ทุนต่างประเทศผลักดัชนีฯ ขึ้นต่อ
KGI ประเมินตลาดหุ้นไทยวันจันทร์ปรับขึ้นต่อ ตามแรงหนุนจากเม็ดเงินต่างประเทศ
ไหลเข้า ซึ่งน่าจะดำรงอยู่ต่อไปตามแนวโน้มการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลล่าร์ฯ (และการแข็งค่า
ของสกุลเงินเอเชียและเงินบาท) ทั้งนี้ดัชนีค่าเงินดอลล่าร์ฯ ร่วงทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบเกือบ 8
เดือนหลังจากถ้อยแถลงของประธานเฟด เบน เบอร์นานกี เพิ่มโอกาสที่เฟดจะออกมาตรการผ่อน
คลายเชิงปริมาณ (เรียกกันสั้นๆ ว่า QE) ในเร็วๆ นี้ โดยนายเบอร์นานกีแถลงว่าการฟื้นตัวของ
สหรัฐฯ ช้ากว่าที่เฟดอยากให้เป็น และงบดุลของเฟดในปัจจุบันก็ยังเอื้อให้ออกมาตรการช่วยเหลือ
ได้โดยไม่เป็นอันตรายมากนัก คาดว่าภาพใหญ่ดังกล่าวจะหนุนแรงซื้อหุ้นใหญ่ต่อ ดัชนีฯ น่าจะขึ้น
ไปแถวๆ แนวต้าน 957-960 จุด อย่างไรก็ดี สำหรับสัปดาห์นี้หากดัชนีฯ ทะลุ 960 ขึ้นไปจะเข้าสู่
ช่วงอันตราย เนื่องจากจะซื้อขายที่ PB มากกว่า 1.7 เท่า ซึ่งสถิติในอดีตชี้ว่าเป็นระดับที่จะมีแรง
ขายทำกำไรมาก นักลงทุนจึงควรเทรดด้วยความระมัดระวัง ส่วนปัจจัยการเมืองในวันนี้น่า
ติดตาม โดยศาลรัฐธรรมนูญจะเริ่มไต่สวนพยานฝ่ายผู้ถูกร้อง (พรรคประชาธิปัตย์) ในคดีเงินกอง
ทุนพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาท เป็นนัดแรกด้วย
กลยุทธ์: เล่นรายวันแนะขึ้นขาย-ลงซื้อกลับ หุ้นใหญ่ในกลุ่มแบงก์และพลังงานน่ามีช่วง
เทรดเอา gap ได้ เช่น KTB*, PTTCH*, SCC*, BANPU* และ AOT* เป็นต้น ส่วนพอร์ตลง
ทุนแนะถือหุ้นหลักต่อไปเพื่อรอติดตามสถานการณ์ภายนอกต่อไป
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล กล่าวว่าโรงแยกก๊าซโรงที่ 6
ของPTT* จะสามารถเพิ่มดำเนินการได้ในเดือนหน้า ภายหลังจากได้รับใบอนุญาตประกอบ
กิจการในสัปดาห์หน้า โดยยังได้ระบุว่าได้ทำความเข้าใจกับรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม นาย
ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีประเด็นข่าวว่ากระทรวง
อุตสาหกรรม จะออกใบอนุญาตให้กับกิจการที่ไม่เข้าข่าย 11 ประเภทกิจการรุนแรงเนื่องจาก
เกรงว่าจะเกิดความเข้าใจผิดว่าเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ประเด็นข่าวนี้ถือว่าเป็น
ข่าวดีและเป็นไปตามคาดว่าโครงการต่างๆส่วนใหญ่จะสามารถดำเนินการต่อไปได้ภายในปลายปี
นี้คงคำแนะนำ ซื้อทั้ง PTT ราคาเป้าหมาย 335 บาท PTTCH* ราคาเป้าหมาย 145 บาท และ
SCC* ราคาเป้าหมาย 370 บาท
ราคาขายปูนซีเมนต์ในประเทศปรับขึ้น 200 บาท/ตัน: โดย SCCC* ผู้ผลิตปูนซีเมนต์
ที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับสองที่ประมาณ 27-28% ได้ปรับราคาขายหน้าโรงงานเพิ่มขึ้น
200 บาทต่อตัน เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่ขยับขึ้นและรวมถึงอุปสงค์ในตลาดที่เติบโตอย่างแข็ง
แกร่ง และเราประเมิน อุปสงค์การใช้ซีเมนต์ในประเทศปี 2553 จะเติบโต 7-10% ต่อปีจาก
24.07 ล้านตันในปี 2552 ปัจจัยดังกล่าว คาดจะช่วยหนุนให้ผู้ผลิตซีเมนต์ในประเทศอย่าง
SCC* และ SCCC มีการเติบโตของผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งเท่ากับ 13.2% และ 15.7%
YoY เป็น 27.55 พันล้านบาท และ 3.4 พันล้านบาท ดังนั้น คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมเท่า
กับ 370 และ 278 บาทต่อหุ้น
THAI* เผยสถิติผลการดำเนินงานงวดเดือนส.ค.53 ปริมาณการผลิตผู้โดยสาร
(Available Seat - Kilometer / ASK) เพิ่มขึ้น 2.8% YoY ขณะที่ปริมาณการขนส่งผู้
โดยสาร (Revenue Passenger - Kilometer / RPK) เพิ่มขึ้น 0.9% YoY อย่างไรก็ตาม
อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยในเดือนส.ค.53 เท่ากับ 74.6% ลดลง
เล็กน้อยจากระดับ 76.1% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 27/09/10 เวลา 9:20:06
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น