วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.บัวหลวง : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 09/09/53

สรุปภาพตลาด
ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง โดยมูลค่าการซื้อขายเริ่มชะลอ
ตัว มีแรงขายต่อในหุ้นขนาดใหญ่บางตัว เช่น PTT แต่ SCC มีแรงซื้อสนับสนุน กลุ่ม
รับเหมามีแรงเก็งกำไรช่วงบ่าย ตลาดหุ้นไทยพักตัวในช่วงสั้น โดยนักลงทุนรายย่อย
มีการเก็งกำไรเข้ามาในหุ้นขนาดเล็กอยู่ ทำให้ภาพรวมดัชนียังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ
แคบ สิ้นวันนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ

แนวโน้มตลาด
ค่าเงินบาทที่ทำท่าว่าจะอ่อนตัวช่วงวัน 2 วันก่อน ในที่สุดก็กลับมาแข็งค่าขึ้น
ต่อจนเมื่อวานทะลุระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์ สะท้อนกระแสเงินที่ไหลเข้าอย่างต่อ
เนื่องของกระแสเงินลงทุน การแข็งค่าขึ้นทะลุระดับดังกล่าว ถ้ามองในแง่การลงทุนใน
หุ้นก็มองว่าจะส่งผลบวก แต่ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวัง เพราะทางการอาจเริ่มจับตา
มากขึ้น และอาจมีมาตรการสกัดกั้นการเก็งกำไรค่าเงินออกมา ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็อาจ
ส่งผลต่อ Sentiment การลงทุนได้ เรามองภาพตลาดเป็นการปรับฐานระยะสั้น เพื่อ
ขึ้นต่อ ฉะนั้นการอ่อนตัวของตลาดยังถือเป็นจังหวะในการเข้าทยอยสะสมได้ โดย
เฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ ซึ่งเรามองว่าจะ Perform ดีในช่วงไตรมาสที่ 4 จากเงินไหลเข้า
ซื้อกองทุน LTF และ RMF
ปัจจัยตลาดวันนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนปรับตัวขึ้นเล็กน้อยหลังคลายความกังวล
ประเด้นหนี้เสียในยุโรปไปได้บาง โดยมีปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง ดอลลาร์และ
ทองคำอ่อนตัวลงเล็กน้อย ในขณะที่เงินบาทจ่อที่ 31 บาท/ดอลลาร์เช้านี้ ถ้าทะลุไป
ได้คาดจะแข็งไปแตะระดับ 30 บาท/ดอลลาร์ คาดวันนี้ตลาดหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวใน
แดนบวก (คมสันต์ ปรมาภูติ Tel. (662) 618-1332-3)

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด
ศอฉ. ย้ำคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินจนกว่าบ้านเมืองสงบ จับตากิจกรรม 'เสื้อแดง' ใน
ก.ย.: ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ระบุว่า ยังมีความจำเป็นต้องคง
พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื้นที่ 7 จังหวัด
ปัจจุบัน มี 7 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร (กทม.) นนทบุรี ปทุมธานี
สมุทรปราการ อุดรธานี ขอนแก่น และ นครราชสีมา เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงาน
ป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากยังมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มทางการเมือง
และเหตุลอบวางระเบิด ส่วนกรณีที่ ศอฉ. ส่งเจ้าหน้าที่ทหารจำนวนหนึ่งไปรักษา
ความปลอดภัยบริเวณสถานีรถไฟฟ้าและรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อต้องการให้ประชาชน
เกิดความอุ่นใจและเจ้าหน้าที่ทหารจะปฏิบัติภารกิจจนกว่ามีข้อมูลข่าวสารว่ามีความ
ปลอดภัย ขณะเดียวกัน ศอฉ. กล่าวเตือนไปยังกลุ่มเสื้อแดง ที่เตรียมจัดกิจกรรมทาง
การเมืองในช่วงวันที่ 17-19 ก.ย.นี้ ว่าขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองค่อนข้างนิ่งในระดับ
หนึ่ง และเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ดังนั้น การเคลื่อนไหวใดๆ ควรคำนึงถึงผลกระทบและ
ภาพลักษณ์โดยรวมของประเทศให้มาก การกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด สามารถทำได้ตาม
ข้อกฎหมาย แต่หากผิดกฎหมาย ต้องถูกดำเนินคดี
บาทแข็งค่าทำนิวไฮ 13 ปี ไม่พบสัญญาณ ธปท. เข้าแทรกแซง: บาท/
ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างมาก โดยแตะระดับสูงสุดในรอบ 13 ปีที่ 31.05 เมื่อเทียบกับ
31.14 บาท เนื่องจากนักลงทุนรู้สึกมั่นใจที่จะเข้าซื้อบาทในขณะนี้ และตลาดไม่
สนใจความวิตกเกี่ยวกับการออกนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อ
ชะลอการแข็งค่าของบาท ขณะที่ดีลเลอร์ไม่เห็น ธปท. เข้าแทรกแซงในตลาด แนว
ต้านถัดไปของบาท/ดอลลาร์อาจอยู่ที่ 30.80 ถ้าไม่สามารถรักษาแนวต้านที่ 31.00 ไว้
ได้
ศาลปกครองไม่รับฟ้องกรณี กทช. จะประมูล 3G,ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง:
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.กสท โทรคมนาคม เผยศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่
รับฟ้องกรณีคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จะเปิดประมูลใบ
อนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G เนื่องจากสหภาพ กสท. ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง
จีนเตือนความเสี่ยงระบบธนาคาร แนะปรับปรุง stress test: นายหลิว หมิงกัง
ประธานคณะกรรมการควบคุมกฎระเบียบธนาคารจีน (CBRC) ระบุว่า โอกาสที่จะเกิด
ความเสี่ยงต่อระบบธนาคารจีนเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ ดังนั้น จำเป็นต้องปรับปรุง
การทดสอบภาวะวิกฤติ (stress test) ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะกรรมการใช้ในการประเมิน
ความสามารถของธนาคารในการรับมือกับการพุ่งขึ้นของหนี้เสีย
จีนปล่อยกู้รัสเซีย 6 พันล้านดอลล์แลกส่งออกถ่านหินเพิ่มขึ้น: กระทรวง
พลังงานของรัสเซียเปิดเผยว่า เมื่อเดือน ส.ค. จีนตกลงจะปล่อยเงินกู้ราว 6 พันล้าน
ดอลลาร์ให้รัสเซีย เพื่อแลกกับการส่งออกถ่านหินให้จีนมากขึ้นภายใน 25 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงจะตั้งบริษัทเพื่อพัฒนาคลังเก็บถ่านหิน
Ogodzhinskovo ในภูมิภาคอามูร์ของรัสเซีย ซึ่งมีชายแดนทางใต้ติดกับจีน ข้อตกลง
ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่รวมถึงข้อตกลงท่อส่งก๊าซและการจ่ายกระแส
ไฟฟ้า ซึ่งจะมีการหารือเพิ่มเติมในการเจรจาด้านพลังงานระดับทวิภาคีรอบต่อไปที่จะ
มีขึ้นในวันที่ 21 ก.ย.นี้ที่กรุงปักกิ่ง ทั้งนี้ ยอดส่งออกถ่านหินของรัสเซียไปจีนพุ่งขึ้น
เป็น 12 ล้านตันในปีที่แล้วจาก 0.76 ล้านตันในปี 2008 และภายใต้เงื่อนไขของข้อ
ตกลง รัสเซียจะเพิ่มยอดส่งออกต่อปีเป็น 15 ล้านตันภายใน 5 ปีข้างหน้า และเป็น
20 ล้านตันหลังจากนั้น
อีซีบีชี้การขยายตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนจะชะลอตัวช่วงครึ่งปีหลัง: นาย
เจอร์เกน สตาร์ค สมาชิกคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าว
ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจในเขตยูโรโซน มีแนวโน้มจะชะลอลงในช่วงครึ่งหลัง
ของปีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับส่วนอื่นๆ ของโลก โดยเขาบ่งชี้ถึงความเสี่ยงหลังปี 2010
อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่า อีซีบีจะดำเนินมาตรการสนับสนุนเพียงทีละน้อยเท่านั้น
และบ่งชี้ถึงการปรับตัวดีขึ้นของระบบการธนาคารในภูมิภาค
ยอดส่งออกเยอรมนีร่วงลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน: สำนักงานสถิติของรัฐบาล
กลางเยอรมนีรายงานว่า ยอดส่งออกของเยอรมนีร่วงลงอย่างพลิกความคาดหมายใน
เดือน ก.ค. จากเดือน มิ.ย. หลังจากพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเป็นเวลานาน 2 เดือน อย่าง
ไรก็ดี ยอดเกินดุลการค้าของเยอรมนีเพิ่มขึ้น โดยเป็นผลจากยอดนำเข้าดิ่งลงอย่าง
รุนแรงกว่ายอดส่งออก ทั้งนี้ ยอดส่งออกเดือน ก.ค. ร่วงลง 1.5% จากเดือน มิ.ย. ส่วน
ยอดนำเข้าดิ่งลง 2.2% ขณะที่ยอดเกินดุลการค้าทะยานขึ้นสู่ 1.27 หมื่นล้านยูโรใน
เดือน ก.ค. จาก 1.24 หมื่นล้านยูโรในเดือน มิ.ย. โดยก่อนหน้านี้ตลาดคาดว่ายอดเกิน
ดุลการค้าอาจอยู่ที่ 1.29 หมื่นล้านยูโรในเดือน ก.ค.
สหรัฐอาจปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันขณะเศรษฐกิจอ่อนแอลง: สำนักงาน
สารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) อาจปรับลดตัวเลขคาดการณ์อุป
สงค์น้ำมันในตลาดโลกในรายงานรายเดือนลง เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอ หลัง
จากปรับขึ้นตัวเลขคาดการณ์ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในเดือน ส.ค. EIA ได้
ปรับตัวเลขคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในตลาดโลกขึ้น 10,000 บาร์เรล/วันจากตัวเลข
คาดการณ์เดิม สู่ 85.9 ล้านบาร์เรล/วัน
สำหรับปี 2010 และปรับขึ้น 40,000 บาร์เรล/วัน สู่ 87.4 ล้านบาร์เรล/วัน
สำหรับปี 2011 นอกจากนี้ การที่รัฐบาลคาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะอบอุ่นกว่าปกติใน
แถบชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐจนถึงเดือน พ.ย. นั้น อาจส่งผลลบต่อตัวเลขคาด
การณ์อุปสงค์น้ำมัน heating oil ในรายงานของ EIA ขณะที่จีนพยายามลดความร้อน
แรงทางเศรษฐกิจในช่วงนี้ อาจส่งผลให้อุปสงค์น้ำมันในตลาดโลกอ่อนแอชั่วคราว
แม้จีนเป็นประเทศที่ใช้พลังงานมากที่สุดในโลก (ปองรัตน์ รัตนะตวณานนท์ Tel.
(662) 618-1336)



เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 09/09/10 เวลา 11:45:05

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น