ประเด็นหลักต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้
• (+/-)คาดการแทรกแซงเงินบาทของทางการจะมีจำกัด เนื่องจากเงินไหลเข้าทั้งภูมิภาค ส่ง
ผลต่างชาติยังซื้อต่อเนื่อง (วานนี้ซื้อเป็นวันที่ 8 ในรอบ10วันทำการ)• (-)หากเงินบาทแข็งที่ 30
บาท/US$ ไปจนถึงปี 2012Fจะส่งผล GDPปีหน้าลดเหลือ 3.9% จากเดิม 4.8% โดยการส่ง
ออกสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบสูงสุด
• (-) การหารือลดค่าธรรมเนียมแบงก์อาจเริ่มใช้ 2Q11F
• (+)เทคนิคมีสัญญาณบวกเป็นวันที่2 แนะนำ สะสมเมื่ออ่อนตัว 905/915จุด
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ : Sideway
คาดดัชนีฯ Sideway แนวต้าน 928/933จุด แนวรับ 915-912จุด ทางเทคนิคยังคงมี
สัญญาณบวก(วานนี้มีจุดต่ำ-จุดสูง ยกขึ้น) ส่วนด้านอารมณ์ จะยังคงกล้าๆกลัวๆโดยปัจจัยต่าง
ประเทศเป็นบวกจากข่าวการส่งออกของจีน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ไฮไลท์จริงๆยัง
อยู่ที่นโยบายทางการต่อค่าเงินบาท (ดูรายงานกลยุทธ์เรื่อง FX Impactวันนี้) ซึ่งจะมีผลสูงสุด
ต่อ การเข้าซื้อต่อเนื่องในตลาดหุ้นไทย (หรือขายออก)ของต่างชาติ และลบต่อราคาหุ้นกลุ่มส่ง
ออก ท่องเที่ยว บวกต่อกลุ่มวัสดุฯ ยานยนต์ รับเหมา สื่อสาร(กรณีไม่มีนโยบายแทรกแซง)คงคำ
แนะนำ สะสมเมื่ออ่อนตัว([บริเวณ 905/915 จุด] เพื่อเล่นรอบ เช่น สื่อสาร อสังหาฯ วัสดุก่อสร้าง
แบงก์ (DTAC KTB HEMRAJ LPN TSTH CK SMT )
(Update 1-2 สัปดาห์) รอขายเล่นรอบที่ 945 จุด (+/-5จุด) ส่วนแนวรับ910 จุด +/-5 จุด
เน้นกลุ่มแบงก์ บันเทิง ค้าปลีก นิคมฯ รับเหมาฯ ที่ดิ่งลงแรง
ข่าวดี 1.CNS คาดว่าผลกระทบจากบาทแข็งค่ามีจำกัด เมื่อเทียบกับราคาหุ้นที่ดิ่งลงแรง
2.Nomura เชื่อว่า Valuation หุ้นไทยยังจูงใจ เมื่อเทียบภูมิภาค และ ยังมี Upward revision
ข่าวลบ : 1.นายกฯสั่งฝ่ายมั่นคงเข้มงวดความปลอดภัยใน1-2สัปดาห์นี้ 2.สภาอุตฯนัดแบงก์
และผู้ส่งออกหารือเรื่องผลกระทบบาทแข็งวันนี้ 3.นายกฯให้ไฟเขียวต่อธปท.คุมเงินบาท
กลยุทธ์วันนี้ : สะสมเพิ่มที่ 905/915 จุด
วานนี้-พลังงานเป็นพระเอก PTTEP PTTCH IVL BANPU ADVANC(ส่วนใหญ่อยู่ใน
MSCI Index) ส่วนแบง์เป็นผู้ร้ายชั่วคราวรับข่าววแบงก์ชาติกดค่าธรรมเนียมแบงก์ KTB BBL
SCB อื่นๆ STEC TOP BLAN SEAFCO วันนี้- BANPU (ดีลซื้อกิจการเสร็จเดือนนี้) SMT
(ไม่มีผลกระทบจากบาทแข็ง)
หุ้นเด่นวันนี้ : 1. Domestic play กลุ่มแบงก์ รับเหมา ค้าปลีก สื่อสารฯ นิคมฯKBANK
BBL KTB CK CPALL HEMRAJ ADVANC 2. เก็งกำไรหุ้นมีประเด็น BANPU SMT
PTTCH PTTAR PTTEP TMB TSTH
หุ้นมีข่าว: (+) หุ้นร้อนทางเทคนิค BANPU ADVANC AP SPALI LPN SF LANNA /
TMB รอปลัดคลังคนใหม่เคลียร์ ING ตค.ขายแค่5% ที่เหลือ21%ขายไม่ต่ำกว่า3.80บ./TUF ยู
บีเอสปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น80บ./SMT กำไร3Q10F กระฉูด/LANNA ตกเป็นเป้าถูกซื้อ
กิจการ
*รายงานของ CNS วันนี้: Strategy Note(FX Impact ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและบจ.หาก
เงินบาทแตะ 30 บาท/ดอลล์สหรัฐฯ)
ปัจจัยและประเด็นที่มีอิทธิพลต่อตลาด
1.ปัจจัยบวก :
ปัจจัยในประเทศ : คือ
1. Nomura ออกรายงาน Quantitative insight พบว่า Valuation factor ในภูมิภาค
Asia ex Japan ส่วนใหญ่มีอัตราผลตอบแทนเป็นลบในเดือน สค. ยกเว้น StarMine predict
surprise และ Revision index ที่ยังคงให้อัตราผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาด ทั้งนี้ Nomrua เห็น
ว่า Valuation factor อย่าง ROE และ Profit margin เริ่มกลับมาให้อัตราผลตอบแทนที่ดีกว่า
ตลาด ส่วนหุ้นไทยที่ Nomura คาดว่าจะ Outperform จาก Valuation factors ดังกล่าว
แนะนำ KTB และ PTTCH
2. Sectors ที่มีปีระเด็น
2.1 กลุ่มธนาคารฯ (LT-Overweight: ซื้อเพิ่มเมื่ออ่อนตัว/ถือรับปันผล แนะนำ KBANK
BBL และ KTB SCB(Laggard Play) จากแนวโน้มกำไรกลุ่มธนาคารฯยังคงเติบโตสูงต่อ
เนื่อง เพราะสามารถคงส่วนต่างดอกเบี้ยรับ ในระดับสูง และสินเชื่อเติบโตตามเศรษฐกิจ / ได้
ประโยชน์จาก Capex cycle /หุ้นกลุ่มแบงก์จะเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากการเติบโตของ
เศรษฐกิจไทยที่ดีกว่าคาดหมาย
2.2 กลุ่มรับเหมาฯ (L-T-Overweight) ITD STEC CK ครม.อนุมัติกรอบเจรจาร่วมมือ
พัฒนารถไฟความเร็วสูงร่วมจีนมูลค่า4แสนล้าน และ รมว.คมนาคมจะเป็นผู้เสนอเรื่องต่อรัฐสภา
ต่อไป และให้สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ให้ข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจาก
ประชาชน
2.3 กลุ่มค้าปลีก (L-T-Neutral): คาดดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน สค.เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่4
ติดต่อกัน แนะนำ ถือ/อ่อนตัวซื้อ CPALL HMPRO BJC BIGC
2.4 กลุ่มขนสง่ (LT-Overweight: Top pick: AOT RCL) สำหรับการลงทุนเฉพาะ
สัปดาห์ แนะนำซื้อเลน่ สั้น BECL จากคาดรายงาน Traffic Volume ดีขึ้น (ระยะยาว Neutral)
และ THAI 15 กย.นี้ เตรียมเคาะราคาหุ้นเพิ่มทุน (โดยเปิดจองผ่าน BBL, KTB) ส่วน BTS ซื้อ
เพิ่มเมื่ออ่อนตัว จากข่าวการเพิมทุน PP รอบใหม่และปรับพาร์เป็น 0.64 บาทจากเดิม 1 บาท
เพื่อล้างขาดทุนสะสม
2.5 กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มเกษตรส่งออก (LT-Neutral: Top Pick HANA SMT
TUF TVO GFPT) คาดยังเป็นกลุ่มที่อ่อนกว่าตลาด จากแนวโน้มเงินบาทเทียบสกุลดอลล์
สหรัฐฯยังคงแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง หลังทางการส่งสัญญาณไม่เข้าแทรกแซง ทั้งนี้ กลุ่มชิ้นส่วนฯจะมี
ปัจจัยลบเพิ่มเติม จากวิตกแนวโน้มคำสั่งซื้อครึ่งหลังปีนี้ อาจชะลอลงตามการชะลอตัวของ
เศรษฐกิจสหรัฐฯ เราแนะนำขึ้นทยอยขายทำกำไร สำหรับ CCET ซึ่งคาดว่าจะรายงานยอดขาย
เดือน สค. สูงขึ้น แต่มาร์จิ้นของ CCET 3Q10 ยังคงถูกกดดัน / แนะนำ รอจังหวะซื้อรอบใหม่
ของหุ้นกลุ่มนี้ (HANA SMT TUF TVO GFPT) โดยติดตามสัญญาณการแทรกแซงเงินบาท
ของทางการรอบใหม่ ซึ่งเราคาดว่าจะเกิดขึ้นหากเงินบาท/ดอลล์สหรัฐฯต่ำกว่า 31 บาท/US$
2.6 กลุ่มสินค้า Hard commodity (Fund survey Slightly overweight
commodity) ระยะสั้น-อาจมีผลกระทบด้านลบจากข่าวจีนรุดสอบเก็งกำไรราคาสินค้าโภคภัณฑ์:
คงคำแนะนำ อ่อนตัวซื้อเฉพาะBANPU(M&A ราคาเป้าหมาย 771 บาท) PTT( Highest
benefit from new weighting of Fund survey as the highest market cap. stock
ราคาเป้าหมาย 365 บาท) และกลุ่มปิโตรเคมี PTTCH(new capacity expansion ราคาเป้า
หมาย 137 บาท) จากคาดว่า ความเสี่ยงขาลงมีจำกัด เนื่องจาก กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการ
ซื้อกิจการ หรือความชัดเจนของกรณีมาบตาพุต
2.7 ส่วนกลุ่มโรงกลั่น และกลุ่มน้ำมัน (PTTAR TOP PTTEP) Trading buy (ขึ้นขาย-ลง
ซื้อ) ยังมีความเสี่ยงของกำไรที่อาจจะแย่ลงในไตรมาส 3/10 มีสูงเนื่องจาก ทิศทางราคาน้ำมัน
ดิบยังคงมีขาขึ้นจำกัดเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก (โดยเฉพาะ G3) ที่ Nomura มอง
ว่ามีความเปราะบางและยังมีสัญญาณของการชะลอตัวของรายงานกำไร เห็นได้จากใน2Q10
ราคาน้ำมันดิบลดลงจากเฉลี่ย $83.3/bblเป็น$76.6/bbl (-8% q-q) ส่งผลให้กลุ่มโรงกลั่นมีผล
ขาดทุนทางบัญชีจากสต็อกน้ำมัน ขณะที่ในสองเดือนล่าสุด เดือน กค.-สค. ราคาน้ำมันดิบยังคง
ปรับลดลงจาก $79.96/bbl เป็น $73.59/bbl (-8% QTD) ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อกำไร
3Q10F ที่ไม่แน่นอน
3. สมาคมตลาดตราสารหนี้ชี้เงินนอกไหลเข้ารอบนี้ ลงทุนยาว โดยเดือนสค.เดือนเดียวซื้อ
พันธบัตรอายุเกิน 1ปีกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท และเน้นพันธบัตร 5-10 ปีเป็นส่วนใหญ่
4. XD บจ.ที่น่าสนใจ วันที่ 9 กย. BBL 1.50 บ. 10 กย. DRT 0.18 บ.
ปัจจัยต่างประเทศ : คือ
1) ธนาคารอังกฤษคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่ 0.5 เปอร์เซนต์ เป็นเดือนที่ 18 ติดต่อกัน
และคงนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ เช่นเดิม
2) Nomura ออกรายงาน Global Economic and strategy: The coming food
price surge มีมุมมองเป็นบวกต่อกลุ่ม อาหารฯ และสินค้าเกษตร รวมถึงอุตสาหกรรมที่เชื่อม
โยงกับสินค้าเกษตร Nomura เห็นว่าราคากลุ่มเกษตรอาหารยังคงเป็นขาขึ้น และเป็นขาขึ้นรอบ
ใหญ่ จากความต้องการที่สูงขึ้น ตามการขยายตัวของประชากรโลก และรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึง
ภาวะเงินเฟ้อที่จะกลับมาเร่งตัวขึ้น อย่างรวดเร็วหลังจากดอกเบี้ยเริ่มเป็นขาขึ้น
อีกครั้ง ขณะที่ สำหรับหุ้นไทยที่เชื่อมโยง เบื้องต้นได้แก่ CPF CPALL TVO TUF STA
KAKET MBK (ข้าวและมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) SAT (รถไถนา) กลุ่มค้าปลีกฯ ที่ได้อานิสงค์ทาง
อ้อมจากกำลังซื้อจากภาคเกษตรฯที่น่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น
3) US-คาดมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ จากถ้อยแถลงปธน.โอบามา วันที่ 10 กย.
ตลาดคาดว่าจะมีความคืบหน้าเกี่ยวกับ มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นมาตรการใหม่
(คาดว่าจะมีมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์) โดยเชื่อว่าจะได้รับการอนุมัติก่อนจะมีการเลือกตั้ง
สภาครองเกรสในวันที่ 2 พย. ทั้งนี้มาตรการส่วนใหญ่เป็นเรื่องการลดหย่อนภาษีให้กับภาคธุรกิจ
เพื่อช่วยเหลือในการสร้างงาน, การขยายมาตรการลดหย่อนภาษีให้ครอบคลุมถึงชนชั้นกลาง, การ
ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐ, การเพิ่มการลงทุนในพลังงานสะอาด และการเพิ่มการลงทุนใน
การวิจัยและพัฒนา
2.ปัจจัยลบ :
ปัจจัยในประเทศ : คือ
1) CNS ได้ประเมินผลกระทบของบาทแข็ง โดยสมมติว่าค่าเงินบาทแข็งค่าอยู่ที่ 30 บาท
ต่อ USD นับตั้งแต่Sep-10 ไปจนถึงสิ้นปี 2012 ซึ่งจะส่งผลให้ ค่าเงินบาทเฉลี่ย ปี 10F แ ละ
11F อยู่ที่ 31.7 บาทต่อดอลลาร์ และ30 บาทต่อดอลลาร์ ระดับดังกล่าวจะเป็นระดับที่แข็งกว่า
กรณีฐาน (base case) ในอัตรา -1.98% -3.23%ในปี 2010-11F เมื่อประเมินผลกระทบ
โดยอาศัยผลจากการศึกษาของ ธปท. ( รายงานแนวโน้มเงินเฟ้อ(ตุลาคม 2550)) CNS คาดว่า
ค่าเงินบาทที่แข็งค่า จะส่งผลให้ Nomura อาจจะมีการปรับลดคาดการณ์ GDP11F ลงจากจาก
เดิม 0.87 pp เหลือ 3.9 % (เดิม 4.8%) ภายใต้สมมติฐานว่าปัจจัยอื่นไม่เปลี่ยนแปลงทั้งนี้ การ
ส่งออกสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบในเชิงลบจากบาทแข็งมากสุด รองลงมาคือ สินค้าไฮเทค: ผล
การศึกษาของ ธปท. พบว่า ในระยะยาว (long-run) หาก REER แข็งค่าขึ้น 1% จะทำให้
ปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตร ลดลงในอัตรา -0.54 pp ขณะที่หมวดที่ได้รับผลกระทบรองลง
มา คือ สินค้าอุตสาหกรรมประเภท high tech ( เช่น รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า) โดยจะลดลงใน
อัตรา -0.46 pp (ดูรายงานวันนี้)
2) อานันท์ กังขากรณีบอร์ดสิ่งแวดล้อมตัด 7 ประเภทกิจการรุนแรง เหลือ 11 ประเภท จะ
มีการจัดหารือคณะกรรมการ 4 ฝ่าย 10 กย.นี้
3) การเมือง 1.วิตกต่อเหตุการณ์รุนแรงที่อาจจะเพิ่มขึ้นในช่วงเดือน กย.-ตค. ล่าสุดศอฉ.สั่ง
เพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัย ดูแลรักษาความปลอดภัยพื้นที่ 454 จุดเสี่ยงทั่วกทม. 2. ศอฉ.
จับตา กลุ่มเสื้อแดง ประกาศจัดกิจกรรมการเมือง 17-19 กย. อาจจะฝ่าฝืน พรก.ในพื้นที่ กทม.
4) สัญญาณของการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนเริ่มเกิดขึ้น แต่ยังอยู๋ในระดับต่ำ เนื่องจาก
เมื่อเทียบกับสถานการณ์ในเดือน ธ.ค.06 ซึ่ง ธปท. ใช้มาตรการดำรงเงินสำรองเงินนำเข้าระยะ
สั้น พบว่า THB/USD อยู่ที่35.34 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น 13.96% จากสิ้นปี 05 เป็นการ
แข็งค่าที่มากกว่าทุกประเทศอย่างชัดเจนและแข็งค่ากว่ามากมาก ในขณะที่ ณ 31 ส.ค.10 ค่า
เงินบาทแข็งกว่าสิ้นปี 09 ในอัตรา 6.2% นอกจากนี้ค่าเงินบาทไม่ได้แข็งค่ากว่าประเทศส่วน
ใหญ่มากนัก กล่าวคือ เมื่อเทียบกับสิ้นปี 09 พบว่าเงินบาทแข็งเป็นอันดับสามรองจาก yen (-
9.41%) และ ringgit (-7.98%) การที่ค่าเงินบาทไม่ได้แข็งค่าในอัตราที่รุนแรงเหมือนปี 2006
ทำให้CNS ไม่คาดว่าจะมีการใช้มาตรการกันสำรอง 30% อย่าง ทีเคยทำเมื่อปี 2006
5) กลุ่มบ้านเดี่ยวระดับบน ศุนย์วิจัยไทยพาณิชย์ ชี้ตลาดบ้านเดี่ยวระดับบนปีหน้าหดตัว เหตุ
คอนโดกลางเมืองยังคงเป็นทางเลือก และครัวเรือนที่มีรายได้สูงจะขยายตัวไม่มาก สอดคล้องกับ
ผู้บริหาร MK ที่เชื่อว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อช้าลง
ปัจจัยต่างประเทศ : คือ
1. สัญญาณเศรษฐกิจโลกชะลอตัว : โดยคาดการณ์การเกิดเศรษฐกิจโลกถดถอยซ้ำซ้อน
25% จากประมาณการโดยเมอร์ริล ลินซ์ และดอกเตอร์ดูมคาดเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีโอกาสสูง
40%ที่จะเกิดการถดถอยซ้ำซ้อน
2. กลุ่มการเงิน VS การเพิ่มทุน : คณะกรรมการบาเซิลอาจประกาศข้อกำหนดในการเพิ่ม
ทุนพิเศษ สำหรับธนาคารต่างๆในช่วงสุดสปดาห์นี้ ส่งผลให้ตลาดเริ่มวิตกต่อหุ้นกลุ่มแบงก์ใน
ยุโรป ล่าสุดราคาหุ้น Deutsche Bank ปรับลดลงจากข่าวการเพิ่มทุนจำนวนมาก3. กองทุน
เฮดจ์ฟันด์ขาดทุนขาดทุน -1.29%d-d ในเดือนมิย. จากการเปิดเผยของกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาใน
นิวยอร์ค และ 3.21%ในเดือนพค.
เรียบเรียง โดย สุกัญญา ลาสุธรรม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 10/09/10 เวลา 11:00:44
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น