แนวโน้มตลาดวันนี้
วานนี้ตลาดหุ้นไทยแทบไม่เปลี่ยนแปลง ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 923.88 จุด ลดลง
0.01 จุด (-0.00%) มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นปานกลางที่ 3.5 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติ
ขายสุทธิต่ออีก 949 พันล้านบาท
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ทางฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก คาดมีแนวโน้มผันผวนในกรอบ
915-931 คาดแรงซื้อคืนหรือซื้อเก็งกำไรจะกลับเข้ามาอีกครั้งและมีโอกาสทดสอบแนวต้าน
928/931 ถึงแม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะขายสุทธิระยะสั้นออกมาก็ตาม S50U10 แท่งเทียนสีขาว
ปิดต่ำลงเล็กน้อย แต่ค่า Indicators และ Volume ต่ำลง คาดการณ์ดัชนีกลับตัวขึ้นยืนแนวต้าน
ที่ 643 แนวรับที่ 630 (Series U หมดอายุสิ้นเดือนกันยายน) SET50 ดัชนีปิดลดลงเล็กน้อย
Volume และ Indicators ดลงมาก คาดดัชนีกลับตัวขึ้น แนวต้าน 639 แนวรับ 626 Gold
Future GFV10 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 18,470-18,580 GFZ10 เก็งกำไรระยะสั้นใน
กรอบ 18,560-18,680
กลยุทธ์ การกลับตัวทางเทคนิคแนวรับ 915 แสดงถึงความมั่นใจและคลาดความ
กังวลต่อปัจจัยลบมาบตาพุด 3G และสถานการณ์การเงินในยุโรป เพิ่มการลงทุนในกลุ่มพลังงาน
และโรงกลั่นมีแรงซื้อตามราคาน้ำมันที่ทรงตัวและกลับตัวขึ้น ในขณะที่กลุ่มธนาคารซื้อเก็งกำไร
TMB,KTB กลุ่มสื่อสารถือหรือซื้อเพิ่มเพื่อรอผลการประมูล3G หุ้นรายหลักทรัพย์ GFPT
TRUBB BTS PTTAR สำหรับหุ้นเก็งกำไรทางเทคนิคดูรายละเอียดใน Short-Term Trade
เช่น KKC TRC หรือเลือกใน Stocks in Trend นักลงทุนระยะกลาง ถือ
ดัชนี SET ดัชนีปิดขาวต่ำลงถึงเส้น SMA 10 วัน แต่กลับขึ้นมาที่ระดับ SMA 5 วัน
ได้ แต่ปริมาณการซื้อขายและ Indicators ลดลงเป็นสัญญาณขัดแย้งทางเทคนิค คาดดัชนีกลับ
ตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 928 แนวรับ 917 ซื้อเก็งกำไรแนวรับ 917, ขายบางส่วนทำกำไร
ดัชนีนิกเกอิ ระยะสั้นการทดสอบแนวรับ 9,000 ยังคงมีแนวโน้มเชิงลบทางด้าน
เทคนิคโดยมีความวิตกระลอกใหม่เกี่ยวกับธนาคารในยุโรป และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ
สถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ ในขณะที่เยนแข็งค่าเพิ่มขึ้นเป็นแรงกดดันให้มีโอกาส
ปรับตัวทดสอบแนวรับต่อไป 8,800
ดัชนีฮั่งเส็ง ดัชนีมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นจากแรงขายทำกำไรระยะสั้นหลังไม่ผ่านแนว
ต้าน 21,500 และความกังวลต่อภาวะการเงินในยุโรป โดยเฉพาะกลุ่มสื่อสารที่มีแรงขายจำนวน
มาก ซึ่งเป็นไปตามลักษณะการปรับตัวด้านเทคนิคทิศทางขาลงเพื่อทดสอบแนวรับ 21,000 และ
20,820
(Analyst - ธวัชชัย tawatchai@globlex.co.th)
หุ้นแนะนำพิเศษ: PTT (289 ซื้อ เป้าปี 53:330) มาบตาพุดที่ชัดเจนคาดส่งผลดีทั้ง
ทางตรงและทางอ้อมให้กับ PTT ส่วนการเตรียมอุทรธ์ของกลุ่ม NGO คาดไม่กระทบ PTT เนื่อง
จากโรงแยกก๊าซ 6 ของ PTT ไม่เข้าข่ายประเภทกิจการที่มีความรุนแรงทั้ง 11 ประเภทกิจการ
และ 18 ประเภทกิจการ โดยเราคาดกำไรสุทธิในปีนี้ประมาณ 70,808 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 19%
yoy และคาดกำไรสุทธิในปี 54 ประมาณ 77,791 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 10%yoy
(Analyst -อาทิตย์ artit@globlex.co.th)
Stocks in trend
ADVANC (ราคาปิด 97.50 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 110) ผู้บริหาร AIS มั่นใจจะเป็น
หนึ่งในผู้ชนะการประมูล 3G ในรอบแรก จากความพร้อมทั้งการเงินและเทคโนโลยี โดยวันที่
14 ก.ย.53 กทช. จะประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติขั้นต้น, และเปิดประมูลรอบแรกในวัน
ที่ 20 ก.ย.53 อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ากระบวนการขัดขวางการประมูลจากกลุ่มผู้เสียผล
ประโยชน์จะยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง (นสพ.ข่าวหุ้น)
SCC (ราคาปิด 315 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 360) ผู้บริหาร SCC คาดโครงการในมาบ
ตาพุด 18 โครงการของเครือ SCC ที่ถูกระงับชั่วคราวก่อนหน้านี้ คาดว่าจะสามารถกลับมาเดิน
เครื่องได้ภายในปี 54 ซึ่งบริษัทคาดว่าจะทำ EIA และ HIA เสร็จในปีนี้ (ที่มา: อินโฟเควสท์) ส่ง
ผลให้เราคาดว่าผลประกอบการในอนาคต 1-3 ปีข้างหน้าจะเติบโตได้ค่อนข้างมาก
IVL (ราคาปิด 24.10 แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมตาม Consensus 26) ผู้บริหาร
IVL คาดการเจรจาซื้อกิจการในจีนและยุโรปจะได้ข้อสรุปในปี 53 อย่างน้อย 1 โครงการ ขณะที่
การเจรจาซื้อโรงงานในสหรัฐคาดจะเสร็จสิ้นได้ใน 1Q54 ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตในอนาคต
เพิ่มขึ้นอย่างมาก สำหรับผลประกอบการใน 3Q53 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง จากปริมาณขายที่
เพิ่มขึ้น อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น รวมถึงส่วนต่าง PTA และโพลีเอสเตอร์ขยายตัวสูงขึ้น
ตั้งแต่ต้น 3Q53 (ที่มา: ทันหุ้น)
BTS (ราคาปิด 0.84 แนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเหมาะสมตาม Consensus 1.05)
คาดผลประกอบการเดือน ก.ค.-ก.ย.53 จะมีกำไรและฟื้นตัวอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับไตรมาส
ก่อนที่ขาดทุน จากปริมาณผู้โดยสารใช้รถไฟฟ้า BTS ที่กลับมาเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง, ธุรกิจสื่อ
โฆษณาที่ฟื้นตัว รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง นอกจากนั้น คาดจะได้รับปัจจัยบวกจากการเปิดการ
ประมูลเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ รฟม.คาดจะออก TOR ในครึ่งหลังของเดือน ก.ย.นี้ รวมถึงบริษัท
ยังมีแผนล้างขาดทุนสะสมเพื่อจะสามารถจ่ายเงินปันผลได้ในปีหน้า
(Analyst - อำนาจ amnart@globlex.co.th)
ปัจจัยบวก
+ อังกฤษเปิดเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนก.ค. ขยายตัวขึ้น 0.3%MoM เป็น
การขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 โดยขยายตัว 4.9%YoY ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 37 อีก
ด้วย
+ นักลงทุนลดความกังวลต่อเสถียรภาพในภาคธนาคารยุโรปหลังรัฐบาลโปรตุเกส
สามารถระดมทุนผ่านการเปิดประมูลพันธบัตรมูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
+ ปธน.สหรัฐประกาศแผนกระตุ้นการใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคมูลค่า 5 หมื่นล้าน
ดอลลาร์สหรัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างงานในระยะ 6 ปีข้างหน้าซึ่งสอดคล้องกับ
Recovery Act แห่งสหรัฐอเมริกาซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบให้ต้องขาดดุลงบประมาณ
+ ค่าเงินบาทในระยะยาวมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นตามประเทศในภูมิภาค ล่าสุดวานนี้ทำ
สถิติแข็งค่าที่สุดในรอบ 13 ปีอีกโดยแตะระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐหนุนเม็ดเงินจากต่าง
ชาติไหลเข้าไทยต่อเนื่อง
ปัจจัยลบ
- กลุ่มประเทศยูโรโซนเปิดเผยดัชนีเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง อาทิ ธนาคารกลางฝรั่งเศส
คาดว่า GDP ในช่วง 3Q53 จะขยายตัว 0.3% ชะลอตัวลงจาก 0.6% ใน 2Q53 ขณะที่รัฐบาล
ตั้งเป้าทั้งปีขยายตัวที่ 1.4% ส่วนเยอรมนีเปิดเผยว่ายอดส่งออกเดือนก.ค.ลดลง 1.5%MoM แต่
ยังคงขยายตัวแข็งแกร่ง 18.7%YoY
- ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ รายงานยอดโอนที่อยู่อาศัยเฉพาะเดือน ก.ค.หดตัวกว่า 77%
MoM และ 62%YoY เนื่องจากสิ้นสุดมาตรการภาษีกระตุ้นภาคอสังหาฯ ขณะที่ในช่วง 7 เดือน
แรกของปี 53 ยังเติบโตได้ 29%YoY
- ปัจจัยการเมืองที่ยังไม่นิ่งและมีประเด็นที่ต้องจับตา อาทิ คำตัดสินของศาลรธน.ต่อคดี
ยุบ/ไม่ยุบพรรคซึ่งไต่สวนพยานครบ 4 นัดแล้ว การชุมนุมทางการเมืองในเดือนก.ย.เนื่องากวาระ
ครบรอบวันรัฐประหาร 19 ก.ย. โดยมีข่าวว่ากลุ่มเสื้อแดงจะจัดกิจกรรมทางการเมืองระหว่าง 17-
19 ก.ย.นี้
- ศอฉ.ยืนยันว่ายังต้องคงการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯต่อไปใน 7 จังหวัดที่เหลือ
เนื่องจากยังมีสถานการณ์ไม่เรียบร้อยเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะในกทม.ซึ่งล่าสุดพบระเบิด
ซุกซ่อนอีก 2 จุดที่ห้างเดอะมอลล์และก.สาธารณสุข
ปัจจัยที่ต้องจับตา
* 9 ก.ย. ม.หอการค้าไทยประกาศตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน ส.ค.53
ขณะที่ธปท.มีนัดหารือกับนายแบงก์เพื่อหารือเกี่ยวกับการลดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามแผน
พัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 2 ส่วนสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานราย
สัปดาห์ ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนก.ค. และสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ซึ่งนักวิเคราะห์
คาดว่าจะลดลง 600,000 บาร์เรล
* 10 ก.ย.กลุ่ม NGO เตรียมเคลื่อนไหวคัดค้านการประกาศ 11 ประเภทกิจการที่อาจ
ก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อชุมชน ส่วนคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ไขปัญหานิคมฯมาบตาพุดมีนัด
ประชุมหารือ สำหรับสหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลสต็อกสินค้าภาคค้าส่งเดือนก.ค.
(Analyst - วิลาสินี wilasinee@globlex.co.th)
Wall Street
Wall Street : ดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 46.32 จุด ขานรับข่าวประมูลพันธบัตรโปรตุเกส และแผน
กระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ
ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 46.32 จุด โดยนักลงทุนคลายความ
กังวลเกี่ยวกับปัญหนี้สินในยุโรปหลังจากรัฐบาลโปรตุเกสประสบความสำเร็จในการประมูล
พันธบัตรมูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข่าวที่ประธานาธิบดี บา
รัค โอบามา ประกาศแผนการลงทุนด้านสาธารณูปโภคมูลค่าประมาณ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซี่
งครอบคลุมถึงการขยายและซ่อมแซมถนน ทางรถไฟ และรันเวย์ โดยมีเป้าหมายหลักคือการ
กระตุ้นเศรษฐกิจและการสร้างงาน และเพื่อปกป้องฐานเสียงของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้ง
สภาคองเกรสซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 2 พ.ย.นี้ ทำให้ปิดตลาดดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 46.32 จุด หรือ
0.45% ปิดที่ 10,387.01 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 7.03 จุด หรือ 0.64% ปิดที่ 1,098.87
จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 19.98 จุด หรือ 0.90% ปิดที่ 2,228.87 จุด
ราคาน้ำมัน : NYMEX เพิ่มขึ้น 58 เซนต์ หลังดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินยูโร
ราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 58 เซนต์ โดยตลาด
ได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง และ จากการที่นักลงทุนคลายความวิตกกังวล
เกี่ยวปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปหลังจากมีรายงานว่า รัฐบาลโปรตุเกสประสบความสำเร็จในการ
ประมูลพันธบัตร1.3 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ตลาดยังได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่าประธานาธิบดี โอ
บามา ประกาศแผนการลงทุนด้านสาธารณูปโภคมูลค่าประมาณ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะเดียว
กันนักลงทุนยังจับตาดูรายงานสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์ซึ่ง EIA จะเปิดเผยในคืนนี้ตามเวลา
ประเทศไทย โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าสต็อกน้ำมันดิบจะลดลง 600,000 ทำให้ปิดตลาด
ราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 58 เซนต์ปิดที่ 74.67
ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดล่วงหน้ากรุงลอนดอนส่งมอบเดือนต.ค.
เพิ่มขึ้น 43 เซนต์ ปิดที่ 78.17 ดอลลาร์/บาร์เรล
(Analyst -อาทิตย์ artit@globlex.co.th)
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 09/09/10 เวลา 10:52:31
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น