สรุปภาพตลาด
ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปิดลดลงเล็กน้อย โดยมูลค่าการซื้อขายชะลอตัวใกล้
เคียงวันก่อนหน้า ตลาดเปิดบวกขึ้นตามปัจจัยบวกจากตลาดหุ้นอื่นๆในภูมิภาค แต่
ช่วงบ่ายมีแรงขายออกมาในหุ้นขนาดใหญ่ เช่น PTT, SCC และหุ้นในกลุ่มแบงค์ ใน
ขณะมีแรงซื้อเข้ามา PTTEP, BANPU, AVANC และ IVL คาดตลาดยังอยู่ในช่วงของ
การพักฐานจึงยังมีการเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆเท่านั้น สิ้นวันนักลงทุนต่างชาติซื้อ
สุทธิ
แนวโน้มตลาด
ตลาดยังอยู่ในช่วงของการพักฐานระยะสั้น เพื่อขึ้นต่อ เราจะเห็นว่าตลาดยัง
ไม่ได้มีการซื้อขายในทิศทางเดียว คือขายขาเดียวหรือซื้อขาเดียว ปริมาณหุ้นที่บวก
และลบก็ถือว่าใกล้เคียงกันมาก ฉะนั้นจึงยังไม่มีทิศทางที่แน่นอน คาดจะเคลื่อนไหว
แบบนี้ไปสักระยะ จนกว่าการปรับพอร์ต สวิตซ์กลุ่มก่อนไตรมาสที่ 4 จะสิ้นสุดลง นอก
จากนั้นการที่ค่าเงินบาทแข็งขึ้นจนทะลุระดับ 31 บาท/ดอลลาร์ อาจมองเป็นปัจจัย
บวกว่ากระแสเงินยังไหลเข้า แต่ก็ต้องระวังการขายทำกำไรของนักลงทุนต่างชาติที่
กำไรค่าเงิน รวมถึงจับตามาตรการของทางการที่อาจจะออกมาสกัดกั้นการแข็งค่าของ
เงินบาท
ปัจจัยตลาดวันนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกขึ้นเมื่อคืนนี้ ในขณะที่ตัวเลขตำแหน่ง
งานและการค้าที่แข็งแกร่งเกินคาดทำให้นักลงทุนคาดการณ์ในทางบวกต่อการฟื้นตัว
ทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ความเชื่อมั่นในตลาดอยู่ในภาวะเปราะบาง ในขณะที่นัก
ลงทุนกังวลกับธนาคารในยุโรป ราคาน้ำมันและทองคำอ่อนตัวลง ในขณะค่าเงินบาท
มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ
ค่อนข้างมากเมื่อวานนี้ทำให้ Sentiment โดยรวมของตลาดดีขึ้น (คมสันต์ ปรมาภูติ
Tel. (662) 618-1332-3)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด
นายกฯ สั่งฝ่ายมั่นคงเข้มงวดใน 1-2 สัปดาห์นี้ช่วงกลุ่มการเมืองเริ่ม
กิจกรรม: นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุว่าได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความ
มั่นคงดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ และต้องติดตาม
สถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นช่วงที่จะมีการเคลื่อนไหวในเชิงสัญลักษณ์
อีกทั้งในสัปดาห์หน้าเป็นวันครบรอบ 4 ปีเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย. 49 ซึ่งกลุ่มการ
เมืองหลายกลุ่ม เตรียมจัดกิจกรรมในวันดังกล่าวด้วย รวมถึงกลุ่มเสื้อแดงที่นัดจะไป
ผูกผ้าแดงรอบพื้นที่ราชประสงค์
ธนาคารกลางจีนวิตกปัญหาหนี้ยูโรโซน และหนุนเพิ่มความยืดหยุ่นหยวน:
นายหลี่ ตงหรง ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารกลางจีน เปิดเผยว่าปัญหาหนี้สินที่กำลังส่งผล
กระทบต่อยูโรโซนอาจรุนแรงขึ้น และมาตรการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณของ
รัฐบาลอาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่กรีซและสเปนเผชิญ
ความเสี่ยง
อย่างมาก ในส่วนที่เกี่ยวกับจีนนั้น นายหลี่สนับสนุนความยืดหยุ่นมากขึ้นของค่าเงิน
หยวนซึ่งยังคงปรับตัวอยู่ในช่วงแคบๆ นับตั้งแต่จีนตัดสินใจเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ในการ
ยกเลิกการผูกติดค่าเงินกับดอลลาร์สหรัฐที่ดำเนินมาเป็นเวลา 23 เดือน ส่วนด้านเงิน
เฟ้อนั้น มีความจำเป็นต้องวิเคราะห์เจาะลึกแนวโน้มราคาของจีน และจำเป็นต้องลด
ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ
จีนเตรียมคุมเข้มตลาดอสังหาฯ สกัดภาวะร้อนแรง: จีนเตรียมมาตรการคุมเข้ม
ด้านอสังหาริมทรัพย์ครั้งใหม่ในบางเมืองขณะที่การซื้อขายและราคาบ้านยังคงแสดง
สัญญาณการดีดตัวขึ้น ซึ่งตอกย้ำการคาดการณ์ของตลาดที่ว่า จีนจะยังไม่ผ่อนคลาย
การควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์ในระยะใกล้นี้ โดยมณฑลเจ๋อเจียงทางตะวันออก
ของจีนเตรียมสั่งการให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เก็บเงินรายได้จากช่วง pre-sale จาก
โครงการอสังหาริมทรัพย์ไว้ในบัญชี escrow account หรือบัญชีค้ำประกันการโอน
กรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน รวมทั้งบรรดาเมืองใหญ่ อาทิ เซี่ยงไฮ้ หวูฮัน และฉิงเต้า ก็กำลัง
ร่างแผนการที่คล้ายกัน ข้อกำหนดดังกล่าวจะสกัดกั้นกระแสเงินสดของผู้พัฒนา
อสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากบัญชีรายได้ช่วงพรี-เซลนั้นคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40%
ของเงินทุน หากจีนสามารถเพิ่มการก่อสร้างบ้านราคาถูก ผลกระทบของการคุมเข้ม
ต่อการขยายตัวของการลงทุนในจีน รวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องจะเป็นไปในระยะ
สั้น นอกจากนี้ นายเซียะ บิน ที่ปรึกษาคณะรัฐมนตรีเปิดเผยจีนจะยังคงผลักดันการ
คุมเข้มภาคอสังหาริมทรัพย์ต่อไป และไม่จำเป็นต้องวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของ
เศรษฐกิจใช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยมีการคาดการณ์แนวโน้มดังกล่าวหลังจีนดำเนิน
การเพื่อชะลอความร้อนแรงของตลาดที่อยู่อาศัย การคุมเข้มการปล่อยกู้ให้กับรัฐบาล
ท้องถิ่นในการซื้อยานพาหนะ และปิดทำการโรงงานที่ล้าสมัยและใช้พลังงานสูง
'เมอร์ริล ลินช์' เผยเศรษฐกิจโลกมีโอกาส 25% เกิดภาวะถดถอยซ้ำซ้อน:
เมอร์ริล ลินช์ คาดว่าเศรษฐกิจโลกมีโอกาส 25% ที่จะปรับตัวเลวร้ายลงอย่างหนักอีก
ครั้ง แต่การที่จะเกิดภาวะถดถอยซ้ำอีกครั้งจะต้องเป็นผลมาจาก 'เหตุการณ์เชิงลบที่
มีความรุนแรงอีกครั้ง' ต่อภาวะเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน นายนูเรียล รูบินี นัก
เศรษฐศาสตร์ของสหรัฐ ซึ่งมีฉายาว่า 'Dr.Doom' อันเนื่องจากการคาดการณ์ในเชิง
ลบ กล่าวว่า ยังคงมีโอกาส 40% ที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยซ้ำซ้อนในสหรัฐ
และการเข้าสู่ภาวะถดถอยอาจเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 12 เดือนข้างหน้า และ
แคนาดาจะไม่สามารถแยกตัวออกภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐได้อย่างสมบูรณ์
เมื่อพิจารณาจากการพึ่งพาของแคนาดาต่อการส่งออก (ปองรัตน์ รัตนะตวณานนท์
Tel. (662) 618-1336)
เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 10/09/10 เวลา 12:07:10
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น