Trading Strategy
“เลือกซื้อหุ้นที่มี Catalyst”
สรุปภาพตลาดและกลยุทธ์
• วานนี้...เคลื่อนไหวในกรอบแคบ SET Index วานนี้เคลื่อนไหวในกรอบแคบ
และมูลค่าซื้อขายซบเซาลง เนื่องจากนักลงทุนรอความชัดเจนในหลายๆ ปัจจัย
อย่างไรก็ตามมีการเลือกซื้อหุ้นที่มีข่าว & ปันผลหนุนอยู่บ้าง (เช่น KTB, SCB,TMB,
CK, HEMRAJ, TICON, ADVANC, IVL, QH, LPN, ITD เป็นต้น) ปิดตลาดดัชนี –
0.51 จุด มายัง 923.06 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1.6 พันล้านบาท สถาบันใน
ประเทศซื้อสุทธิเล็กน้อย 104 ล้านบาท ส่วนพอร์ตบล.และรายย่อยขายสุทธิ สำหรับ
ตลาดฟิวเจอร์ส นักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศทำ Net Short แต่ไม่มาก
ส่วนรายย่อยทำ Net Long
• เลือกซื้อหุ้นที่มี Catalyst ปัจจัยที่ติดตาม คือ 1) ผลประชุมและถ้อยแถลง
ของเฟดวันที่ 21 ก.ย., 2) ผลตัดสินของศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับการประมูล 3G
ของกทช.ในวันที่ 23 ก.ย. และ 3) ค่าเงินบาท & การออกมาตรการดูแลเงินบาท
เพิ่มเติม ซึ่งวันนี้มีกระแสข่าวว่ารมว.คลังและธปท.จะเสนอมาตรการให้คณะรัฐมนตรี
พิจารณา แต่คาดว่าจะเป็นมาตรการดูแลการเข้ามาลงทุนในตลาดเงินเป็นหลัก เพราะ
ช่วงที่ผ่านมามีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนในตลาดเงินสูงมาก แม้ว่าตลาดจะมี
ความเสี่ยงมากขึ้นแต่การที่ยังไม่หลุดแนว Stop loss ที่ 910 ก็ยังพอที่จะซื้อหุ้นที่มี
ข่าวบวกหรือ Catalyst หนุนได้ สำหรับหุ้นที่น่าสนใจ คือ IVL (คาดกำไรสุทธิ 3Q53
จะเติบโตก้าวกระโดด YoY เนื่องจากปริมาณขายเพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิต
ส่วน Catalyst คือ ความสำเร็จในการเข้าซื้อสินทรัพย์ของ Eastman ในสหรัฐ ถ้าซื้อ
ได้กำลังการผลิตของ IVL จะเพิ่มขึ้น 40% หรือเพิ่ม PET/PTA เข้ามาอีก 1.4 ล้าน
ตัน), MAJOR (รายได้ค่าโฆษณา 3Q53 เพิ่มขึ้น QoQ, ใน 4Q53 จะบันทึกกำไรจาก
การขาย “ซูซูกิ อเวนิว” เข้าสู่กองทุน Major Cineplex Lifestyle Leashold Property
Fund โดยเป็นกำไรโดยตรงหลังภาษี 70 ล้านบาท และกำไรทางอ้อมผ่านบริษัท
ย่อย คือ SF อีกส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ MAJOR ถือหุ้นในสินทรัพย์ที่จะขาย 50%), ROJNA
(กำลังเจรจาขายที่ดินแปลงใหญ่ที่รับรู้รายได้ได้เร็วเพราะก่อสร้างสาธารณูปโภคไป
มากแล้วจำนวน 300 ไร่ ซึ่งบริษัทคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 4Q53)
• คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ ยังต้องซื้อ-ขายด้วยความระมัดระวัง และจำกัดความ
เสี่ยงด้วยการไม่ถือหุ้นเต็มพอร์ต และลดสัดส่วนหุ้น High Beta ในพอร์ตลง สำหรับ
หุ้นที่แนะนำซื้อตามด้วยค่าบวกหรือซื้อจังหวะอ่อนตัวที่มีเงื่อนไขว่า SET ต้องไม่ต่ำ
กว่า 910 ได้แก่ IVL, MAJOR, ROJNA ส่วนหลักทรัพย์ที่แนะนำซื้อไปแล้วและให้ถือ
ต่อ คือ TMB, CK,AMATA, AP, LPN, SCC ด้าน HMPRO พอร์ตเล่นสั้นให้ทยอยขาย
ทำกำไร หุ้นปันผลเด่น มีเงินเย็นสามารถทยอยซื้อ/ถือลงทุนยาวเพื่อรับปันผลสูง
ได้แก่ SNC, TMT, DCC, MODERN, CSP, TICON, LPN, SPALI ในด้านการวิเคราะห์
ทางเทคนิค SET Index มีแนวต้านระยะสั้น 930+/- และจะต้องยืนเหนือ 925 ให้ได้จึง
จะมีลุ้น High เดิม (945) หรือ New High ในด้านการอ่อนตัว มีแนวฟิวเตอร์ที่ 910 หาก
ต่ำกว่าจะดูไม่ดี ควรลดพอร์ตตาม
Key Drivers :
+ ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้น 145.77 จุด...เชื่อเฟดไม่ลดพอร์ตการลงทุน
• จับตาผลประชุมเฟดและถ้อยแถลงเฟดวันนี้ (21 ก.ย.)
+ ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น โดย NYMEX +1.20 US$ มาปิดที่ 74.86 US$/bbl
• ค่าการกลั่นสิงคโปร์ Spot ปรับขึ้น...แต่ยังต่ำ โดยปิดที่ 3.30 US$/bbl จากวัน
ก่อนหน้าที่ 2.96 US$/bbl
- ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry Index : BDI) ลดลงต่อ โดยปิด –48 จุด มายัง
2628
+ ราคาทองคำที่ตลาด COMEX ขยับขึ้นต่อ โดย +3.30 US$ มาปิดที่
1,280.80 US$/ออนซ์
+ ดัชนีราคาถ่านหิ (BJI) รายสัปดาห์ ณ 16 ก.ย.เพิ่มขึ้น 0.65 US$/ตันจาก
สัปดาห์ก่อนหน้าเป็น 94.35 US$/ตัน
• มีกระแสข่าวว่าวันนี้ (21 ก.ย.) รมว.คลังและธปท.จะนำเสนอมาตรการดูแลเงิน
บาทให้ครม.พิจารณา...โดยคาดว่าจะเน้นที่ตลาดเงินเป็นหลัก
• เศรษฐกิจไทย : ส่งออกส.ค.53 เติบโต 23.9%YoY
+ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ : สินเชื่อเดือนส.ค.53 ขยายตัว 0.9%MoM (+7.9%
YoY) เป็นไปตามคาด
+/- กลุ่มสื่อสาร : การประมูล 3G จะเดินหน้าต่อหรือไม่?…ศาลปกครองสูงสุด
นัดรับฟังคำสั่ง 23 ก.ย.นี้
• KTB : ก.คลังและธปท.ยังไม่ได้หารือแนวทางขายหุ้นและจะยังไม่มีการขาย
หุ้นเร็วๆ นี้
Top Picks – ก.ย.53 : BEC, BANPU, DCC, DTAC, LPN
Top Picks หุ้นปันผลสูง : ADVANC, CSL, SPALI, LPN, TMT, MCS, DCC,
MODERN, CPNRF,SPF, TICON, CSP
หุ้นถูกขายชอร์ตมาก–วันก่อน : TTA 12.1% ของปริมาณซื้อขายกระดานหลัก
วิเคราะห์&กลยุทธ์ทางเทคนิค : “ไม่บวก...ก็ไม่เล่น” ระยะสั้นสัญญาณทาง
เทคนิคมีน้ำหนักเอนมาทางลบ (แม้ลบไม่มาก แต่ก็ลบ เพราะต่ำกว่า SMA 10 วัน
และมีแรงกดจากสภาวะ Overbought + Divergence) ความน่าจะเป็นของตลาด คือ
แกว่งลง แต่หากรักษาค่าบวกได้ก็รีบาวน์ก่อนลงต่ำ แนวต้าน 930 หรือ 940 ลดพอร์
ตตามเมื่อดัชนีเป็นลบ และ Stop loss เมื่อหลุด 910 สำหรับ SET50 มีทิศทางเดียว
กับตลาดรวม หากรีบาวน์ต่อจะมีแนวต้าน 640 หรือ 650 ค่าลบให้ลดพอร์ตตามและ
Stop loss เมื่อหลุด 620 กลยุทธ์ : เล่นสั้นให้ซื้อตามด้วยค่าบวกเพื่อขายที่แนวต้าน
โดยมีเงื่อนไขว่าดัชนีจะต้องอยู่เหนือแนว Stop loss แต่รอรับต่ำๆ น่าสนใจมากกว่า
หุ้นเด่นทางเทคนิควันนี้ คือ TISCO, ITD,AP, SYNEX, IVL, CPF, ROBINS, SIAM
ปัจจัยต่างประเทศ & ราคาสินค้าโภคภัณฑ์
+ ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้น 145.77 จุด ทั้งนี้นักลงทุนคาดว่าเฟดจะส่งสัญญาณ
ไม่ลดพอร์ตการลงทุน แต่ไม่คาดว่าจะออกมาตรการใหม่เพื่อผ่อนคลายนโยบาย
การเงิน สำหรับความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านเดือนก.ย.ทรงตัวที่ 13 ขณะที่นักวิเคราะห์
คาดการณ์ว่าจะปรับขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดที่พักอาศัยยังคงอ่อนแอ
• จับตาผลประชุมเฟดและถ้อยแถลงเฟดวันนี้ (21 ก.ย.) ธนาคารกลางสหรัฐ
(เฟด) จะมีการประชุมวันนี้ ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ใน
ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0-0.25% เพราะภาคแรงงานและที่พักอาศัยยัง
เปราะบาง นอกจากนั้นยังติดตามถ้อยแถลงเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจของสหรัฐ
+ ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น โดย NYMEX +1.20 US$ มาปิดที่ 74.86 US$/bbl
ส่วน BRENT +1.10 US$ มายัง 79.32 US$/bbl ปัจจัยหนุน คือ การคาดการณ์ว่า
สต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์อาจร่วงลงหลังมีการปิดท่อส่งน้ำมันของเอ็นบริดจ์ใน
สัปดาห์ก่อน
• ค่าการกลั่นสิงคโปร์ Spot ปรับขึ้น...แต่ยังต่ำ โดยปิดที่ 3.30 US$/bbl จากวัน
ก่อนหน้าที่ 2.96 US$/bbl
- ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry Index : BDI) ลดลงต่อ โดยปิด –48 จุด มายัง
2628
+ ราคาทองคำที่ตลาด COMEX ขยับขึ้นต่อ โดย +3.30 US$ มาปิดที่
1,280.80 US$/ออนซ์
+ ดัชนีราคาถ่านหินขยับขึ้นต่อ...ดัชนีราคาถ่านหิน (BJI) รายสัปดาห์ ณ 16 ก.ย.
เพิ่มขึ้น 0.65 US$/ตันจากสัปดาห์ก่อนหน้าเป็น 94.35 US$/ตัน
ปัจจัยในประเทศ & อุตสาหกรรมและหุ้นเด่น
• มีกระแสข่าวว่าวันนี้ (21 ก.ย.) รมว.คลังและธปท.จะนำเสนอมาตรการดูแลเงิน
บาทให้ครม.พิจารณา...โดยคาดว่าจะเน้นที่ตลาดเงินเป็นหลัก ทั้งนี้ในปลายสัปดาห์
ก่อนทางธปท.ได้เสนอ 5 มาตรการดูแลค่าเงินบาทให้กระทรวงการคลังพิจารณา
ได้แก่ 1. การพิจารณาให้นิติบุคคลหรือบุคคลไทยลงทุนในบริษัทที่อยู่ในต่างประเทศ
ได้มากขึ้น, 2. การให้นิติบุคคลหรือบุคคลไทยสามารถให้นิติบุคคลหรือบุคคลที่อยู่ต่าง
ประเทศกู้ยืมเงินเป็นสกุลต่างประเทศในจำนวนที่มากขึ้น, 3. การพิจารณาที่จะเพิ่มวง
เงินที่นิติบุคคลหรือบุคคลโอนออกไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศจากเดิม
จำกัดไว้ที่ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีข้อเสนอจากทางจาก ธปท. เพิ่มเพดานเป็น 10
ล้านเหรียญสหรัฐ, 4. การให้นิติบุคคลและบุคคลธรรมดามีความคล่องตัวในการฝาก
เงินสกุลเงินตราต่างประเทศไว้กับสถาบันการเงินในประเทศ ให้มียอดเงินคงค้างใน
บัญชีได้สูงถึง 5 แสนเหรียญสหรัฐ, และ 5. การขยายวงเงินค่าสินค่าส่งออกที่ไม่จำ
เป็นต้องนำกลับมาในประเทศเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ เป็น 5 หมื่น
เหรียญสหรัฐ สำหรับเงินบาทในช่วงนี้ แกว่งตัวในกรอบแคบที่ 30.60-30.80 บาท/
เหรียญสหรัฐ
ความเห็นทีมกลยุทธ์ Retail : เรามองว่ามาตรการเพิ่มเติมที่จะนำมาใช้ดูแลค่า
เงินบาทน่าจะเกี่ยวกับตลาดเงินระยะสั้นเป็นหลัก เนื่องจากช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา
เม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดเงินมากกว่าตลาดหุ้นอย่างมาก ทั้งนี้
ในช่วงมิ.ย.-20 ก.ย.ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยรวมแล้ว 3.9 หมื่นล้านบาท และ
ตั้งแต่ต้นปี-20 ก.ย.ซื้อสุทธิสะสมสุทธิ 1.8 หมื่นล้านบาทนับว่าน้อยเมื่อเทียบกับการ
ไหลเข้ามาลงทุนของต่างชาติในอดีต
• เศรษฐกิจไทย : ส่งออกส.ค.53 เติบโต 23.9%YoY วานนี้กระทรวงพาณิชย์
รายงานมูลค่าส่งออกเดือนส.ค.53 เท่ากับ 16,452 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 23.9%
YoY และขยายตัว 6%MoM โดยการส่งออกสินค้าเกษตรเริ่มชะลอตัว ส่วนการนำ
เข้ามีมูลค่า 15,809 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 41.1%YoY ยังผลให้เกินดุลการค้า
643 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับ 8M53 มูลค่าส่งออกของไทยเท่ากับ 125,083 ล้าน
เหรียญสหรัฐ ขยายตัว 32.6%YoY และเกินดุลการค้า 6.08 พันล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับทั้งปี 53 ทางกระทรวงพาณิชย์ยังคงตั้งเป้าหมายการส่งออกไว้โต 20%
+ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ : สินเชื่อเดือนส.ค.53 ขยายตัว 0.9%MoM (+7.9%
YoY) เป็นไปตามคาด โดยการเติบโตหลักมาจากสินเชื่อ Corporate, สินเชื่อที่
เกี่ยวข้องกับโครงการรัฐ และสินเชื่อ SMEs ธนาคารพาณิชย์ใหญ่ที่มีการเติบโตของ
สินเชื่อโดดเด่นในเดือนส.ค.53 คือ SCB (+1.5%MoM และ +9.3%YoY) และตามมา
ด้วย KTB (+1.4%MoM และ +9.0%YoY), KBANK (+0.9%MoM และ +11.6%YoY)
ส่วนแบงค์เล็กยังมีการเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อแข็งแกร่งทั้ง TISCO และ KK สำหรับ
ทั้งปี 53 ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ DBSV ประเมินว่าสินเชื่อของกลุ่มแบงค์จะขยายตัว
7.3% และเติบโตต่อเนื่อง 7.5% ในปี 54 โดยรวมแล้วเรายังมีมุมมองที่เป็นบวกกับ
กลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยแนะนำซื้อและให้ BBL, KBANK และ KTB เป็นหุ้น Top
Picks นอกจากนั้นยังแนะนำซื้อ SCB รวมทั้งแนะนำถือ BAY, TCAP และ TISCO
+/- กลุ่มสื่อสาร : การประมูล 3G จะเดินหน้าต่อหรือไม่?…ศาลปกครองสูงสุด
นัดรับฟังคำสั่ง 23 ก.ย.นี้ ศาลปกครองสูงสุดรับคำร้องอุทธรณ์ของกทช.กรณีขอให้
เพิกถอนคำสั่งศาลปกครองกลางที่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวการเปิดประมูล 3G และให้
กสท.ยื่นคำแก้ต่างคำอุทธรณ์ของกทช.เพื่อประกอบการพิจารณาภายใน 22 ก.ย.53
โดยศาลฯนัดรับฟังคำสั่งในวันที่ 23 ก.ย.53 เวลา 9.00 น. ด้านกทช.กล่าวว่า หากศาล
ปกครองสูงสุดมีคำสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราวตามศาลปกครองกลาง จะเปิดประมูลใบ
อนุญาต 3G วันที่ 25 ก.ย.53 และให้ใบอนุญาตกับผู้ชนะประมูลได้ภายใน 45 วัน
หรือภายในเดือนพ.ย. 53 แต่ถ้าศาลฯยืนตามคำสั่งศาลปกครองกลาง ก็จะระงับการ
ประมูลทันที
ความเห็นทีมกลยุทธ์ Retail : หากศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่ง
ศาลปกครองกลาง และการประมูล 3G ของกทช.เดินหน้าต่อก็เป็นข่าวบวกหนุนหุ้น
กลุ่มสื่อสาร โดยเฉพาะ ADVANC, DTAC, TRUE ให้ปรับขึ้น แต่หากยืนตามคำสั่ง
ศาลปกครองกลาง คือ ให้คุ้มครองชั่วคราวการเปิดประมูลใบอนุญาต 3G การประมูล
ก็จะเลื่อนออกไปอีกนาน ซึ่งจะเป็นลบกับกลุ่มสื่อสาร และ TRUE จะได้รับผลกระทบ
มากที่สุด เนื่องจากอายุสัมปทานเหลือเพียง 3 ปี (สิ้นสุดปี 56) ดังนั้นเรายังคงคำแนะ
นำขาย TRUE ส่วน ADVANC แนะนำถือ เพราะมีปันผลสูงช่วยจำกัด Downside ของ
หุ้น ด้าน DTAC ให้เป็นเต็มมูลค่า (Fully Valued) ทั้งนี้หากให้กสทช.เป็นผู้กำ หน
ดหลักเกณฑ์และจัดประมูลใบอนุญาต 3G ก็จะต้องออกร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่น
ความถี่ และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม
(กสทช.) ก่อน (เพราะปัจจุบันยังไม่มีกสทช.) ซึ่งขณะนี้กฎหมายการจัดตั้งกสทช.อยู่
ในขั้นตอนของการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมของสภาผู้แทนราษฎร
• KTB : ก.คลังและธปท.ยังไม่ได้หารือแนวทางขายหุ้นและจะยังไม่มีการขาย
หุ้นเร็วๆ นี้ นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธาน
คณะกรรมการ KTB กล่าวว่าขณะนี้กระทรวงการคลังและ ธปท. ยังไม่ได้มีการหารือถึง
แนวทางการขายหุ้นใน KTB ในส่วนของที่กระทรวงการคลังถืออยู่ และเชื่อว่าจะยังไม่
มีการขายหุ้นในเร็ว ๆ นี้
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/10 เวลา 12:03:04
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น