วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.คันทรี่ กรุ๊ป : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 27/09/53

ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา “ธปท.ไม่ออกมาตรการที่กระทบตลาด “
ดัชนีตลาดหุ้นปิดที่ 951.90 จุด สูงขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 28.33 จุด หรือ 3.1%
ด้วยปริมาณการซื้อขาย 1.71 แสนลบ. นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 1.26 พันลบ.
หลัง ธปท.ไม่ออกมาตรการเพื่อควบคุมการไหลเข้าของเงินบาท ส่งผลใหนักลงทุนเข้า
มาซื้อหุ้น โดยเฉพาะนักลงทุนต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การตัดสินของศาลปกครองสูง
สุดที่ใหชะลอการประมูล 3G ออกไป เป็นลบกับหุ้นที่เกี่ยวข้อง

ปัจจัยที่คาดว่าจะมีผลกับตลาดหุ้นสัปดาห์นี้
* เศรษฐกิจโลกและตลาดหุ้นต่างประเทศ – ตลาดหุ้นสหรัฐฯในคืนสุดท้าย
ของสัปดาห์ ตัวเลขคำสั่งซื้อสินค้าคงทน(ไม่รวมยุทธภัณฑ์และอากาศยาน เพิ่มขึ้น 4%
MoM) บ่งชี้ว่าการใช้จ่ายของภาคธุรกิจมีการขยายตัว นักลงทุนจึงกลับเข้ามาซื้อหุ้น
สัปดาห์นี้ สหรัฐฯจะมีการรายงานตัวเลขที่ค่อนข้างน้อย และอาจมีการซื้อเพื่อส่งท้ายงวด
บัญชีไตรมาสที่ 3 บวกกับภาวะเศรษฐกิจของยุโรปที่กระเตื้องขึ้น น่าจะส่งผลให้นักลงทุน
ที่ขายหุ้นกลับไปก่อนหน้านั้น กลับเข้ามาซื้อหุ้นคืน ด้านตลาดหุ้นเอเซีย ตลาดหุ้นจีนที่จะ
กลับมาซื้อขายตามปกติ น่าจะเป็นบวกตามตลาดหุ้นฝั่งตะวันตก ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
นั้น ค่าเงินเยนที่เริ่มอ่อนค่าลง (ล่าสุด 84 YEN/US$) จะเป็นปัจจัยหนุนให้นักลงทุนลด
ความกังวลและกลับเข้ามาซื้อหุ้น แต่ถึงกระนั้นเรายังไม่มีความมั่นใจต่อตลาดหุ้นต่าง
ประเทศมากนัก เพราะสัญญาณบวกที่ออกมายังไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะดันตลาดหุ้นให้
เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดห้นสหรัฐฯ การบวกของดัชนีตลาดหุ้นที่เห็น
ของหลายๆแห่ง จึงน่าจะเป็นการบวกในช่วงสั้นๆ
* ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ – ราคาน้ำมันดิบ WTI (NOV-2010) ล่าสุด
อยู่ที่ $74 เหรียญ/บาร์เรล ความต้องการใช้น้ำมันของสหรัฐฯราคาน้ำมันยังอ่อนแอ คาด
ราคาน้ำมันดิบ WTI น่าจะแกว่งตัวในกรอบ ($72-76 เหรียญ/บาร์เรล) เช่นเดียวกับ
สัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มนี้จึงยังต้องไปอิงกับปัจจัยตลาดมากกว่า รวมถึงค่า US$ ว่าจะ
ปรับตัวลงมากพอที่จะทำให้นักลงทุนหันกลับมาเก็งกำไรราคาสินคโภคภัณฑ์กันได้
หรือไม่
* การเมืองและเศรษฐกิจ – สถานการณ์ความไม่สงบในเขตกรุงเทพ คาดว่า
จะมีผลต่อตลาดค่อนข้างน้อย ตลาดน่าจะพุ่งความสนใจไปที่ 4 เรื่องหลัก คือ หุ้นที่
ถูกกระทบหลังการประมูล 3G ถูกยืดออกไป, การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนหลายกลุ่มใน
เรื่องที่เกี่ยวข้องกับมาบตาพุด ทางออกของรัฐที่จะช่วยผู้ส่งออกหลังเงินบาทแข็งค่า และ
การซื้อขายของนักลงทุนต่างประเทศ ปัจจัยเหล่านี้ จริงอยู่ที่มีผลกับตลาดไปแล้ว แต่
หากมีการเปลี่ยนแปลงไป แน่นอนว่าก็จะกลับมามีผลต่อตลาดได้อีกเช่นกัน

แนวโน้มตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ “ ขึ้นหรือลง อยู่ที่นักลงทุนต่างประเทศ ”
ตลาดหุ้นไทยน่าจะได้รับปัจจัยเสริมจากการกระเตื้องขึ้นของตลาดหุ้น
ต่าง ประเทศ และการซื้อขายที่จะคึกคักก่อนปิดงบการเงิน Q3/53 โดยตัวแปรสำคัญ
ที่จะชี้ทิศทางตลาด คือการซื้อขายของนักลงทุนต่างประเทศ เราคาดว่า ความผันผวน
ของตลาดจะยังมีค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในช่วงต้นสัปดาห์

กลยุทธ์การลงทุน “ เน้นๆ กันเป็นรายตัว ”
ราคาหุ้นส่วนใหญ่ที่ขึ้นมาค่อนข้างมาก ทำให้การเลือกลงทุนต้องเลือกตัว
ที่นักลงทุนที่มีกำลังซื้อสูงกำลังให้ความสนใจอยู่ โดยเรายังแนะนำให้ทยอยขายหุ้นออก
ไปบ้าง ถือเงินสด หรือเปลี่ยนไปเล่นเก็งกำไรสั้นๆ ในหุ้นที่มีปริมาณการซื้อที่สูงๆ ไว้
ก่อน เพราะถึงตลาดจะดีขึ้น แต่จะเป็นในลักษณะของการขึ้นเป็นรายตัวมากกว่า






เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 27/09/10 เวลา 9:59:10

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น