วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 09/09/53

Trading Strategy
“กังวลเงินบาทแข็งค่า”
สรุปภาพตลาดและกลยุทธ์
• วานนี้แกว่งกรอบแคบ...แต่ Outperform ภูมิภาค SET Index วานนี้ปิด
ทรงตัว โดยปิดที่ 923.88 (-0.01 จุด) ซึ่ง Outperform ตลาดภูมิภาค ทั้งนี้มีการเลือก
ซื้อหุ้นรายตัวที่มีข่าวบวกหนุนและกระจายไปในหลาย Sector นักลงทุนต่างชาติและ
สถาบันในประเทศนำขายสุทธิ 953 และ 1,412 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพอร์ตบล.
และรายย่อยขายสุทธิ สำหรับตลาดฟิวเจอร์ส ต่างชาติและสถาบันในประเทศทำ Net
Short ส่วนรายย่อยเป็น Net Long
• เงินบาทแข็งค่าต่อ...จะมีมาตรการใหม่เข้ามาดูแลหรือไม่? เงินบาทที่
แข็งค่าต่อเนื่องทำให้ตลาดต้องจับตาว่า ทางการไทยจะมีการออกมาตรการเพื่อควบ
คุมเงินทุนไหลเข้าระยะสั้นที่เข้ามาเก็งกำไร (Hot money) หรือไม่ โดยขณะนี้กลุ่ม
ผู้ส่งออกส่งเสียงถึงผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่ามากขึ้น แม้ว่าเงินบาทจะแข็งค่า
ใกล้เคียงภูมิภาคและไม่ทำให้สูญเสียความสามารถในการแข่งขัน แต่ก็เป็นลบกับราย
ได้และมาร์จิ้นในรูปเงินบาทของกลุ่มที่ส่งออกสุทธิ ซึ่งขณะนี้เราได้แนะนำให้ลด
น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มที่อิงกับรายได้จากการส่งออกลงก่อน ส่วนที่ดีขึ้น คือ
Sentiment ของกลุ่มสื่อสาร เนื่องจากศาลฯไม่คำสั่งไม่รับคำร้องของสหภาพแรงงา
นกสท.กรณีกทช.ไม่มีอำนาจในการเปิดประมูลใบอนุญาต 3G ซึ่งหุ้น Top Pick ใน
กลุ่มนี้เป็น ADVANC เพราะฐานะการเงินแข็งแกร่งมาก ฐานลูกค้าใหญ่ และมีความ
พร้อมที่จะลงทุนในธุรกิจ 3G รองลงมาเป็น DTAC นอกจากนั้นก็มีกลุ่มนิคมฯ และรับ
เหมาก่อสร้างที่ยังมีแรงส่ง เพราะรายได้มีแนวโน้มดีขึ้นเป็นลำดับจากการขายที่ดินใน
นิคมฯได้เพิ่มขึ้นและประมูลงานใหม่ได้มากขึ้น สำหรับหุ้นที่เราชอบในกลุ่มนี้ คือ
AMATA,STEC รวมทั้งแนะนำเก็งกำไร ITD สำหรับ KTB คาดว่าจะมีการเก็งกำไรใน
ประเด็นคลังพิจารณาขายหุ้นต่อ ส่วนตามปัจจัยพื้นฐาน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ให้
ราคาเป้าหมายไว้ที่ 16-22 บาท
• กลยุทธ์การลงทุน หลักทรัพย์ที่แนะนำซื้อไปช่วงก่อนหน้า ได้แก่ KTB,
IVL, STEC, TCAP, PTTAR, BANPU, BH,TVO, TSTH, TRUE, DTAC, BEC,
MCOT, MINT, SCCC, VNG, AH, VNT, LPN, CNT, PHATRA (มีแนวตัดขาดทุน 22)
ให้ถือเพื่อรอขายจังหวะปรับขึ้น โดยมีเงื่อนไขว่า SET Index จะต้องไม่หลุด 915 แต่
ถ้าหลุดต้องลดพอร์ตตาม ด้าน SNC, TMT, DCC, MODERN, CSP, TICON เงินเย็น
ถือลงทุนยาวรับปันผล หุ้นเด่นวันนี้เลือก AMATA, ADVANC,ITD

Key Drivers :
+ ดัชนีดาวโจนส์รีบาวน์ 46.32 จุด...หลังโปรตุเกสประสบความสำเร็จใน
การขายพันธบัตร
+ ราคาน้ำมันดิบเด้งขึ้น โดย NYMEX +0.58 US$ มาปิดที่ 74.67
US$/bbl
• ค่าการกลั่นสิงคโปร์ Spot อ่อนลงเล็กน้อย โดยปิด 3.77 US$/bbl จาก
2 วันก่อนหน้าที่ 3.96 US$/bbl
+ ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry Index : BDI) ปรับขึ้นต่อ โดยปิด +57 จุด
มายัง 2975
• ราคาทองคำที่ตลาด COMEX อ่อนลงเล็กน้อย โดย –1.80 US$ มาปิด
ที่ 1,257.50 US$/ออนซ์
- รัฐบาลออสเตรเลียกำลังพิจารณาเรียกเก็บภาษีกำไรของธุรกิจเหมือง
ถ่านหินและสินแร่เหล็กตั้งแต่ปี 55 เป็นต้นไป...นับเป็นข่าวลบกับกลุ่มถ่านหินและ
เหล็ก
- บาทแข็งค่าขึ้นต่อ...เป็นลบกับรายได้และกำไรในรูปเงินบาทของกลุ่ม
ส่งออก
• ศาลปกครองกลางไม่รับคำฟ้องของสหภาพฯกสท.กรณีให้กทช.ยกเลิก
การเปิดประมูลใบอนุญาต 3G
+ AMATA : ขยายการลงทุนที่เวียดนามรองรับ FDI และเศรษฐกิจที่
เติบโตอย่างแข็งแกร่ง...แนะนำซื้อ ราคาพื้นฐาน 20.03 บาท
• THAI : มีข้อความขู่วางระเบิดเที่ยวบินกรุงเทพฯ-ลอสแองเจลิส...เป็น
จิตวิทยาทางลบเล็กๆ
• การเมือง : รัฐบาลจะคงใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ 7 จังหวัดต่อ

Top Picks – ก.ย.53 : BEC, BANPU, DCC, DTAC, LPN
Top Picks หุ้นปันผลสูง : ADVANC, CSL, SPALI, LPN, TMT, MCS,
DCC, MODERN, CPNRF,SPF, TICON, CSP
หุ้นถูกขายชอร์ตมาก–วันก่อน : ปริมาณการขายชอร์ตไม่มาก

วิเคราะห์&กลยุทธ์ทางเทคนิค : “ตามด้วยค่าบวกเท่านั้น” ระยะสั้น
สัญญาณทาง เทคนิคเหมือนเป็นบวกเล็กๆ (ดีดกลับจาก SMA 10 วัน แต่ยังมีแรงกด
จากสภาวะ Overbought + Divergence) ความน่าจะเป็นของตลาด คือ แกว่งแบบมีรี
บาวน์ก่อนลงต่ำได้ แนวต้าน 930-940 ตัดขาดทุนเมื่อดัชนีหลุด 915 สำหรับ SET50
มีทิศทางเดียวกับตลาดรวม แนวต้าน 640-650 หลุด 625 ให้ตัดขายออกไป กลยุทธ์
หลัก : ซื้อเก็งกำไรตามด้วยค่าบวกเพื่อขายที่แนวต้านหุ้นเด่นทางเทคนิควันนี้ คือ
KTB, TSTH, ADVANC, PTTAR, AJ, BH, TCJ, PM

ปัจจัยต่างประเทศ & ราคาสินค้าโภคภัณฑ์
+ ดัชนีดาวโจนส์รีบาวน์ 46.32 จุด...หลังโปรตุเกสประสบความสำเร็จใน
การขายพันธบัตร หุ้นกลุ่มธนาคารปรับขึ้นหลังร่วงลงแรงในวันก่อนหน้า เพราะ
โปรตุเกสประสบความสำเร็จในการขายพันธบัตร และมีข่าวว่าธนาคารแองโกล ไอริช
จะขายทรัพย์สิน อย่างไรก็ตามปริมาณการซื้อขายอยู่ในระดับต่ำ บ่งชี้ว่านักลงทุนยัง
ไม่เชื่อมั่นต่อตลาดมากนัก นอกจากนั้น Beige Book ของธนาคารกลางสหรัฐระบุว่า
เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มชะลอลงในช่วงฤดูร้อน
+ ราคาน้ำมันดิบเด้งขึ้น โดย NYMEX +0.58 US$ มาปิดที่ 74.67
US$/bbl ส่วน BRENT +0.43 US$ มายัง 78.17 US$/bbl เนื่องจากค่าเงิน US$
อ่อนค่าลง ประกอบกับ API รายงานว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ก่อนลดลง 7.3
ล้านบาร์เรล ส่วน EIA จะประกาศสต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ในวันนี้ ซึ่งตามโพลล์คาด
ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.9 ล้านบาร์เรล
• ค่าการกลั่นสิงคโปร์ Spot อ่อนลงเล็กน้อย โดยปิด 3.77 US$/bbl จาก
2 วันก่อนหน้าที่ 3.96 US$/bbl
+ ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry Index : BDI) ปรับขึ้นต่อ โดยปิด +57 จุด
มายัง 2975
• ราคาทองคำที่ตลาด COMEX อ่อนลงเล็กน้อย โดย –1.80 US$ มาปิดที่
1,257.50 US$/ออนซ์
- รัฐบาลออสเตรเลียกำลังพิจารณาเรียกเก็บภาษีกำไรของธุรกิจเหมือง
ถ่านหินและสินแร่เหล็กตั้งแต่ปี 55 เป็นต้นไป...นับเป็นข่าวลบกับกลุ่มถ่านหินและ
เหล็ก โดยวานนี้รัฐบาลพรรคแรงงานของออสเตรเลียแถลงว่ารัฐบาลตั้งเป้าที่จะออก
กฎหมายภาษีเหมืองแร่ฉบับใหม่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่อาจจะปรับเปลี่ยนร่าง
กฎหมายเล็กน้อยหลังจากหารือกับสมาชิกรัฐสภาอิสระที่สนับสนุนพรรคแรงงานใน
การขึ้นมาเป็นรัฐบาลของออสเตรเลีย ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีกิลลาร์ดหาเสียงเลือกตั้งใน
ช่วงที่ผ่านมาด้วยการเสนอให้มีการจัดเก็บภาษี 30% จากกำไรของบริษัทเหมืองแร่
ถ่านหินและสินแร่เหล็กตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นไป โดยจะนำรายได้ในส่วนนี้มาใช้ใน
การปรับลดภาษีบริษัทลงจาก 30% สู่ 29% และใช้ส่งเสริมกองทุนเงินบำนาญของคน
งาน...เป็นข่าวลบกับธุรกิจถ่านหินและเหล็กเพราะฐานการผลิตถ่านหินและสินแร่เหล็ก
ขนาดใหญ่ของโลกอยู่ที่ออสเตรเลีย เมื่อเก็บภาษีกำไรเพิ่มก็จะส่งผลกระทบต่อ
ความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการ ซึ่งอาจผลักภาษีภาษีดังกล่าวไปยัง
ผู้ซื้อไม่ได้ทั้งหมด

ปัจจัยในประเทศ & อุตสาหกรรมและหุ้นเด่น
- บาทแข็งค่าขึ้นต่อ...เป็นลบกับรายได้และกำไรในรูปเงินบาทของกลุ่มส่ง
ออก ล่าสุดเช้าวันนี้อยู่ที่ 30.87 บาท/US$ ซึ่งแข็งค่าขึ้นแล้ว 7.0%YTD และแข็งค่า
ขึ้น 4.3%QTD ซึ่งใกล้เคียงกับภูมิภาคและไม่กระทบกับความสามารถในการแข่งขัน
ของผู้ส่งออกไทย แต่มีผลกระทบทางลบต่อรายได้และอัตรากำไรในรูปเงินบาทให้
ลดลง ซึ่งจะเห็นผลกระทบชัดเจนในรูปของอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิเมื่อเทียบ
YoY ตั้งแต่ 4Q53 เป็นต้นไป ทั้งนี้เพราะฐานรายได้รูป US$ ของกลุ่มส่งออกเริ่มสูง
ขึ้นตั้งแต่เดือนก.ย.53 เป็นต้นมา และหากเม็ดเงินยังไหลเข้ามาในไทยต่อก็จะทำให้
ค่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นไปอีก สิ่งที่เราและตลาดจับตาใกล้ชิดในช่วงนี้ คือ
แนวทางบริหารจัดการค่าเงินบาทของทางการไทยว่าจะใช้วิธีแทรกแซงด้วยการอัด
ฉีดเงินบาทเข้าระบบ หรือจะออกมาตรการใหม่เพื่อสกัดเงินทุนระยะสั้นที่เข้ามาเก็ง
กำไร สำหรับการลงทุน ในช่วงนี้เราแนะนำให้ลดพอร์ตการลงทุนในกลุ่มส่งออกสุทธิ
ลง เช่นอิเลคทรอนิกส์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, อาหาร, ยานยนต์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เงิน
บาทที่แข็งค่าเป็นผลดีกับบริษัทที่นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศมากๆ เช่น TVO,
MATI และบริษัทที่ขยายการลงทุนโดยสั่งซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์จากต่างประเทศ
รวมถึงบริษัทที่มีหนี้ต่างประเทศและยังไม่ทำประกันความเสี่ยง เช่น TT&T, JAS,
TRUE, GSTEEL,THAI เป็นต้น
• ศาลปกครองกลางไม่รับคำฟ้องของสหภาพแรงงานกสท.กรณีให้กทช.ยก
เลิกการเปิดประมูลใบอนุญาต 3G ทั้งนี้ทางกทช.จะประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติที่
จะเข้าประมูลใบอนุญาต 3Gในวันที่ 14 ก.ย. และจะเปิดประมูลระหว่างวันที่ 20-28
ก.ย. โดยราคาประมูลเริ่มต้นอยู่ที่ 1.28 หมื่นล้านบาท
+ AMATA : ขยายการลงทุนที่เวียดนามรองรับ FDI และเศรษฐกิจที่เติบโต
อย่างแข็งแกร่ง...แนะนำซื้อ ราคาพื้นฐาน 20.03 บาท การเติบโตของเศรษฐกิจ
เวียดนามที่แข็งแกร่ง และเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่จะไหลเข้าไป
ลงทุนในเวียดนามมากขึ้นเป็นอันดับ 8 ของโลก (ตามการศึกษาของ UNCTAD) ใน
ช่วง 3 ปีข้างหน้าเป็นบวกกับ AMATA เพราะบริษัทมีนิคมอุตสาหกรรมที่เวียดนาม
และล่าสุดผู้บริหารกล่าวว่ามีแผนจะลงทุน 600 ล้านUS$ หรือ ราว 1.86 หมื่นล้านบาท
สร้างนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคแห่งใหม่ขนาด 9,200 ไร่ ที่จังหวัดดองไนซึ่งใกล้กับ
โครงการแรกของบริษัท โดยจะเน้นเป็นอุตสาหกรรมการผลิต 40% และบริการ 60%
เพื่อรองรับการขยายตัวของการลงทุนในเวียดนาม ทั้งนี้การลงทุนจะเป็นลักษณะการ
ร่วมทุนระหว่างบริษัทอมตะ เวียดนาม, บริษัท FONADEZI เวียดนาม และ AMATA
สำหรับการขายที่ดินในไทย บริษัทกล่าวว่าจะสรุปการขายที่ดินล็อตใหญ่ 500 ไร่
ในนิคมอมตะซิตี้ให้กับ Canadoil ซึ่งเป็นผู้ผลิตท่อเหล็กรายใหญ่ได้ในไม่ช้านี้
ยังผลให้คาดว่าปี 53 บริษัทจะขายที่ดินได้เพิ่มเป็น 1,200 ไร่ และเป็น 1,500 ไร่ในปี
54 ซึ่งดีขึ้นมากจากปี 52 ที่ขายได้เพียง 254 ไร่ และทำให้กำไรสุทธิปี 53-54 ขยาย
ตัวก้าวกระโดดถึง 330% และ 60% ตามลำดับ แนะนำซื้อ โดยให้ราคาพื้นฐาน 20.03
บาท
• THAI : มีข้อความขู่วางระเบิดเที่ยวบินกรุงเทพฯ-ลอสแองเจลิส...เป็น
จิตวิทยาทางลบเล็กๆ หลังมีผู้พบข้อความขู่วางระเบิดในห้องน้ำเครื่องบินเที่ยวบิน
794 (กรุงเทพ-ลอสแองเจลิส) ของ THAI ก่อนที่เครื่องจะถึงจุดหมาย 90 นาที ทาง
กัปตันได้นำเครื่องลงจอดในหลุมจอดระยะไกลแล้วให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นเครื่องบิน
และสัมภาษณ์ผู้โดยสาร & ลูกเรือทั้งหมดอย่างละเอียดแต่ก็ไม่พบระเบิดตามคำขู่...
เป็นปัจจัยจิตวิทยาทางลบเล็กๆ กับ THAI แต่คาดว่าผลกระทบจะน้อยมาก
• การเมือง : รัฐบาลจะคงใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ 7 จังหวัดต่อ ซึ่งประกอบ
ด้วย กรุงเทพฯ, นนทบุรี, ปทุมธานี,สมุทรปราการ, อุดรธานี, ขอนแก่น และ
นครราชสีมา โดยล่าสุดพบระเบิดซุกอยู่ในกระเป๋านักเรียนที่คนร้ายวางไว้ใต้สะพาน
ลอยหน้าโรงเรียนสันติราษฎร์ พญาไท แต่เจ้าหน้าที่พบก่อนจึงไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 09/09/10 เวลา 12:02:08

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น