วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.พัฒนสิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 22/09/53

ประเด็นหลักต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้
-/+ ผลประชุมเฟดไม่มีการอัดฉีดสภาพคล่องรอบสอง ตามที่ตลาดคาด แต่ส่ง
สัญญาณพร้อมใช้เมื่อจำเป็น
+ ไม่มีมาตรการคุมเงินบาทของธปท.เพิ่มเติมอย่างที่ตลาดวิตก
-/+ รมว.พลังงาน เบรก PTT ซื้อคาร์ฟูร์ (ไม่มีผลต่อมูลค่า PTT แต่เป็นบวกต่อ
กลุ่มพาณิชย์ที่เปน็ คู่แข่ง BIGC BJC และบวกทางออ้ มต่อ CPALL)

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ : Sideway
คาดดัชนีฯ Sideway แนวต้าน 944/948จุด แนวรับ 931/925จุด ปัจจัยสนับสนุน
ยังคงมาจาก เม็ดเงินต่างชาติที่คาดว่าจะทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง (ดอลล์สหรัฐฯมี
แนวโน้มอ่อนค่า จากการพร้อมออกมาตรการQE2 ของเฟด คาดเกิดขึ้นในเดือนพย.
และธปท.ไม่ได้ใช้ยาแรงคุมค่าเงินบาท)
กลุ่มทื่แนะนำถือต่อหรือซื้อเพิ่ม ยังคงเน้นกลุ่มแบงก์ใหญ่(BBL ปรับเพิ่มราคา
เป้าหมายเป็น190บาทจากเดิม174บาท) กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (PTT PTTCH
BANPU) กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อ(รายได้สูงขึ้น ดอกเบี้ยขึ้นช้า) ได้แก่ บ้าน
และกลุ่มต่อเนื่อง รับเหมา วัสดุก่อสร้าง(LH AP SPALI STEC CK ITD TSTH) การ
บริโภค(ค้าปลีก เช่าซื้อ) CPALL TCAP
กลยุทธ์ลงทุนวันนี้ แนะนำ Let Profit Run/ซื้อเพิ่มเมื่ออ่อนตัว
1. ซื้อเพิ่มเมื่ออ่อนตัว กลุ่มแบงก์ เช่าซื้อ (KBANK SCB TCAP) บ้าน(LH AP
SPALI) กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (ซื้อ PTT BANPU PTTCH GLOW)
2. ซื้อเพิ่มกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากบาทแข็งและเศรษฐกิจฟื้นตัว กลุ่มรับเหมาฯ
CK ITD STEC วัสดุก่อสร้าง TSTH SSI กลุ่มนิคม HEMRAJ AMATA
3. กลุ่มค้าปลีก : เก็งกำไร BIGC BJC (ทางอ้อมต่อ CPALL) จากกรณีปตท.
อาจไม่ได้ประมูล คาร์ฟูร์
4. หุ้นหน้า 1 นสพ. : +BANPU IVL KTB SMT PDI TASCO
(Update 1-2 สัปดาห์) เราแนะนำให้ซื้อเพิ่มหุ้นบลูชิพ จากโอกาสสูงที่ดัชนีฯจะแรล
ลี่ไปสร้างจุดสูงสุดใหม่เหนือ 945จุด
ข่าวดี 1. ธปท.ไม่ได้ให้ยาแรงต่อการคุมค่าเงินบาท 2. Nomura คาดหุ้น
อาเชียน(รวมไทย)จะแรลรี่ไปถึงเดือน พย. 3) ครม.เร่งรัดงบไทยเข้มแข็ง เพื่อกระตุ้น
เศรษฐกิจ(อาจมี GDP Upward Revision)
ข่าวลบ : 1. เฟดไม่ได้ออกมาตรการ QE2 ดังที่ตลาดคาด 2.การวิตกต่อความ
เห็นที่แตกต่างของพรรคร่วม

กลยุทธ์วันนี้ : Let Profit Run/ Buy on weakness
วานนี้-หุ้นเด่นวานนี้ เน้นการเลือกหุ้นเล่นรายตัว ITD (หลุด Cash balance
สัปดาห์หน้า) THAI (รับหุ้นเพิ่มทุนเข้าเทรด เร็วๆนี้ ) และ BANPU KTB KK SCC
หุ้นแนะนำวันนี้- ซื้อ CPALL(การขึ้นเงินเดือนข้าราชการ) ITD(Laggard
Stock+ใกล้ออกจาก Cash Balance) BBL(Upward Target Price/Earnings)
หุ้นมีข่าว: (+) หุ้นร้อนทางเทคนิค BGH MINT KTB SYNTEC PLE AMATA
/MAX TRC เข้าข่ายติดเกณฑ์ Cash Balance ของตลาดฯ / SMT รับคำสั่งซื้อจอ BB
15 ล้านเครื่อง/PLE รับงานก่อสร้างคอนโดฯกาตาร์ 3.5 พันลบ.เดือนตค.นี้

ปัจจัยและประเด็นที่มีอิทธิพลต่อตลาด
1.ปัจจัยบวก :
ปัจจัยในประเทศ : คือ
1. ผลการประชุม ครม.วานนี้
1.1 (Positiveต่อ รับเหมา ITD STEC CK) มาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายงบ
ประมาณภาครัฐปี 54 ด้วยการกำหนดเป้าการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายปี 54 และ
เงินโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งตามมาตรการดังกล่าว มีการ
กำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่าย ลงทุนไม่น้อยกว่า 72%
และเบิกจ่ายงบประมาณในภาพรวมไม่น้อยกว่า 93% ของวงเงิน งบประมาณรายจ่าย
2.07 ล้านล้านบาท
1.2 (Neutral ต่อกลุ่มสื่อสารฯ) นายกฯได้กำชับให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประสานไปยังคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม
รัฐบาล(วิปรัฐบาล) เพื่อเลื่อนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.องค์กรการจัดสรร คลื่นความถี่
และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทร
คมนาคมแห่งชาติ ( กสทช.) ให้เข้ามาเป็นวาระเร่งด่วน
1.3 (Slightly positive ต่อกลุ่มค้าปลีก CPALL HMPRO BIGC) ครม.เห็น
ชอบ ร่าง พรบ.ขึ้นเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดย ร่าง พรบ.
ดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาของสภา เพื่อให้ทันสมัยประชุมนี้ และให้กฎหมายมีผล
บังคับใช้ก่อนเดือน เม.ย.54 เพื่อให้ครูมีโอกาสปรับฐานเงินเดือนทั้งระบบของรัฐบาล
ที่ตั้งเป้าหมายว่าใน เม.ย. จะปรับขึ้นเงินเดือนอีกร้อยละ 5 ซึ่งจะต้องใช้เม็ดเงิน
ประมาณ 2 พันล้านบาท ทั้งนี้จะทำให้ครูประมาณ 4 แสนคน ได้รับการปรับเงินเดือน
เพื่อเป็นไปตามโครงสร้าง ค่าเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นมาประมาณ 8%
1.4 เบรก PTT ซื้อคาร์ฟูร์ (Slightly positive BIGC BJC และกลุ่มเซ็นทรัล
CPN) นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน ชี้แจงว่า ข่าว ปตท. ซื้อกิจการห้าง
คาร์ฟูร์เป็นการตัดสินใจของผู้บริหารบางส่วนของปตท. ที่ไม่ได้มีการนำเรื่องเข้าสู่การ
พิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการ รวมถึงฝ่ายการเมืองก็ยังไม่ได้รับแจ้งข่าว
ดังกล่าวให้ทราบจึงถือว่าเรื่องที่ ปตท. จะเข้าซื้อกิจการของห้างคาร์ฟูร์เป็นอันว่า
ต้องยุติลง / เราเห็นว่าข่าวดังกล่าว จะไม่มีผลต่อผลการดำเนินงานของ PTT และ
ไม่น่าจะมีผลต่อราคาหุ้น PTT อย่างมีนัย แต่กลุ่มที่เป็น Candidate อื่นๆ อาจ
จะมี Sentiment เป็นบวกเล็กน้อย จากคู่แข่งที่ลดลง

2. Sectors/Stocks ที่มีปีระเด็น
2.1 (-) สื่อสารฯ (Trading/Sell into strength): Investment Theme เปลี่ยน
จาก High Growth กำไรเติบโตสูงจากธุรกิจใหม่ 3 G มาเป็น High Dividend Yield
แทน ซึ่งการจ่ายปันผลผลงวดต่อไปจะอยู่ในช่วง 1Q11F ส่วนประเด็นใหม่คือ รมว.
คลัง บอกว่าอาจให้กสท-ทีโอที ยกระดับสัมปทานมือถือ 2G เป็น 3G และอาจมี
การขยายเวลาสัมปทาน หากการประมูล 3G ล้ม คาดว่าจะเป็นปัจจัยหนุนการรีบาวด์
ระยะสั้นเท่านั้น/ความเห็น การยกระดับจาก 2G เป็น 3G ดังกล่าว เป็นการทำบนคลื่น
ความถี่ที่มีอยู่เดิม ไม่ใช่คลื่นความถี่ใหม่ของ 3G ที่กทช.จะให้ประมูลคือคลื่นความถี่
ใหม่ 2.1 GHz ซึ่งอาจมีปัญหาข้อกฎหมายเนื่องจากเป็นการเปิดเฉพาะไม่กี่รายเท่า
นั้น รวมทั้งการจ่ายค่าสัมปทานก็คงเดิม เราแนะนำเลือกลงทุนเฉพาะ DTAC
และ ADVANC ราคาเป้าหมายกรณีไม่มี 3G อยู่ที่ 48 บาท และ 108 บาทตามลำดับ
2.2 กลุ่มธนาคารฯ (Accumulate/L-T overweight) : ยังคงเป็นหุ้นกลุ่มหลัก
สำหรับการลงทุนรอบใหญ่ (Benefit from rising economic growth : Accumulate
Buy) และคาดว่าจะมี Upside เฉลี่ยประมาณ 7% พิจารณา P/BV กลุ่มแบงก์ไทย
เทียบแบงก์ภูมิภาค ที่ปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ -6% จากสูงสุด +1% ในช่วงที่
ผ่านมา (ระดับสูงสุดของ P/BV ไทยเทียบภูมิภาค อยู่ที่ +10%ในช่วงปี 2004) และ
เทียบค่าเฉลี่ย -11% YTD ส่วนปัจจัยบวกระยะสั้น คือ รายงานสินเชื่อเดือน สค. คาด
ดีขึ้น m-m (แบงก์ที่ประกาศไปแล้วคือ TISCO KK TMB KTB) และประเด็นการขอ
ลดค่าธรรมเนียม เน้นสะสมแบงก์ใหญ่ KBANK BBL SCB KTB
2.3 กลุ่มพลังงาน (Selective Buy/ L-T overweight เฉพาะบริษัทที่มีกำไรเติบ
โตสูงใน 12 เดือนข้างหน้า) : ภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่อาจเกิด Double Dip
Recession ส่งผลให้เราเลือกลงทุนหลักทรัพย์ที่มีการเติบโตแบบ Organic Growth
และ M&A Theme ได้แก่ PTT (คาดโรงแยกก๊าซฯ 6 เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ใน
4Q10F) BANPU (บริษัทย่อยของ BANPU ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล
ออสเตรเลียในการถือครองหุ้น Centennial Coal (CEY) ซึ่งน่าจะเป็น positive กับ
ราคาหุ้น BANPU เนื่องจากเป็น 1 ใน 2 เงื่อนไขที่สำคัญ และคาดจะเป็น catalyst ที่
เร่งให้เงื่อนไขที่ 2 ที่เกี่ยวข้องกับการทำ Tender Offer หุ้น CEY ให้ได้อย่าง
น้อย 50.1% บรรลุตามเป้าหมาย) หรือ GLOW จากแนวโน้มรายได้แน่นอน และ
ปันผลสูง
2.4 กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (Accumulate: LT Overweight) : Earnings
Turnaround จาก 1. งานประมูลขนาดใหญ่ของรัฐและการขยายกำลังการผลิตของ
ภาคเอกชน ที่มีจำนวนมาก และมาร์จิ้นอยู่ในระดับสูง 2.ต้นทุนวัสดุ่กอสร้างและราคา
พลังงาน ไม่พุ่งขึ้นแรงเหมือนในอดีต 3.การหันไปลงทุนธุรกิจอื่นๆที่มีรายได้
แน่นอน แนะนำ CK STECK TTCL รฟท.ขายเปิดขายซอง สายสีแดง สัญญาที่ 3
มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท 20 กย.-1 ตค.โครงการรถไฟสายสีแดง เส้นทาง บางซื่อ-รัง
สิต ระยะทาง 26 กิโลเมตร มูลค่า 7.7 หมื่นล้านบาท โดยสัญญา 3 เป็นงานระบบ
ไฟฟ้าและอาณัติสัญญาณ มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท
2.5 กลุ่มส่งออก (Profit taking/ L-T Neutral ) แนะนำ ขายเล่นรอบ จากแนว
โน้มค่าเงินบาทเทียบดอลล์สหรัฐฯไม่แข็งค่าขึ้นไปเหนือกว่า 31บาท/ดอลล์ได้ใน
สัปดาห์นี้ เช่น ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์ นำโดย KCE HANA DELTA และกลุ่มเกษตร
TUF STA จากการมีนัยสูงด้านบวกต่อบาทอ่อน
3. (กลุ่มแบงก์) ธปท.เล็งผ่อนแบงก์ยืดหั่นค่าต๋งออกไป 6-12 เดือน นัดถก
27 กย. 1 ปี
4. (+) Window dressing จากค่าเฉลี่ยสถิติ 10 ไตรมาสย้อนหลัง พบว่ากลุ่ม
โรงพยาบาล และปิโตร มีความน่าจะเป็นสูงสุด 80-90% ที่ปรับสูงขึ้น และ 40% ขึ้น
มากกว่าตลาด วัดจากช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนปิดงวดบัญชี / สำหรับรอบนี้ เราคาดว่า
การทำราคาปิดงวดบัญชี มีโอกาสเกิดขึ้นกับหุ้นที่ Return ติดลบ YTD และ Laggard
ในรอบ MTD ที่ผ่านมาได้แก่ DELTA HANA TSTH PTTAR AOT
5. ธปท.ส่งสัญญาณดอกเบี้ยขึ้นช้า: กลุ่ม Rate sensitive บ้าน Laggard
แนะนำ SPALI LPN เช่าซื้อ TISCO TCAP KK คาด Short term outperform จาก กน
ง.ส่งสัญญาณไม่ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 20 ตค. คาดอาจจะคงดอกเบี้ยที่ 1.75%
เช่นเดียวกับ ธนาคารกลางเกาหลีใต้ และธนาคารกลางในภูมิภาคหลายแห่งที่
ตัดสินใจชะลอการขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสกัดการแข็งค่าของค่าเงินที่เร็วเกินไป โดย
ธปท.แสดงความเห็นต่อการประชุมครั้งหน้าว่าจะ นำปัจจัยเรื่องเงินบาท ที่แข็งค่า
ในขณะนี้ มาร่วมพิจารณาด้วย ซึ่งเรามองว่าไม่ใช่การส่งสัญญาณ ในการออก
มาตรการคุมบาท (เพราะการออกมาตรการคุมค่าเงินน่าจะเป็นวาระสำคัญที่แยก
ต่างหาก) แต่เป็นการส่งสัญญาณที่จะใชเ้ ครื่องมือทางการเงิน (ดอกเบยี้ นโยบาย)
ในการช่วยสกัดกั้นการแข็งค่าของเงินบาทเทียบภูมิภาค (ไม่ให้ดอกเบี้ยวิ่งแซง
ภูมิภาค
6. (+) ไม่มีมาตรการแทรกแซงบาท เพิ่มเติมอย่างที่ตลาดวิตก ผู้ว่าแบงก์ชาติ
ให้สัมภาษณ์หลังจากที่มีข่าวว่ารมว.คลัง นัดหารือกับ ธปท.กรณีการออกมาตรการ
ควบคุมพันธบัตรระยะสั้น เพื่อสกัดการ เก็งกำไรจากการไหลเข้าของเงินต่างประเทศ
ล่าสุด ผู้ว่าแบงกช์ าติ ระบุวานนี้ว่า ในเร็วๆ นี้ ธปท.จะยังไม่มีมาตรการเพื่อควบคุม
เงินทุนต่างประเทศ ที่ไหลเข้าสู่ตลาดพันธบัตรไทย โดยเชื่อว่ามาตรการที่มีอยู่ ยัง
สามารถดูแลการเคลื่อนย้ายเงินทุนได้

ปัจจัยต่างประเทศ : คือ
1) Nomura คาดหุ้นอาเชียน (รวมไทย) จะแรลรี่ไปถึงเดือน พย. Nomura
ออกรายงาน Monthly Conviction list review ระบุตลาดหุ้นเอเชีย และ อาเซียน จะแร
ลรี่ ไปถึงเดือน พย. โดย Nomura คงโพซิชั่น ซื้อหุ้น 90% ของพอร์ตจำลอง ปัจจัย
สนับสนุน คือ 1) การเพิ่มสภาพคล่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ท่ามกลางตัวเลข
เศรษฐกิจสหรัฐฯที่อ่อนแอ และมีผลต่อการแข็งค่าของเงินยูโร (ดอลล์อ่อน)
2) Earning revision ในเอเชีย และอาเซียนยังคงเป็นบวก สวนทางตัวเลข
การค้าที่คละกัน ตัวเลขเศรษฐกิจเอเชีย และอาเซียน ในช่วงที่ผ่านมาแม้ว่าจะ
สะท้อน กิจกรรมการค้าที่ชะลอตัว แต่กลับไม่มีผลต่อผลการดำเนินงานและ
ทิศทางการปรับลดประมาณการณ์จากตลาด เป็นผลจากการบริโภคในประเทศที่
ขยายตัว จากอินเดีย อินโดนีเซีย จีน ฯลฯ สามารถชดเชยกิจกรรมการค้าที่ชะลอตัว
ในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหุ้นไทยที่ Nomura ยังแนะนำ Long ได้แก่ KBANK

2.ปัจจัยลบ :
ปัจจัยในประเทศ : คือ
1) กลุ่มสื่อสาร รัฐบาลคาดตั้งกสทช.ปี 2554 และคปส.ประเมิน รอ กสทช.
ประมูล 3 จี อาจยาวนานถึงปี 2556 ด้านนทีคาด ต้องรออีก 5 ปีและไปใช้ 4G แทน
2) กลุ่มมาบตาพุต :เอกชนผวามอ๊ บปิดมาบตาพุต 30 กย.นี้ กนอ.ประสาน
ผู้ว่าการระยอง เตรียมแผนรับมือม๊อบ

ปัจจัยต่างประเทศ : คือ
1. ผลประชุมเฟดสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นอย่างที่ตลาดคาดการณ์ (ไม่มี QE รอบ
ใหม่) ส่งผลตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวน DJIA +0.07% แต่ Nasdaq -0.28% โดยเฟด 1.
ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินดังที่ตลาดคาดการณ์ ในครั้งนี้ แต่มีการส่ง
สัญญาณว่าจะมีการอัดฉีดมาตรการผ่อนคลายทางการเงินรอบใหม่ในเร็วๆนี้ โดย
โนมูระคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนพย. พิจารณาจาก ข้อความ Guidance ของเฟด ที่
เปลี่ยนไปเป็น “prepared to provide additional accommodation if needed” จาก
เดิม “employ its policy tools as necessary” 2.การวิตกต่อภาวะเงินผืดในสหรัฐฯ
หลังตัวเลขเงินเฟ้อหลักต่ำกว่าคาดการณ์มาก และเริ่มสะท้อนให้เห็นจาก ผลสำรวจ
Bloomberg Poll วานนี้ พบว่า 37% ของคนในประเทศสหรัฐฯ เชื่อว่าเศรษฐกิจ
สหรัฐฯ กำลังแย่ลง และ 45% เชื่อว่ามีเสถียรภาพ / เราเชื่อว่า มาตรการ QE รอบ
สอง จะส่งผลให้ค่าเงินดอลล์สหรัฐฯอ่อนค่าลงเทียบสกุลเอเชีย และเป็นปัจจัยบวก
ต่อ Fund Inflow ต่อไป
2. แรงซื้อต่างชาติอาจลดลงจาก Financial hub ที่ปิดทำการ ตลาดหุ้น
ภูมิภาคส่วนใหญ่หยุดทำการวันนี้ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน ส่วนวันพฤหัส จีน
ฮ่องกง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นหยุดทำการ






เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 22/09/10 เวลา 10:54:46

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น