ปรับขึ้นได้อีก
แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับขึ้น ตามราคาน้ำมันดิบและการไหลเข้าของ
เงินลงทุนจากต่างชาติ โดยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดีดตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 7
สัปดาห์ หลังจาก EIA รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลงใน
สัปดาห์ก่อน นอกจากนี้ตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของจีนโดย HSBC พุ่ง
แตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนในเดือน ก.ย.’53 สนับสนุนการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจ
จีนจะขยายตัว 10.1% ในปีนี้และ 9.3% ในปีหน้า ทำให้เงินลงทุนจากต่างชาติมีแนว
โน้มไหลเข้าสู่ภูมิภาคต่อเนื่อง และวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย
ติดต่อกันเป็นวันที่ 8 ด้วยมูลค่า 2,703 ล้านบาท
แนวรับ : 963–965 แนวต้าน : 975-977
กลยุทธ์ : เก็งกำไรหุ้นกลุ่มหลัก
ยังคงเน้นเก็งกำไรหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงาน และธนาคาร
ตามกระแสการไหลเข้าของเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก
ระยะสั้น : เก็งกำไร PTTAR, BANPU, PTT, BBL, SCB, BAY และ
DTAC
ระยะยาว : ทยอยซื้อหุ้นกลุ่มหลักที่บริเวณแนวรับ
จับข่าวมาเก็งกำไร
+ ราคาน้ำมันดิบ WTI ล่วงหน้า ส่งมอบเดือนพ.ย. ตลาด NYMEX ปิดตลาด
วานนี้ที่ 77.86 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.2% หลังจากที่ EIA รายงานว่า สต็อกน้ำมัน
ดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลงในสัปดาห์ก่อน
ความเห็น ราคาน้ำมันที่ปิดพุ่งขึ้นคาดว่าจะทำให้มีแรงเก็งกำไรเข้ามา
ในกลุ่มพลังงาน โดยบริษัทในกลุ่ม PTT จะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะ PTTEP ซึ่งได้รับประโยชน์โดยตรง ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นก็จะมีกำไรจาก
สต็อกน้ำมัน แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” PTT, PTTEP, TOP และ PTTAR
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยในประเทศ
+ ธปท.เผยธนาคารกลางในภูมิภาคเอเชียกำลังพยายามจะชะลอการแข็งค่า
ของสกุลเงินในแต่ละประเทศ ในขณะที่มองว่าการแข็งค่าของเงินบาทในช่วงนี้ เป็น
ผลจากแรงกดดันเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัวลง
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 22.86 จุด ปิดที่ 10,835.28 จุด หลังจากดัชนีเพิ่มขึ้น
กว่า 8.7% ในเดือน ก.ย. ในขณะที่นักลงทุนคาดว่าตลาดจะมีความผันผวนมากขึ้น
เนื่องจากเป็นช่วงใกล้จะสิ้นสุดไตรมาส 3
+ ราคาน้ำมันดิบ (WTI) ส่งมอบเดือน พ.ย. เพิ่มขึ้น 1.68 ดอลลาร์ ปิดที่ 77.86
ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจาก EIA รายงานสต็อกน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปลดลง
ประกอบกับปริมาณนำเข้าน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 20 เดือน
เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 10:12:48
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น