ประเด็นหลักต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้
(+) ความสำเร็จของการขายพันธบัตรโปรตุเกส ช่วยหนุนตลาดหุ้นโลกคลายกังวลเรื่องยุโรป
(+) Nomura ออกรายงานกลยุทธ์ เชื่อว่าตลาดหุ้นยังน่าสนใจ เพราะ Valuation ถูกเทียบ
ภูมิภาคและแนะนำ PTTCH KTB
(-) ธปท.นัดหารือแบงก์เรื่องลดค่าธรรมเนียมการโอนข้ามเขตวันนี้
(+)เทคนิคแนะนำ เริ่มซื้อเล่นรอบ หากดัชนีฯวันนี้ไม่เห็นต่ำกว่า 915 จุด
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ : เทคนิเคิลรีบาวด์
คาดดัชนีฯ ผันผวน แนวต้าน 928/935จุด แนวรับ 915-912จุด ทางเทคนิคเริ่มเกิดสัญญาณ
เข้าซื้อเล่นรอบ หลังวานนี้ยืนเหนือ 915 จุดได้ แต่ด้านอารมณ์ ยังคงกล้าๆกลัวๆเพราะวิตกต่าง
ชาติและกองทุนฯขายต่อ จากบาทแข็งกระทบกลุ่มส่งออกและเศรษฐกิจ แต่ที่ดีขึ้นระยะสั้นคือ
การฟื้นตัวของตลาดหุ้นตปท. ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และการแข็งแกร่งกว่าตลาดของหุ้นนำตลาด
บางหลักทรัพย์ (KTB) แนะนำ หยุดขาย และเริ่มหันมาเก็บหุ้นดิ่งลงแรงที่ผ่านมา เพื่อเล่นรอบ
เช่น สื่อสารอสังหาฯ วัสดุก่อสร้าง แบงก์ (DTAC KTB HEMRAJ LPN TSTH CK)
(Update 1-2 สัปดาห์) เป้าหมายแนวต้าน วางไว้ที่ 945 จุด (+/-5จุด) ส่วนแนวรับ910 จุด
+/- 5 จุด เน้นกลุ่มแบงก์ บันเทิง ค้าปลีก นิคมฯ รับเหมาฯ ที่ดิ่งลงแรงข่าวดี 1.Nomura เชื่อว่า
Valuation หุ้นไทยยังจูงใจ เมื่อเทียบภูมิภาค และ ยังมีUpward revision 2.Fund flows ยัง
อยู่กับตลาดหุ้นไทยอิงจากผลสำรวจผจก.กองทุนต่างชาติ ยังคงน้ำหนักหุ้นไทยสูงสุดในภูมิภาค
ข่าวลบ : 1.ตัวเลขเศรษฐกิจโลก-ส่งสัญญาณชะลอตัว วานนี้เยอรมันนี รายงานส่งออก-นำ
เข้า แย่สุดรอบ 3 เดือน และคนว่างงานในอังกฤษยังคงเพิ่มขึ้น 2.NGOนัด10 กย.เคลื่อนไหวคัด
ค้าน11ธุรกิจรุนแรง3.ธปท.นัดแบงก์หารือลดค่าธรรมเนียม
กลยุทธ์วันนี้ : เริ่มซื้อเล่นรอบ ที่ใกล้แนวรับหัก 915 จุด
วานนี้-รับเหมาขึ้นเป็นพระเอก ITD STEC CK TTCL พระรองได้แก่แบงก์ KBANK KTB
TCAP และตัวประกอบดีเด่น ได้แก่ DTAC ADVANC PTTCH PTTAR TOP และส่งออก
เริ่มมีรีบาวด์ GFPT SMT ผู้ร้ายคือ TUF (RO:50บ.) KSL BLAND ฯลฯวันนี้- TRUE
(ประมูล 3จี) CK (คาดงบ3Q10F พลิกมีกำไร)
หุ้นเด่นวันนี้ : 1. Domestic play กลุ่มแบงก์ รับเหมา ค้าปลีก สื่อสารฯ นิคมฯKBANK
BBL KTB CK CPALL HEMRAJ ADVANC 2. เก็งกำไรหุ้นมีประเด็น BANPU PTTCH
PTTAR PTTEP TMB
หุ้นมีข่าว: (+) หุ้นร้อนทางเทคนิค PTTAR TISCO TTCL QH CK TSTH/ TUF ขาย
หุ้นเพิ่มทุนผถห.เดิม 20:1 ๑50 บ.,PTTEP คาดกำไรฯปีนี้เกิน 3 หมื่นล้าน (CNSคาด 3.9
หมื่น ลบ.) ลงทุนเพิ่ม US$1 หมื่นล้าน ในออสเตรเลีย ช่วง 10ปีข้างหน้า / PTTCH คาดเดิน
เครื่อง 3 โครงการใหญ่ที่ปลดล็อกได้ปลายปีนี้ / KTB ธปท.ยืนยันกองทุนฟื้นฟูฯต้อง
ขายออก/TRUE อาจออกจาก Cash Balance สัปดาห์หน้า
*รายงานของ CNS วันนี้: PTT(บริษัทลูกร่วมประมูลซื้อคาร์ฟูร์)
ปัจจัยและประเด็นที่มีอิทธิพลต่อตลาด
1.ปัจจัยบวก :
ปัจจัยในประเทศ : คือ
1. Nomura ออกรายงาน Quantitative insight พบว่า Valuation factor ในภูมิภาค
Asia ex Japan ส่วนใหญ่มีอัตราผลตอบแทนเป็นลบในเดือน สค. ยกเว้น StarMine predict
surprise และ Revision index ที่ยังคงให้อัตราผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาด ทั้งนี้ Nomrua เห็น
ว่า Valuation factor อย่าง ROE และ Profit margin เริ่มกลับมาให้อัตราผลตอบแทนที่ดีกว่า
ตลาด ส่วนหุ้นไทยที่ Nomura คาดว่าจะ Outperform จาก Valuation factors ดังกล่าวแนะ
นำ KTB และ PTTCH
2. Sectors ที่มีปีระเด็น
2.1 กลุ่มธนาคารฯ (LT-Overweight: ซื้อเพิ่มเมื่ออ่อนตัว/ถือรับปันผล แนะนำ KBANK
BBL และ KTB SCB(Laggard Play) จากแนวโน้มกำไรกลุ่มธนาคารฯยังคงเติบโตสูงต่อ
เนื่อง เพราะสามารถคงส่วนต่างดอกเบี้ยรับ ในระดับสูง และสินเชื่อเติบโตตามเศรษฐกิจ / ได้
ประโยชน์จาก Capex cycle /หุ้นกลุ่มแบงก์จะเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากการเติบโตของ
เศรษฐกิจไทยที่ดีกว่าคาดหมาย
2.2 กลุ่มรับเหมาฯ (L-T-Overweight) ITD STEC CK ครม.อนุมัติกรอบเจรจาร่วมมือ
พัฒนารถไฟความเร็วสูงร่วมจีนมูลค่า4แสนล้าน และ รมว.คมนาคมจะเป็นผู้เสนอเรื่องต่อรัฐสภา
ต่อไป และให้สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ให้ข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจาก
ประชาชน
2.3 กลุ่มค้าปลีก (L-T-Neutral): คาดดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน สค.เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่4
ติดต่อกัน แนะนำ ถือ/อ่อนตัวซื้อ CPALL HMPRO BJC BIGC
2.4 กลุ่มขนสง่ (LT-Overweight: Top pick: AOT RCL) สำหรับการลงทุนเฉพาะสัปดาห์
แนะนำซื้อเลน่ สั้นBECL จากคาดรายงาน Traffic Volume ดีขึ้น (ระยะยาว Neutral) และ
THAI 15 กย.นี้ เตรียมเคาะราคาหุ้นเพิ่มทุน (โดยเปิดจองผ่าน BBL, KTB) ส่วน BTS ซื้อเพิ่ม
เมื่ออ่อนตัว จากข่าวการเพิมทุน PP รอบใหม่และปรับพาร์เป็น 0.64 บาทจากเดิม 1 บาทเพื่อ
ล้างขาดทุนสะสม
2.5 กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มเกษตรส่งออก (LT-Neutral: Top Pick HANA SMT
TUF TVO GFPT) คาดยังเป็นกลุ่มที่อ่อนกว่าตลาด จากแนวโน้มเงินบาทเทียบสกุลดอลล์
สหรัฐฯยังคงแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง หลังทางการส่งสัญญาณไม่เข้าแทรกแซง ทั้งนี้ กลุ่มชิ้นส่วนฯจะมี
ปัจจัยลบเพิ่มเติม จากวิตกแนวโน้มคำสั่งซื้อครึ่งหลังปีนี้ อาจชะลอลงตามการชะลอตัวของ
เศรษฐกิจสหรัฐฯ เราแนะนำขึ้นทยอยขายทำกำไร สำหรับ CCET ซึ่งคาดว่าจะรายงานยอดขาย
เดือน สค. สูงขึ้น แต่มาร์จิ้นของ CCET 3Q10 ยังคงถูกกดดัน / แนะนำ รอจังหวะซื้อรอบใหม่
ของหุ้นกลุ่มนี้ (HANA SMT TUF TVO GFPT) โดยติดตามสัญญาณการแทรกแซงเงิน
บาทของทางการรอบใหม่ ซึ่งเราคาดว่าจะเกิดขึ้นหากเงินบาท/ดอลล์สหรัฐฯต่ำกว่า 31
บาท/US$2.6 กลุ่มสินค้า Hard commodity (Fund survey Slightly overweight
commodity: Selective buy PTT PTTCH BANPU) คงคำแนะนำ อ่อนตัวซื้อเฉพาะ
BANPU(M&A ราคาเป้าหมาย 771 บาท) PTT( Highestbenefit from new weighting of
Fund survey as the highest market cap. stock ราคาเป้าหมาย 365บาท) และกลุ่มปิโต
รเคมี PTTCH(new capacity expansion ราคาเป้าหมาย 137 บาท) จากคาดว่า ความเสี่ยง
ขาลงมีจำกัด เนื่องจาก กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการซื้อกิจการ หรือความชัดเจนของกรณีมาบ
ตาพุต
2.7 ส่วนกลุ่มโรงกลั่น และกลุ่มน้ำมัน (PTTAR TOP PTTEP) Trading buy (ขึ้นขาย-
ลงซื้อ) ยังมีความเสี่ยงของกำไรที่อาจจะแย่ลงในไตรมาส 3/10 มีสูงเนื่องจาก ทิศทางราคาน้ำมัน
ดิบยังคงมีขาขึ้นจำกัดเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก (โดยเฉพาะ G3) ที่ Nomura มอง
ว่ามีความเปราะบางและยังมีสัญญาณของการชะลอตัวของรายงานกำไร เห็นได้จากใน2Q10
ราคาน้ำมันดิบลดลงจากเฉลี่ย $83.3/bblเป็น$76.6/bbl (-8% q-q) ส่งผลให้กลุ่มโรงกลั่นมีผล
ขาดทุนทางบัญชีจากสต็อกน้ำมัน ขณะที่ในสองเดือนล่าสุด เดือน กค.-สค. ราคาน้ำมันดิบยังคง
ปรับลดลงจาก $79.96/bbl เป็น $73.59/bbl (-8% QTD) ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อกำไร
3Q10F ที่ไม่แน่นอน
3. สมาคมตลาดตราสารหนี้ชี้เงินนอกไหลเข้ารอบนี้ ลงทุนยาว โดยเดือนสค.เดือนเดียวซื้อ
พันธบัตรอายุเกิน 1ปีกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท และเน้นพันธบัตร 5-10 ปีเป็นส่วนใหญ่
4. XD บจ.ที่น่าสนใจ วันที่ 9 กย. BBL 1.50 บ. 10 กย. DRT 0.18 บ.
ปัจจัยต่างประเทศ : คือ
1) ตลาดหุ้นต่างประเทศฟื้นตัว : การเริ่มคลายวิตกต่อสถานะการณ์ในยุโรป (ค่าเงินดอลล์
กลับมาอ่อนค่าเทียบยูโรและเยน) หลังจากโปรตุเกสประสบความสำเร็จในการออกพันธบัตร
จำนวน 1.04 พันล้านยูโร เช่นเดียวกับโปแลนด์ ที่ขายพันธบัตร 5 ปีจำนวน 3.6 พันล้านสโลตี
และไอร์แลนด์ เปิดเผยว่าจะขายธนาคารแองโกล ไอริชแบงก์ ส่วนปัจจัยลบแต่มีผลกระทบต่อ
ตลาดน้อย คือ รายงานเศรษฐกิจของเฟด ที่บ่งชี้ว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอลงในช่วง 6
สัปดาห์จนถึงเดือนสค.และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็น 1.0% ของแคนาดา
2) Nomura ออกรายงาน Global Economic and strategy: The coming food
price surge มีมุมมองเป็นบวกต่อกลุ่ม อาหารฯ และสินค้าเกษตร รวมถึงอุตสาหกรรมที่เชื่อม
โยงกับสินค้าเกษตร Nomura เห็นว่าราคากลุ่มเกษตรอาหารยังคงเป็นขาขึ้น และเป็นขาขึ้นรอบ
ใหญ่ จากความต้องการที่สูงขึ้น ตามการขยายตัวของประชากรโลก และรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึง
ภาวะเงินเฟ้อที่จะกลับมาเร่งตัวขึ้น อย่างรวดเร็วหลังจากดอกเบี้ยเริ่มเป็นขาขึ้นอีกครั้ง ขณะที่
สำหรับหุ้นไทยที่เชื่อมโยง เบื้องต้นได้แก่ CPF CPALL TVO TUF STA KAKET MBK (ข้าว
และมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) SAT (รถไถนา) กลุ่มค้าปลีกฯ ที่ได้อานิสงค์ทางอ้อมจากกำลังซื้อจาก
ภาคเกษตรฯที่น่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น
3) US-คาดมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ จากถ้อยแถลงปธน.โอบามา วันที่ 10 กย.
ตลาดคาดว่าจะมีความคืบหน้าเกี่ยวกับ มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นมาตรการใหม่
(คาดว่าจะมีมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์) โดยเชื่อว่าจะได้รับการอนุมัติก่อนจะมีการเลือกตั้ง
สภาครองเกรสในวันที่ 2 พย. ทั้งนี้มาตรการส่วนใหญ่เป็นเรื่องการลดหย่อนภาษีให้กับภาคธุรกิจ
เพื่อช่วยเหลือในการสร้างงาน, การขยายมาตรการลดหย่อนภาษีให้ครอบคลุมถึงชนชั้นกลาง, การ
ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐ, การเพิ่มการลงทุนในพลังงานสะอาด และการเพิ่มการลงทุนใน
การวิจัยและพัฒนา
2.ปัจจัยลบ :
ปัจจัยในประเทศ : คือ
1) บาทแข็งรอบ13ปี ที่ 31 บาท/ดอลล์สหรัฐฯ : ธนาคารฯแห่งหนึ่งคาดบาทแตะ 30
บาท/US$ จากอิทธิพลของเงินไหลเข้า
2) กลุ่มผู้ฟ้องคดีมาบตาพุดเตรียมข้อมูลขออุทธรณ์ศาล ภายใน 15 วัน นายสุทธิ อัชฌาศัย
1 ในผู้ฟ้องคดีมาบตาพุด หารือชาวบ้าน เมื่อวันที่ 5 ก.ย และอาจจะ นำประชาชนปิดล้อมมาบตา
พุด บีบรัฐยกเลิกประกาศ 11กิจการรุนแรง ส่วนอานันท์ กังขากรณีบอร์ดสิ่งแวดล้อมตัด 7
ประเภทกิจการรุนแรง เหลือ 11 ประเภท โดยจะมีการจัดหารือคณะกรรมการ 4 ฝ่าย 10 กย.นี้
แนะรัฐเร่งสร้างความกระจ่าง
3) การเมือง 1.วิตกต่อเหตุการณ์รุนแรงที่อาจจะเพิ่มขึ้นในช่วงเดือน กย.-ตค. ล่าสุดศอฉ.สั่ง
เพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัย ดูแลรักษาความปลอดภัยพื้นที่ 454 จุดเสี่ยงทั่วกทม. 2. ศอฉ.
จับตา กลุ่มเสื้อแดง ประกาศจัดกิจกรรมการเมือง 17-19 กย. อาจจะฝ่าฝืน พรก.ในพื้นที่ กทม.
4) สัญญาณของการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนเรมิ่ เกิดขึ้น แต่ยังอยู๋ในระดับต่ำ เนื่องจาก
เมอื่ เทียบกับสถานการณ์ในเดือน ธ.ค.06 ซึ่ง ธปท. ใช้มาตรการดำรงเงินสำรองเงินนำเข้าระยะ
สั้น พบว่า THB/USD อยู่ที่35.34 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น 13.96% จากสิ้นปี 05 เป็นการ
แข็งค่าที่มากกว่าทุกประเทศอย่างชัดเจนและแข็งค่ากว่ามากมาก ในขณะที่ ณ 31 ส.ค.10 ค่า
เงินบาทแข็งกว่าสิ้นปี 09 ในอัตรา 6.2% นอกจากนี้ค่าเงินบาทไม่ได้แข็งค่ากว่าประเทศส่วน
ใหญ่มากนัก กล่าวคือ เมื่อเทียบกับสิ้นปี 09 พบว่าเงินบาทแข็งเป็นอันดับสามรองจาก yen (-
9.41%) และ ringgit (-7.98%) การที่ค่าเงินบาทไม่ได้แข็งค่าในอัตราที่รุนแรงเหมือนปี 2006
ทำให้CNS ไม่คาดว่าจะมีการใช้มาตรการกันสำรอง 30% อย่าง ทีเคยทำเมื่อปี 2006
5) กลุ่มบ้านเดี่ยวระดับบน ศุนย์วิจัยไทยพาณิชย์ ชี้ตลาดบ้านเดี่ยวระดับบนปีหน้าหดตัว เหตุ
คอนโดกลางเมืองยังคงเป็นทางเลือก และครัวเรือนที่มีรายได้สูงจะขยายตัวไม่มาก สอดคล้องกับ
ผู้บริหาร MK ที่เชื่อว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อช้าลง
ปัจจัยต่างประเทศ : คือ
1. สัญญาณเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
a) เยอรมันนี ตัวเลขส่งออกเยอรมันนีเดือน กค.ต่ำกว่าคาด (ลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน)
โดยลดลง 1.5%m-m VS คาด +0.5% m-m ส่วนตัวเลข นำเข้า ลดลง 2.2% m-m และเกิน
ดุล 1.27 หมื่นล้านยูโร (เดือนมิย. +1.24 หมื่นล้านยูโร) VS คาด 1.29 หมื่นล้านยูโร
b) อังกฤษ การจ้างงานชะลอตัว สมาพันธ์การจัดหางานและการจ้างงานของอังกฤษ (REC)
เปิดเผยผลสำรวจ อัตราการจัดหางานให้กับตำแหน่งงานถาวรในอังกฤษชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำ สุด
ในรอบ 10 เดือนในเดือนส.ค. และธุรกิจจัดหางานกังวลว่าการจ้างงานอาจจะชะลอ ตัวลงอย่าง
รุนแรงเมื่อนโยบายปรับลดการใช้จ่ายภาครัฐเริ่มส่งผลกระทบ โดย ดัชนีการจ้างงานถาวรร่วงลงสู่
56.3 ในเดือนส.ค. จาก 60.2 ในเดือน ก.ค. โดยดัชนีร่วงลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนมี.ค. ซึ่ง
เป็นเดือนที่ ดัชนีแตะจุดสูงสุดรอบ 12 ปีที่ 65.2
c) ญี่ปุ่น ดัชนีความเชื่อมั่นภาคบริการ เดือน สค.ปรับลง เป็น 45.1
2. กลุ่มการเงิน VS การเพิ่มทุน : คณะกรรมการบาเซิลอาจประกาศข้อกำหนดในการเพิ่ม
ทุนพิเศษ สำหรับธนาคารต่างๆในช่วงสุดสปดาห์นี้ ขณะที่ EU Debt crisis-Greece แบงก์ราย
ใหญ่สุดของกรีซ “National BanksNBG” ประกาศแผนเพิ่มทุน 2.8 พันล้านยูโร
3. พรรคแรงงานได้จัดตั้งรัฐบาลออสเตรเลีย และประกาศการเก็บภาษีค่าเหมืองแร่เพิ่มขึ้น
เป็น 30% โดยคาดว่าจะเร่งผ่านกม.ให้เร็วที่สุด/ แม้ Sentiment จะเป็นลบ แต่เราคาดว่าจะไม่
มีผลกระทบต่อ ผลการดำเนินงานของ BANPU ที่กำลังทำการซื้อกิจการเหมืองถ่านหินในออสเต
รเสียอย่างมีนัยยะ แต่ในทางตรงข้ามการจัดตั้งรัฐบาลออสเตรเลียได้เร็ว จะเป็นประโยชน์ต่อ
BANPU ในการรวมงบการเงินเข้ามาได้เร็วขึ้น หลังรัฐบาลผ่านร่างการถือครองกิจการต่างด้าว
4. เกาหลีใต้ : วันนี้จะมีการประชุมธนาคารกลางเกาหลีใต้ และคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ย
อีก 0.25%ส่งผลให้ค่าเงินเอเชียแข็งค่า แต่ในทางตรงข้ามอาจจะมีผลต่อการวิตกต่อต้นทุนการ
เงิน
เรียบเรียง โดย สุกัญญา ลาสุธรรม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 09/09/10 เวลา 11:00:47
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น