วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ยูไนเต็ด : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 09/09/53

Market Highlight
วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดมีทั้งบวกและลบคละ แม้ต่างชาติยังขายสุทธิและตลาดหุ้น
โลกผันผวน แต่ตลาดเริ่มมีแรงซื้อกลับหลังมีแรงขายในช่วงก่อนหน้า ขณะที่ SETI ก็ยังประคอง
ตัวไม่หลุดต่ำกว่า 920 จุดได้ อีกทั้งค่าเงินบาทก็แข็งขึ้นมาก เราคาดว่า SETI จะแกว่งตัวขึ้นต่อ
ได้
โมเมนตัมระยะสั้นยังไม่เสียหาย แต่ยังติดแนวต้านที่ 930 จุดอยู่ แต่ “ถ้า” เคลียร์ได้ ก็
มีโอกาสจะขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 975& 61617;5 จุด ในเชิงกลยุทธ์ เรายังแนะนำผู้เล่นระยะสั้นและกลาง
ตั้งจุดหยุดขาดทุนที่ 920 และ 905 จุด ตามลำดับ
หุ้นที่แสดงสัญญาณบวก (& 61569;=ACCELERATION) คือ ADVANC, CPF, GFPT,
LANNA หุ้นที่แสดงสัญญาณลบ (& 61570;=DECELERATION) คือ BCP, EGCO, IRPC, KSL,
TUF
หุ้นเด่นเล่นสั้น (รับ/ต้าน): IVL (23.8/25.2), KBANK (110.-/114.-), STA (20.-
/21.-) *
การเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของผู้บริหาร:

เหตุการณ์และการขึ้นป้าย:
วันนี้ :
BBL XD @ 1.50 บาท, THRE XD @ 0.18 บาท,
TKS-W พ้นสภาพจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน
PRANDA ลูกหุ้นเข้า 2.41 ล้านหุ้น
คาดการณ์สัปดาห์หน้ามีหุ้นที่มีโอกาสเข้าข่ายต้องซื้อขายในบัญชี Cash Balance
ตามเกณฑ์ ตลท. คือ CCP--ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Turnover List

พรุ่งนี้ :
DRT XD @ 0.18 บาท, TCIF XD @ 0.07 บาท
ลูกหุ้นเข้า MINT 1.57 ล้านหุ้น, ROJNA 7.20 ล้านหุ้น, BSEC 5.44 แสนหุ้น,
GBX 1.60 แสนหุ้น

ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญ:
9 ก.ย.53 : สหรัฐเปิดเผยข้อมูลสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 3 ก.ย. เวลา
22.00 น. ตามเวลาไทย
9-10 ก.ย.53 : (ส.อ.ท) เผยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบของค่าเงินบาท
10 ก.ย.5 : Hari Raya Pua (สิงคโปร์)
14 ก.ย.53 : ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าประมูล
20 ก.ย.53 : Respect for the Aged Day (ญี่ปุ่น)
20-26 ก.ย.53: ประมูลไลเซนส์ 3G
21 ก.ย.53: สหรัฐกำหนดทิศทางดอกเบี้ย
21-23 ก.ย.53: Chusok, Full moon festival (เกาหลี)
22 ก.ย.53: Mid-Autumn Festival (ใต้หวัน)
22-24 ก.ย.53 : Mid-Autumn Festival (จีน)
23 ก.ย.53 : Autumn Equinox (ญี่ปุ่น)
23 ก.ย.53 : The day following Chinese Mid-Autumn Festival (ฮ่องกง)
24 ก.ย.53 : นายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 65 ณ นคร
นิวยอร์ก พร้อมนัดหารือทวิภาคีกับนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

Investment Outlook
แนวโน้มระยะสั้น:
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยยังปรับตัวลงช่วงเช้า -8.10 จุด (-0.88%) แต่ช่วงบ่ายเริ่มมี
แรงซื้อกลับ ส่งผลให้ SETI -0.01 จุด (-0.01%) ปิดที่ 923.88 จุด มูลค่าซื้อขาย 34,650 ล้าน
บาท

ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดวันนี้:
ตลาดหุ้นโลก: DJIA 10,387.01จุด (+0.5%), S&P 1,098.87จุด (+0.6%),
NASDAQ 2,228.87 จุด (+0.9%), Nikkei 9,081.28 จุด (-1.6%), AOI 4,618.2 จุด
(+0.1%), KOSPI 1,781.81 จุด (-0.3%)
กลุ่มผู้ลงทุน: เมื่อวานนี้ บล. และรายย่อยซื้อ +665 และ +1,695 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่ต่างชาติและสถาบัน ขาย -949 และ -1,411 ล้านบาท ตามลำดับ
สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันดิบ NYMEX $74.67 (+0.8%), BDI 2,975 จุด (+2.0%),
GRM $3.77 (-4.8%), ทองคำ $1,256.30 (+0.1%)—ดูเพิ่มในตารางซ้ายมือ
ค่าเงินบาท: เช้านี้ เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาก โดยซื้อขายที่ 30.85-30.89 บาท/ดอลลาร์
เศรษฐกิจ: ที่ประชุมวุฒิสภา ให้ความเห็นชอบร่าง พรบ.งบประมาณ FY54 แล้ว
การเมือง: วางบึ้ม 3 จุด (ร.ร.สันติราษฎร์+The Mall งามวงศ์วาน+สธ.) โชคดี ตร. กู้
ทัน
เทคนิค: โมเมนตัมระยะสั้นดูอ่อน แต่จะถือว่ายังเป็น “บวก” ตราบใดที่ SETI& 61619;920
จุด
วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดมีทั้งบวกและลบคละ แม้ต่างชาติยังขายสุทธิและตลาดหุ้น
โลกผันผวน แต่ตลาดเริ่มมีแรงซื้อกลับหลังมีแรงขายในช่วงก่อนหน้า ขณะที่ SETI ก็ยังประคอง
ตัวไม่หลุดต่ำกว่า 920 จุดได้ อีกทั้งค่าเงินบาทก็แข็งขึ้นมาก เราคาดว่า SETI จะแกว่งตัวขึ้นต่อ
ได้
ทางด้านเครื่องชี้กระแสเงินทุน สะท้อนให้เห็นว่าอารมณ์ตลาดยังพลิกกลับไปกลับมาระ
หว่าง “กลัว” กับ “กล้า” ทั้งนี้ เห็นได้จาก ...
ตลาดหุ้นโลก: เช้านี้ ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ฟื้นตัวขึ้นตามทิศทาง Wall Street
ตลาดพันธบัตร: ฟื้นเล็กน้อย ล่าสุด อัตราผลตอบแทน US10Y=2.6411% [ความ
หมาย: อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล& 61668;=แรงขายสินทรัพย์ที่ปลอดความเสี่ยง+นักลงทุน
ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจอนาคตในเชิงบวก]
ค่าเงินดอลลาร์: ยังแกว่งตัวแคบๆ ล่าสุด=82.516 จุด [ความหมาย: ดัชนี US$& 61668;=
แรงขายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ซื้อขายเป็น US$ (non-US$ denominated assets)]
สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมัน& 61664;, ทองคำ& 61668;, BDI& 61668; [ความหมาย: น้ำมัน+BDI=สินทรัพย์
เสี่ยง, ทองคำ=สินทรัพย์ปลอดภัย]
การที่ SETI ประคองตัวปิด >920 จุดได้ ทำให้โมเมนตัมระยะสั้นยังดูไม่เสียหาย
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังติดแนวต้านที่ 930 จุดอยู่ “ถ้า” เคลียร์ได้ ก็มีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป
ที่บริเวณ 975& 61617;5 จุด ในเชิงกลยุทธ์ เรายังคงแนะนำให้ผู้เล่นระยะสั้นและกลางตั้งจุดหยุดขาดทุน
ที่ 920 และ 905 จุด ตามลำดับ
ในระดับกลุ่ม ขอย้ำว่าเราเพิ่มน้ำหนักกลุ่ม ENERG จาก UNDERWEIGHT เป็น
NEUTRAL และให้ลดน้ำหนัก AGRI, ETRON, FOOD, TRANS จาก NEUTRAL เป็น
UNDERWEIGHT แล้วจากค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง
ในระดับหุ้น หุ้นแสดงสัญญาณบวก (& 61569;=“ACCELERATION”) คือ ADVANC,
CPF, GFPT, LANNA หุ้นที่แสดงสัญญาณลบ (& 61570;=“DECELERATION”) คือ BCP,
EGCO, IRPC, KSL, TUF

แนวโน้มระยะกลาง:
หากมองย้อนกลับไปปี 52 และ 1H53 จะเห็นว่าตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวขึ้นอย่าง
แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ดัชนี TRI ของ SET, SET50 และ MAI แสดงอัตราผลตอบแทนรวมที่สูงมาก
ดังนี้
แต่คนส่วนใหญ่กลับอยาก “ขาย” มากกว่า ”ซื้อ” เพราะ “ความกลัว” หลายประการ
คือ ...
วิกฤตครั้งนี้รุนแรงมาก เศรษฐกิจโลกอาจจะฟุบยาวในรูปแบบตัว “L” ไปอีกหลายปี
การฟื้นตัวของตลาดหุ้นอาจเป็นแค่การดีดกลับชั่วคราวในแนวโน้มขาลง
แม้จะฟื้นตัว แต่เศรษฐกิจมีความเสี่ยงที่อาจฟุบลงเป็นระลอกที่ 2 ในรูปแบบตัว “W”
สังคมไทยมีการแบ่งขั้วทางการเมือง+ความขัดแย้งลุกลามถึงขั้นจลาจลหลายระลอก
หุ้นใหญ่ในกลุ่ม ENERG+CONMA ถูกกระทบจากคำสั่งศาลปกครองที่ให้ระงับการ
ผลิตในโครงการ “มาบตาพุด” ตั้งแต่ปลายปี 52
อย่างไรก็ตาม เราได้แนะนำให้นักลงทุน “ลุ้นทางบวก” ตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา
เพราะ ...
ผลของเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลอัดฉีดเข้าสู่ระบบจะเริ่มส่งผล โดยเศรษฐกิจ
โลกจะฟื้นตัวขึ้นใน 2H52 และไม่ฟุบยาวในรูปแบบตัว “L”
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะสร้างฐานได้ในปี 52 ทั้งนี้ ประสบการณ์ช่วงปี 43~44 แสดง
ให้เห็นว่าเป็นกลุ่มที่สามารถฟื้นตัวก่อนกลุ่มอื่น
เราคาดว่าเม็ดเงินจะไหลกลับมาที่ตลาดหุ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกิดใหม่ใน
เอเชีย เพราะวิกฤตครั้งนี้ เอเชียไม่ได้ประสบปัญหารุนแรงเหมือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป
เมื่อเข้าสู่ 2H53 แม้ SETI ได้ขึ้นทะลุเป้าหมายเดิมที่มองไว้ที่ 850~900 จุด แต่
เชื่อว่าตลาดหุ้นยังไปต่อได้ ในเบื้องต้น เราประเมินเป้าหมายใหม่ที่ 950~1,000 จุด เนื่องจาก...
เศรษฐกิจได้ “ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว” ในปี 52 และกำลังเคลื่อนจากช่วงแรก (“& 61678;”) และ
ช่วงกลาง (“& 61640;”) เข้าสู่ช่วงหลัง (“& 61694;”) ของรูปแบบตัว “U”
การฟื้นตัวระดับมหภาคกำลังกระจายลงไปสู่ระดับจุลภาค+“คุณภาพของกำไร” ก็ดีขึ้น
เห็นได้จากยอดขายและกำไรสุทธิ 1H53 ที่ฟื้นตัวถึง +24% และ +34%yoy ตามลำดับ [ที่มา:
ตลท.]
คณะกรรมการร่วม 4 ฝ่ายได้สรุปบัญชีรายชื่อ ”โครงการที่มีผลกระทบรุนแรงต่อ
ชุมชน” ส่งรัฐบาลแล้ว คาดว่าโครงการที่หยุดชะงัก จะเริ่มดำเนินการใน 4Q53 เร็วกว่าคาด
แม้ช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นมีปัจจัยลบรุมเร้ามากมาย แต่ SETI ก็ดูค่อนข้างแข็งแกร่ง+
ยังรักษาโครงสร้างของแนวโน้ม “ขาขึ้น” ไว้ได้ตั้งแต่เดือน ก.พ. เป็นต้นมา
การปรับตัวขึ้นของ SETI เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดในภูมิภาคที่ค่าเงินเอเชีย
แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลังออกงบ 2Q53 นักวิเคราะห์จะปรับราคาเป้าหมาย โดยใช้ “เป้าหมายปี 54”
แทน “เป้าหมายปี 53” ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังมี upside มากพอที่จะไปต่อได้
คำอธิบาย: OVERWEIGHT=ควรลงทุนมากกว่าน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าเป็นกลุ่มที่
ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด; NEUTRAL=ควรลงทุนเท่ากับน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าให้ผลตอบ
แทนใกล้เคียงกับตลาด; UNDERWEIGHT=ควรลงทุนน้อยกว่าน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าจะ
ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาด โดยระบบคำแนะนำนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเอาชนะดัชนี
โดย “น้ำหนักกลุ่ม”=น้ำหนักของหุ้นแต่ละกลุ่มในสูตรคำนวณ SETI, “ผลตอบแทนของตลาด”=
อัตราผลตอบแทนที่คำนวณจากดัชนี SET Total Return Index (SETTRI)
ทั้งนี้ TRI=ดัชนีผลตอบแทนรวมจากการลงทุนในหลักทรัพย์ ซึ่งรวม 1) กำไร/ขาดทุน
จากการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น; 2) สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน; 3) เงินปันผล โดยมีข้อสมมติว่าเงินปันผล
ถูกนำไปลงทุนซ้ำในหลักทรัพย์ตัวเดิมด้วย




เรียบเรียง โดย สุกัญญา ลาสุธรรม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 09/09/10 เวลา 10:52:08

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น