตัวทางเศรษฐกิจของเยอรมนีซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป
+ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของ
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีนปี 53 ลงสู่ระดับ 3.2% จากระดับเดิมที่ 3.6%
+ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) รายงานดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม
(MPI) เดือนส.ค. 53 อยู่ที่ 184.14 เพิ่มขึ้น 9%YoY จากระดับ 169.45 เป็นการขยาย
ตัวติดต่อกัน 10 เดือนแล้ว
+ ใกล้สิ้นสุดงวดระยะเวลาบัญชีไตรมาส 3 ในวันที่ 30 ก.ย. 53 ซึ่งอาจมีประเด็น
การทำ Window dressing โดยเฉพาะหุ้น Big Cap. ในหุ้นกลุ่มธนาคาร พลังงาน สื่อ
สาร

ปัจจัยลบ
- สหรัฐรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.ร่วงแรงแตะระดับต่ำสุดใน
รอบ 7 เดือนที่ 48.5 จุดจากระดับ 53.2 จุดในเดือนส.ค.เนื่องจากภาวะตลาดแรงงาน
และภาวการณ์ลงทุนภาคเอกชนซบเซา นอกจากนี้ผลสำรวจความเชื่อมั่นของ CEO
พบว่ามีท่าทีระมัดระวังต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมากขึ้นและเป็นไปได้วาจะ
มีการลดการจ้างงานอีก
- สหรัฐรายงานดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองเดือนก.ค.ลดลงตามคาด 0.1%MoM
จากที่เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย.แม้จะเพิ่มขึ้น 3.2%YoY ก็ตาม ซึ่งเป็นผลมา
จากนโยบายลดหย่อนภาษีหมดอายุลงตั้งแต่เดือนเม.ย. สะท้อนถึงภาวะตลาด
อสังหาริมทรัพย์ที่ยังซบเซา
- ธปท.ชี้แจงว่าการแทรกแซงค่าเงินให้อ่อนค่าลงทำได้ยากเนื่องจากตลาดเงินมี
ขนาดใหญ่มาก ส่วนธนาคารเพื่อกรพัฒนาเอเชีย (ADB) เตือนว่าหากการใช้มาตรการ
ดูแลเงินทุนไหลเข้าจะไม่สามารถต้านได้ เพราะการเคลื่อนไหวเป็นไปในทิศทาง
เดียวกับค่าเงินในภูมิภาค ซึ่งกลับจะมีผลกระทบกับเศรษฐกิจด้านอื่น
- เสถียรภาพของรัฐบาลยังไม่แน่นอนจากจากการตัดสินคดียุบ/ไม่ยุบพรรคปชป.
การออกกม.นิรโทษกรรม และความพยายามป่วนเมืองด้วยการวางระเบิดตามที่ต่าง ๆ
ส่งผลให้ศอฉ.เพิ่มจุดเฝ้าระวังทั่วกทม. และปริมณฑล จัดสายตรวจร่วมในเส้นทาง
เสี่ยง รวมทั้งเตรียมพร้อมเก็บกู้ระเบิดเพื่อระงับเหตุได้ทันท่วงที

ปัจจัยที่ต้องจับตา
* 29 ก.ย. สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่า
สต็อกน้ำมันดิบจะลดลง 400,000 บาร์เรล
* 30 ก.ย. เครือข่ายชุมชนภาคตะวันออกจะนัดชุมนุมปิดมาบตาพุดเพื่อแสดงท่า
ทีคัดค้านการประกาศ 11ประเภทกิจการรุนแรงซึ่งมีชาวบ้านบางส่วนไม่เห็นด้วยและมี
ข่าวว่านายกฯจะลงพื้นที่ก่อนวันดังกล่าว ส่วนสหรัฐจะประกาศ GDP 2Q53 ขั้นสุด
ท้าย ดัชนีภาวะธุรกิจในเขตนิวยอร์คซิตี้เดือนก.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานราย
สัปดาห์ และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ในเขตชิคาโกเดือนก.ย.
* 1 ต.ค. ก.พาณิชย์ของไทยจะประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) และดัชนี
ราคาผู้บริโภคพื้นฐาน(Core CPI) ในเดือน ก.ย.53 และวันนี้เป็นวันนัดไต่สวนครั้งสุด
ท้ายกรณีส.ส. และ ส.ว. ถือหุ้นสัมปทานของรัฐและถือหุ้นในกิจการสื่อจากพยาน 7
บริษัทได้แก่ DTAC, MCOT, JAS, GLOW, SCC, SCCC และบมจ.พีทีเอ คอนสตรัค
ชั่น ส่วนสหรัฐจะเปิดเผยรายได้ส่วนบุคคลเดือนส.ค.และดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุด
ท้ายเดือนก.ย.
* 4-5ต.ค.ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีกำหนดประชุมซึ่งคาดกันว่าจะพิจารณาใช้
มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเงินทุนในตลาดการเงินในภาวะ
การแข็งค่าของเงินเยน และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในสหรัฐ
(Analyst - วิลาสินี wilasinee@globlex.co.th)

ข่าวอุตสาหกรรม
กลุ่มสื่อสาร: ครม.อนุมัติ TOT ลงทุนโครงข่าย 3G วงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท
วานนี้ ครม.มีมติอนุมัติให้ TOT ลงทุนแผนธุรกิจโครงสร้างโครงข่ายโทรศัพท์
ระบบ 3G มูลค่า 19,980 ล้านบาท (TOT ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 3G ตั้งแต่ปี
45 แล้ว) จะมีการปรบปรุงสถานีให้บริการ 3G จาก 4,700 สถานี เพิ่มเป็น 5,400
สถานี โดยจะครออบคลุมพื้นที่กทม.และจังหวัดอื่นๆ รวม 12-15 จังหวัด คาดจะ
สามารถครอบคลุมผู้ใช้บริการโทรศัพท์ 50% ถ้าทำได้เร็วก็น่าจะได้เห็นภายใน 6
เดือน
ความเห็น: หุ้นกลุ่มรับเหมาวางระบบโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น
SAMTEL, JTS, LOXLEY และ AIT คาดว่าจะได้รับผลบวกจากประเด็นข่าวดังกล่าว
เนื่องจาก TOT จะมีการเปิดประมูลงานวางระบบโครงข่าย 3G มูลค่าราว 1.9 หมื่นล้าน
บาท โดยจากการสอบถามจากกลุ่ม SAMART ได้คาดว่างานวางระบบโครงข่าย 3G
ของ TOT จะมีการเปิดประมูลและทราบผลการประมูลได้ราวช่วงปลายปี 53 ส่วนระยะ
เวลาลงทุนอยู่ที่ประมาณ 2 ปี โดยเบื้องต้นคาดว่าบริษัทที่จะเข้าประมูล ได้แก่
SAMTEL, JTS และ LOXLEY ส่วน AIT คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการเป็น
Subcontract เกี่ยวกับการขายอุปกรณ์ 3G
คำแนะนำ: แนะนำ ซื้อเก็งกำไร SAMTEL, JTS และ LOXLEY เนื่องจากคาดว่า
จะเป็นผู้เข้าประมูลจากงานโครงการดังกล่าว ซึ่งจากข้อมูลที่ได้เคยสอบถาม
SAMART คาดว่างานโครงการนี้จะให้อัตรากำไรสุทธิประมาณ 8-10% คาดผู้ชนะการ
ประมูลจะเริ่มรับรู้เป็นรายได้ต้นปี 54 และจะได้รับรายได้จากงาน Maintenance ต่อ
เนื่องอีกราว 5 ปี คิดเป็นรายได้ปีละประมาณ 1 พันล้านบาท ขณะที่แนะนำ ซื้อ
AIT ราคาเป้าหมายปี 53 ที่ 48 บาท โดยเป็นหุ้น Top Pick ในกลุ่มนี้ แม้อาจจะได้
ประโยชน์จากโครงการดังกล่าวไม่มาก แต่คาดว่าผลประกอบการปี 53-54 จะเติบโต
โดดเด่นต่อเนื่อง โดยฐานลูกค้าหลักของ AIT ส่วนใหญ่มาจาก TOT และ CAT ซึ่งมี
งบประมาณลงทุนอย่างต่อเนื่อง ด้านฐานะการเงินแข็งแกร่ง กระแสเงินสดสูง ขณะที่
ยังซื้อขาย PER ไม่สูงราว 7-8 เท่า ส่วนอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงเกือบ
10% ต่อปี
(Analyst - อำนาจ amnart@globlex.co.th)

Wall Street : ดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 46.10 จุด จากข่าวควบรวมกิจการ
ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 46.10 จุด โดยดัชนีปรับตัวเพิ่ม
ขึ้นเพราะได้แรงหนุนจากข่าวควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) รวมทั้งรายงานผล
ประกอบการที่สดใสของบริษัทเอกชน โดยบริษัท เอนโด ฟาร์มาซูติคัล โฮลดิ้งส์ ซึ่ง
เป็นบริษัทพัฒนายารักษาโรค เตรียมเข้าซื้อกิจการบริษัท ควอลลิเตส ฟาร์มาซูติคัล
มูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นบริษัทที่ 3 ที่มีข่าวควบรวมกิจการหลังจากที่
ก่อนหน้านี้มีข่าวควบรวมกิจการของบริษัท ยูนิลิเวอร์ ยูวี เข้าซื้อกิจการบริษัท อัล
เบอร์โร และ วอล-มาร์ท สโตเรส อิงค์ เสนอซื้อกิจการบริษัท แมสสมาร์ท โฮลดิ้งส์
อย่างไรก็ตามดัชนีไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักเนื่องจากตลาดยังวิตกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ
หลังจากมีรายงานราคาบ้านที่ปรับตัวลดลงและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐที่
ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ทำให้ปิดตลาดดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 46.10
จุด หรือ 0.43% ปิดที่ 10,858.14 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 5.54 จุด หรือ 0.49%
ปิดที่ 1,147.70 จุด และดัชนี Nasdaq ดีดขึ้น 9.82 จุด หรือ 0.41% ปิดที่ 2,379.59
จุด

ราคาน้ำมัน : NYMEX ลดลง 34 เซนต์ หลังดัชนีความเชื่อมั่นลดลงหนักสุดในอบกว่า
7 เดือน
ราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนพ.ย.ลดลง 34 เซนต์ สวน
ทางกับตลาดหุ้นวอลสตรีท โดยนักลงทุนเทขายสัญญาน้ำมันดิบเนื่องจากความกังวล
ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์เปิดเผย
ดัชนีราคาบ้านใน 20 เขตเมืองของสหรัฐประจำเดือนก.ค. ลดลง 0.1% จากเดือนมิ.ย.
ที่ปรับตัวขึ้น 0.2% ขณะที่คอนเฟอเรนซ์ บอร์ด ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยเอกชนของสหรัฐก็
เปิดเผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐเดือนก.ย.ร่วงลงสู่ระดับ 48.5 จุด ซึ่งเป็น
ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน จากเดือนส.ค.ที่ระดับ 53.2 จุด ทำให้ปิดตลาดราคาน้ำมัน
ดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนพ.ย.ลดลง34 เซนต์ ปิดที่ 76.18 ดอลลาร์/
บาร์เรลส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดล่วงหน้ากรุงลอนดอนส่งมอบเดือนพ.ย.เพิ่ม
ขึ้น 14 เซนต์ ปิดที่ 78.71 ดอลลาร์/บาร์เรล
(Analyst -อาทิตย์ artit@globlex.co.th)



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 29/09/10 เวลา 10:51:36

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น