วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.พัฒนสิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 21/09/53

ประเด็นหลักต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้
+ S&P500 ปิดสูงสุดรอบ4เดือน คาด ผลประชุมเฟดคืนนี้คงมาตรการ QE เดิม
ส่วน Nomura คาดอาจมี QE 2 เพิ่มเติมสิ้นปีนี้ (US$ อาจอ่อนค่ารอบใหม่)
+ คลังฯเสนอยกระดับสัมปทาน 2G เป็น 3G ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสื่อสารรีบาวด์
+ มาตรการคุมเงินบาทของธปท.ที่ไม่โฟกัสเก็บภาษีเงินทุนไหลเข้า อาจสง
ผลให้เกิดกระแสเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ : Up
คาดดัชนีฯ ปรับสูงขึ้น แนวต้าน 933/938จุด แนวรับ 918/915จุด เป็นผลจาก
การคาดหวังในเชิงบวกต่อ การอัดฉีดมาตรการผ่อนคลายทางการเงินรอบใหม่ของ
เฟดคืนนี้(อาจส่งสัญญาณ QE2) มาตรการคุมค่าเงินบาทของธปท.ไม่ใช่ยาแรง และ
สัญญาณขายทางเทคนิคเริ่มลดลงสู่ปกติ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดแรงซื้อเก็งกำไรรอบใหม่
กลยุทธ์ลงทุนวันนี้ แนะนำ สะสมหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์หากเงินดอลล์สหรัฐฯ
กลับมาอ่อนค่ารอบใหม่
1. ซื้อคืนหุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ กลุ่มแบงก์ เช่าซื้อ (KBANK SCB TCAP)
บ้าน(LH AP SPALI) รับเหมา(STEC CK ITD TTCL) เก็งกำไรกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์
(PTT BANPU PTTCH PTTEP)
2. Switch จากหุ้นกลุ่มที่เสียประโยชน์จากบาทแข็ง –(ทยอยขายเล่นรอบ)
กลุ่มส่งออก เกษตรอาหารและชิ้นส่วนฯ (KCE HANA DELTA TUF STA CPF
GFPT) +(เปลี่ยนมาซื้อสะสม) กลุ่มรับเหมาฯ(CK ITD STEC) วัสดุก่อสร้าง
(TSTH SSI) กลุ่มนิคม(HEMRAJ NNCL)
3. กลุ่มสื่อสาร+เก็งกำไร ADVANC DTAC(High Dividend) จากระดับราคา
ลดลงที่เริ่มจะมีจำกัด ขณะที่ข่าวแปลงสัมปทานเป็น 3G (จากเดิม 2G) ของ
คลังและผลตัดสินศาลฯวันพฤหัสฯ ช่วยหนุนราคาหุ้นชั่วคราว
4. หุ้นมีประเด็น : BANPU TMB(M&A) THAI(หุ้นเพิ่มทุนเข้าซื้อขาย28กย.)
(Update 1-2 สัปดาห์) หากดัชนีฯไม่ลดลงมาที่บริเวณ 900-905 จุดในสัปดาห์นี้
จากการเลือกแกว่งออกด้านข้างเพื่อลดความ Overbought เราแนะนำให้ซื้อคืน
หุ้นบลูชิพที่ขายไป จากโอกาสสูงที่ดัชนีฯจะแรลลี่ไปสร้างจุดสูงสุดใหม่เหนือ 945จุด
ข่าวดี 1.ผลประชุมเฟดคืนนี้อาจส่งสัญญาณอัดฉีดรอบใหม่ 2.ธปท.ไม่ออกมาตรการ
คุมเข้มบาทอย่างมีนัย 3.ดุลการค้าไทยสค.เกินดุล+US$643ล้าน(กค.–US$939ล้าน)
ข่าวลบ : 1. พรรคร่วมเริ่มมีความเห็นที่แตกต่างมากขึ้นเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม

2. รายงานเศรษฐกิจสหรัฐฯยังคงเป็นลบต่อตลาด
กลยุทธ์วันนี้ : Selective Buy
วานนี้-หุ้นเด่น IVL THAI TMB หุ้นดิ่ง TRUE KBANK TASCO MAX ส่วน
ใหญ่เป็นการเลือกลงทุน/ ขาย เฉพาะหลักทรัพย์ที่มีประเด็น
หุ้นแนะนำวันนี้- ซื้อ BANPU(ออสเตรเลียอนุมัติซื้อ Centennial) KBANK
สินเชื่อเติบโตสูง
หุ้นมีข่าว: (+) หุ้นร้อนทางเทคนิค BANPU TMB QH ITD SIAM IVL HEMRAJ
/TOP คาดงบ 3Q ดีกว่า 2Q /NNCL ได้ประโยชน์จากโตชิบาขยายการลงทุนกว่า
หมื่นลบ./ ROJNA คาดขายที่ดิน300ลบ.ในเดือนตค.

Headline Details
Economy
USA Housing Starts(Aug)F +0.55mn Vs 0.546mn(July)
FOMC Meeting
Building Permits (Aug)F +0.2%m-m Vs -3.1%m-m(July)
Events
Bank Sector Loan growth (Aug)F up m-m (Seasonal Effect)
Co.Visit BBL
US earnings Auto Zone, Adobe systems, Cintas, Darden
Holiday S. Korea
*รายงานของ CNS วันนี้: Weekly Commodity/BANPU(Update)/Bank Loan

ปัจจัยและประเด็นที่มีอิทธิพลต่อตลาด
1.ปัจจัยบวก :
ปัจจัยในประเทศ : คือ
1. Sectors/Stocks ที่มีปีระเด็น
1.1 (-) สื่อสารฯ (Trading/Sell into strength): Investment Theme เปลี่ยน
จาก High Growth กำไรเติบโตสูงจากธุรกิจใหม่ 3 G มาเป็น High Dividend Yield
แทน ซึ่งการจ่ายปันผลผลงวดต่อไปจะอยู่ในช่วง 1Q11F
ส่วนประเด็นใหม่คือ รมว.คลัง บอกว่าอาจให้กสท-ทีโอที ยกระดับสัมปทานมือ
ถือ 2G เป็น 3G และอาจมีการขยายเวลาสัมปทาน หากการประมูล 3G ล้ม คาดว่าจะ
เป็นปัจจัยหนุนการรีบาวด์ ระยะสั้นเท่านั้น /
ความเห็น เราเชื่อว่า การยกระดับจาก 2G เป็น 3G ดังกล่าว เป็นการทำบน
คลื่นความถี่ที่มีอยู่เดิม ไม่ใช่คลื่นความถี่ใหม่ของ 3G ที่กทช.จะให้ประมูลคือคลื่น
ความถี่ใหม่ 2.1 GHz ซึ่งอาจมีปัญหาข้อกฎหมายเนื่องจากเป็นการเปิดเฉพาะไม่กี่
รายเท่านั้น รวมทั้งการจ่ายค่าสัมปทานก็คงเดิม ส่วนแนวความคิดที่จะขยายระยะเวลา
สัมปทาน ถือว่าเป็นแนวคิดเดิมที่รัฐบาลเสนอมาตลอด และคงทำได้ยาก เนื่องจากติด
ปัญหาในทางกฎหมายว่าไม่สามารถแก้ไขสัญญาสัมปทานเกินอายุสัมปทานที่เหลือ
อยู่ได้ รวมทั้งต้องมีการหาข้อสรุปการจ่ายผลประโยชน์ทดแทนแก่คู่สัมปทานภาครัฐ
จากการยืดอายุสัมปทาน ดังนั้น เราแนะนำเลือกลงทุนเฉพาะ DTAC และ ADVANC
ราคาเป้าหมายกรณีไม่มี 3G อยู่ที่ 48 บาท และ 108 บาทตามลำดับ
1.2 กลุ่มธนาคารฯ (Accumulate/L-T overweight) : ยังคงเป็นหุ้นกลุ่มหลัก
สำหรับการลงทุนรอบใหญ่ (Benefit from rising economic growth : Accumulate
Buy) และคาดว่าจะมี Upside เฉลี่ยประมาณ 7% พิจารณา P/BV กลุ่มแบงก์ไทย
เทียบแบงก์ภูมิภาค ที่ปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ -6% จากสูงสุด +1% ในช่วงที่
ผ่านมา (ระดับสูงสุดของ P/BV ไทยเทียบภูมิภาค อยู่ที่ +10%ในช่วงปี 2004) และ
เทียบค่าเฉลี่ย -11% YTD ส่วนปัจจัยบวกระยะสั้น คือ รายงานสินเชื่อเดือน สค. คาด
ดีขึ้น m-m (แบงก์ที่ประกาศไปแล้วคือ TISCO KK TMB KTB) และประเด็นลบคือ การ
ออกมาตรการคุมบาทของแบงก์ชาติ (ยาแรงหรือไม่) และประเด็นการขอลดค่า
ธรรมเนียม เน้นสะสมแบงก์ใหญ่ KBANK BBL SCB KTB
1.3 กลุ่มพลังงาน (Selective Buy/ L-T overweight เฉพาะบริษัทที่มีกำไร
เติบโตสูงใน 12 เดือนข้างหน้า ) : ภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่อาจเกิด Double Dip
Recession ส่งผลให้เราเลือกลงทุนหลักทรัพย์ที่มีการเติบโตแบบ Organic Growth
และ M&A Theme ได้แก่ PTT(โรงแยกก๊าซ 6 เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ 4Q10)
BANPU (บริษัทย่อยของ BANPU ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลออสเตรเลียในการ
ถือครองหุ้น Centennial Coal (CEY) ซึ่งน่าจะเป็น positive กับราคาหุ้น BANPU
เนื่องจากเป็น 1 ใน 2 เงื่อนไขที่สำคัญและคาดจะเป็น catalyst ที่เร่งให้เงื่อนไขที่ 2
ที่เกี่ยวข้องกับการทำ Tender Offer หุ้น CEY ให้ได้อย่างน้อย 50.1% บรรลุตามเป้า
หมาย) หรือ GLOW จากแนวโน้มรายได้แน่นอน และปันผลสูง
1.4 กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (Accumulate: LT Overweight) : Earnings
Turnaround จาก 1. งานประมูลขนาดใหญ่ของรัฐและการขยายกำลังการผลิตของ
ภาคเอกชน ที่มีจำนวนมาก และมาร์จิ้นอยู่ในระดับสูง 2.ต้นทุนวัสดุ่กอสร้างและราคา
พลังงาน ไม่พุ่งขึ้นแรงเหมือนในอดีต 3.การหันไปลงทุนธุรกิจอื่นๆที่มีรายได้
แน่นอน แนะนำ CK STECK TTCL รฟท.ขายเปิดขายซอง สายสีแดง สัญญาที่ 3
มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท 20 กย.-1 ตค.โครงการรถไฟสายสีแดง เส้นทาง บางซื่อ-รัง
สิต ระยะทาง 26 กิโลเมตร มูลค่า 7.7 หมื่นล้านบาท โดยสัญญา 3 เป็นงานระบบ
ไฟฟ้าและอาณัติสัญญาณ มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท 1.5 กลุ่มส่งออก (Profit taking/ L-
T Neutral ) แนะนำ ขายเล่นรอบ จากแนวโน้มค่าเงินบาทเทียบดอลล์
สหรัฐฯไม่แข็งค่าขึ้นไปเหนือกว่า 31บาท/ดอลล์ได้ในสัปดาห์นี้ เช่น ชิ้นส่วนอิเล
คทรอนิคส์ นำโดย KCE HANA DELTA และกลุ่มเกษตร TUF STA จากการมีนัยสูง
ด้านบวกต่อบาทอ่อน
2. (+) Window dressing จากค่าเฉลี่ยสถิติ 10 ไตรมาสย้อนหลัง พบว่ากลุ่ม
โรงพยาบาล และปิโตร มีความน่าจะเป็นสูงสุด 80-90% ที่ปรับสูงขึ้น และ 40% ขึ้น
มากกว่าตลาด วัดจากช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนปิดงวดบัญชี / สำหรับรอบนี้ เราคาดว่า
การทำราคาปิดงวดบัญชี มีโอกาสเกิดขึ้นกับหุ้นที่ Return ติดลบ YTD และ Laggard
ในรอบ MTD ที่ผ่านมาได้แก่ DELTA HANA TSTH PTTAR AOT
3. ธปท.ส่งสัญญาณดอกเบี้ยขึ้นช้า: กลุ่ม Rate sensitive บ้าน Laggard
แนะนำ SPALI LPN เช่าซื้อ TISCOTCAP KK คาด Short term outperform จาก
กนง.ส่งสัญญาณไม่ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 20 ตค. คาดอาจจะคงดอกเบี้ยที่
1.75% เช่นเดียวกับ ธนาคารกลางเกาหลีใต้ และธนาคารกลางในภูมิภาคหลายแห่งที่
ตัดสินใจชะลอการขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสกัดการแข็งค่าของค่าเงินที่เร็วเกินไป โดยธปท.
แสดงความเห็นต่อการประชุมครั้งหน้าว่าจะ นำปัจจัยเรื่องเงินบาท ที่แข็งค่าในขณะนี้
มาร่วมพิจารณาด้วย ซึ่งเรามองว่าไม่ใช่การส่งสัญญาณ ในการออกมาตรการคุมบาท
(เพราะการออกมาตรการคุมค่าเงินน่าจะเป็นวาระสำคัญที่แยกต่างหาก) แต่เป็นการส่ง
สัญญาณที่จะใชเ้ ครื่องมือทางการเงิน (ดอกเบยี้ นโยบาย) ในการช่วยสกัดกั้นการ
แข็งค่าของเงินบาทเทียบภูมิภาค (ไม่ให้ดอกเบี้ยวิ่งแซงภูมิภาค)
4. คลังนัดธปท.หารือวันนี้ เพื่อปรับโครงสร้างตลาดตราสารหนี้องประเทศ
หลังจากพบว่าเงนนอกไหลเช้ามาเก็งกำไรมาก โดยอาจจะมีการปรับลดอัตรา
ดอกเบี้ยระยะสั้นที่ให้อัตราผลตอบแทนอยู่ในระดับสูงต่อต่างชาติ ส่วน
ธปท.ย้ำไม่มีมาตรการอื่นๆ นอกเหนือจาก 5 มาตรการที่คลังเซ็นอนุมัติไปแล้ว แต่เป็น
การเพิ่มความคล่อตัวให้ภาคธุรกิจในการบริหารายไดที่มากขึ้น โดยจะมีการประกาศ
บังคับใช้ 30 กย.นี้
ปัจจัยต่างประเทศ : คือ
1) ผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ สัปดาห์นี้ ตลาดคาด FOMC คงดอกเบี้ย
22 ก.ย. นี้ แต่ตลาดคงจะจับตาเรื่องนโยบาย Quantitative easing ซึ่งNomura คาด
ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจที่แผ่วลงอย่างชัดเจนตั้งแต่เดือน มิ.ย. จะหนุนให้ Fed น่าจะมี
การประกาศเพิ่ม Securities Portfolio Target (SPT) จากระดับเป้าหมายปัจจุบันซึ่ง
อยู่ที่ 2.054 พันล้านเหรียญ ในการประชุมครั้งนี้ อย่างไรก็ดี ยังคงมีความเห็นแตก
ต่าง เรื่องการออกนโยบายผ่อนคลายทางการเงินรอบสอง โดยโกลด์แมนแซค คาดว่า
เฟดจะบ่งบอกถึงแนวโน้มเศรษฐกิจอ่อนแอ และมีโอกาสสูงที่จะมีการซื้อพันธบัตร
สหรัฐฯอีก 1 ล้านล้านดอลล์หรัฐในช่วงสิ้นปีนี้ หรือต้นปีหน้า หลังจากการประชุมที่
ผ่านมา 7 จาก 17 สมาชิกไม่เห็นด้วยกับการออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินรอบ
ใหม่

2.ปัจจัยลบ :
ปัจจัยในประเทศ : คือ
1) กลุ่มสื่อสาร รัฐบาลคาดตั้งกสทช.ปี 2554 และคปส.ประเมิน รอ กสทช.
ประมูล 3 จี อาจยาวนานถึงปี 2556ด้านนทีคาด ต้องรออีก 5 ปีและไปใช้ 4G แทน
2 ) กลุ่มแบงก์ ธปท ชี้แบงก์พร้อมหั่นค่าโอนข้ามเขต พร้อมใช้ทันทีหาก
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเสร็จ

ปัจจัยต่างประเทศ : คือ
1. เกาหลีใต้ ผู้ว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้ แสดงความตั้งใจที่จะร่วมมือกับ
ญี่ปุ่นในการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนในภูมิภาคที่มีทิศทางแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว
การส่งสัญญาณดังกล่าว กลายเป็นประเด็นใหม่ที่ต้องจับตา เกี่ยวกับมาตรการที่
ประเทศในภูมิภาคเอเชีย อาจจะร่วมมือ กันออกมาตรการสกัดกั้นการแข็งค่าของเงิน
ในเอเชีย
2. ตลาดทองคำกำลังเข้าสู่ภาวะฟองสบู่ และอาจจะส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์
ทางการเงิน หากฟองสบู่แตก จอร์จโซรอส กล่าวว่า ราคาทองอาจจะดีดตัวขึ้นต่อไป
หลังจากที่พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์นี้ แต่เขาก็เตือนอีกครั้งว่า
ทองเป็นสินทรัพย์ที่จะเผชิญ ภาวะฟองสบู่ ในท้ายที่สุด





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/10 เวลา 10:36:45

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น