วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.บัวหลวง : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 07/09/53

สรุปภาพตลาด
ตลาดดัชนีหุ้นไทยปิดบวกขึ้นเล็กน้อย โดยมีแรงซื้อนำหุ้นในกลุ่มพลังงาน
อย่างหนาแน่น นำโดย PTT, SCC และ PTTCH ในขณะที่หุ้นขนาดเล็กและหุ้นขนาด
กลางถูกขายทำกำไร โดยเม็ดเงินมีการสวิตซ์ไปเก็งกำไรในหุ้นขนาดใหญ่ ตลาดหุ้น
ไทยปรับขึ้นจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ ที่ยังมีต่อเนื่อง ซึ่งเงินทุนต่างชาติยัง
ไหลเข้า เนื่องจากเงินบาทยังแข็งค่า นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ

แนวโน้มตลาด
ช่วงนี้นักลงทุนรายย่อยเริ่มกุมขมับกันแล้ว เพราะเงินเริ่มมีการโยกเข้าหุ้น
ขนาดใหญ่ เช่น PTT และ SCC ฉะนั้นหุ้นขนาดเล็ก ขนาดกลาง ก็ถูกขายทำกำไรกัน
ตามระเบียบ ตอนนี้หุ้นเล็กๆ ลงมาที่เส้นค่าเฉลี่ย 10 วันกันเป็นแถว ฉะนั้นตัวไหนอ่อน
ตัวไหนยังแข็งอยู่ก็ดูกันไม่ลำบากนักช่วงนี้ ถ้าหุ้นใหญ่เริ่มอ่อนแรง เราถึงค่อยมาหา
หุ้นเล็กเล่นกันใหม่ ช่วงนี้ก็น่าจะหาจังหวะตามกระแสไปก่อนอย่าฝืน
ปัจจัยตลาดวันนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการเมื่อคืนนี้เนื่องจากวันแรงงาน ใน
ขณะที่วันนี้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี ให้จับตาประเด็นการประชุมวันนี้ โดยเฉพาะ
เรื่องงานโครงการภาครัฐ ซึ่งอาจทำให้หุ้นบริษัทที่เราประมูลหรือรับโครงการมีการ
ปรับตัวขึ้นได้ ค่าเงินบาทยังคงแข้งค่าขึ้นอีกเล็กน้อย ช่วงนี้ค่าเงินเงินกำลังทดสอบ
ระดับจุดสูงสุดเดิมที่ 31 บาท/ดอลลาร์ ฉะนั้นอาจเคลื่อนไหวทรงตัวพอสมควร
ประกอบกับราคาพันธบัตรในประเทศเริ่มมีการถูกขายทำกำไรออกมา
ในเชิงเทคนิคขณะนี้ดัชนีตลาดมีแนวต้านที่ 950 จุด คาดว่าภาพดัชนีสัปดาห์นี้
จะเป็น Sideway Up มีแนวรับที่ 910 จุด หุ้นขนาดใหญ่เป็นตัวผลักดันดัชนีหลัก อย่าง
ไรก็ตามให้ระวังการ Call Margin ของหุ้นเล็กถ้าหุ้นขนาดเล็กยังลดลงต่อเนื่อง เรา
มอง ADVANC น่าสนใจทางเทคนิคโดยเมื่อวานสามารถทะลุกรอบแนวต้านที่ 95
บาท ขึ้นมาได้วันแรก (คมสันต์ ปรมาภูติ Tel. (662) 618-1332-3)

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด
จีนได้รับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศทะลุ 1 แสนล้านดอลล์ปีนี้: การลง
ทุนโดยตรงของต่างประเทศ (FDI) ในจีนมีแนวโน้มว่าจะพุ่งทะลุ 1 แสนล้านดอลลาร์
เป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยจีนสามารถดึงดูด FDI สูงถึง 5.84 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วง 7
เดือนแรกของปีนี้ พุ่งขึ้น 20.7% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่การลงทุนในต่าง
ประเทศของจีนในปีนี้อาจแตะระดับ 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนในปี 2009 การลงทุน
โดยตรงในต่างประเทศของบริษัทจีนมีมูลค่า 5.65 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.1%
จากปี 2008 แม้จีนมีความสนใจอย่างมากต่อประเทศในแอฟริกาและประเทศกำลัง
พัฒนาที่อยู่ห่างไกลอื่นๆ แต่การลงทุนในต่างประเทศของจีนนั้น 71.4% เป็นการลง
ทุนในเอเชียในปีที่แล้ว ส่วนแอฟริกามีสัดส่วน 2.6% และละตินอเมริกา 13% ทั้งนี้
FDI ที่ไม่ใช่ด้านการเงินของจีนเคยพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 9.24
หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2008 แต่ลดลงมาสู่ 9 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2009 หลังเกิด
วิกฤติการเงินโลก และจีนเป็นประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลกใน
ขณะนี้และถือเป็นรายใหญ่ที่สุดในบรรดาประเทศกำลังพัฒนา
จีนไฟเขียวบริษัทประกันลงทุนในอสังหาฯ, บริษัทไม่จดทะเบียน: คณะ
กรรมการกำหนดกฎระเบียบการประกันของจีน (CSRC) จะอนุญาตให้บริษัทประกัน
ลงทุนในบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดระดับไม่เกิน 5% ของสินทรัพย์ของบริษัท
ประกันแห่งนั้น และลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ในระดับไม่เกิน 10% ซึ่งความ
เคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเปิดโอกาสให้มีเม็ดเงินใหม่จำนวน 1 แสนล้านดอลลาร์ไหล
เข้าสู่ภาคอสังหาริมทรัพย์และบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาด อย่างไรก็ดี กฎใหม่
นี้กำหนดเพดานการลงทุนของบริษัทประกันในกองทุนส่วนบุคคลไว้ที่ 4% ของ
สินทรัพย์โดยรวม และกำหนดเพดานการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
กับอสังหาริมทรัพย์ไว้ที่ 3% ของสินทรัพย์โดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทประกันไม่มี
สิทธิลงทุนในกองทุนร่วมทุนและอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย และต้องไม่มีส่วนร่วม
โดยตรงในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ สินทรัพย์โดยรวมของบริษัทประกันจีนมี
มูลค่า 4.5 ล้านล้านหยวน (6.61 แสนล้านดอลลาร์) ในช่วงสิ้นไตรมาสสอง ซึ่งหมาย
ความว่าบริษัทประกันอาจลงทุนได้ถึง 4.50 แสนล้านหยวนในภาคอสังหาริมทรัพย์
และ 2.20 แสนล้านหยวนในบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาด ปัจจุบัน จีนกำลัง
ขยายทางเลือกทางการลงทุนของบริษัทประกันเพื่อปรับปรุงอัตราผลตอบแทนของ
บริษัทประกัน และตั้งเป้าจะถ่ายโอนเงินออมในจีนเข้าสู่ภาคเอกชนมากขึ้น เพื่อช่วย
ให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นักวิเคราะห์ธนาคารกลางจีนเผยการปรับตัวของดอลล์กำหนดอัตราแลก
เปลี่ยนหยวน: นายจื้อ หมินและนายหวัง เยี่ย นักวิเคราะห์ของธนาคารกลางจีนกล่าว
ว่า การปรับตัวของดอลลาร์ส่วนใหญ่จะเป็นปัจจัยกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนของหยวน
เทียบสกุลเงินหลักอื่นๆ เนื่องจากดอลลาร์มีสัดส่วนจำนวนมากในตะกร้าเงินของ
ธนาคารกลางจีน แต่การตัดสินใจของทางการจีนเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ในการยกเลิกการ
ผูกติดค่าเงินหยวนกับดอลลาร์และกลับมาบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนด้วยการอ้าง
อิงกับตะกร้าเงินนั้น จะทำให้หยวนยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ โดยหาก
ดอลลาร์ทะยานขึ้นเทียบยูโร การแข็งค่าขึ้นของหยวนเทียบยูโรจะน้อยกว่าการ
ทะยานขึ้นของดอลลาร์เทียบยูโร และหากยูโรทะยานขึ้นเทียบดอลลาร์ การปรับตัว
ขึ้นของหยวนเทียบดอลลาร์ก็จะน้อยกว่าการพุ่งขึ้นของยูโรเทียบดอลลาร์
'มูดี้ส์' หนุนรัฐบาลจีนเริ่มคุมเข้มตลาดสินเชื่อไร้กฎระเบียบ: มูดี้ส์ เปิดเผยว่า
มาตรการที่ผู้ควบคุมด้านกฏระเบียบของจีนใช้รับมือความวิตกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ด้าน
การบริหารความมั่งคั่งของธนาคารนั้น จะสนับสนุนเสถียรภาพของระบบธนาคารของ
จีน ซึ่งผลิตภัณฑ์ธนาคารเหล่านี้ได้กลายเป็นตลาดสินเชื่อเงาที่ไม่มีการควบคุมด้าน
กฏระเบียบ โดยช่วงต้นเดือน ส.ค. คณะกรรมการควบคุมด้านกฎระเบียบของธนาคาร
จีน (CBRC) ได้จัดการความวิตกเกี่ยวกับตลาดสินเชื่อเงาที่คึกคักและไม่มีการควบคุม
ด้านกฏระเบียบด้วยการออกกฏเกณฑ์ใหม่ซึ่งกำหนดให้ธนาคารต่างๆ รวมสินทรัพย์ที่
เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์การจัดการด้านความมั่งคั่งเข้าไว้ในงบดุลบัญชีขณะสิ้นปี
2011 และกำหนดให้กันสำรองหนี้เสียและทุนต่อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว การดำเนินการ
ของผู้ควบคุมด้านกฏระเบียบจะช่วยคลายความวิตกที่ว่าความเสี่ยงของธนาคารต่างๆ
ต่อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ได้ถูกบันทึกอย่างเหมาะสม หรือไม่มีการตรวจสอบอย่าง
เพียงพอ และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอาจมีนัยสำคัญ หากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ยังคงขยาย
ตัวอย่างไม่มีการควบคุม ซึ่งความวิตกที่สำคัญได้แก่ คุณภาพสินเชื่อของเงินกู้ที่เสื่อม
ถอยลง ทั้งนี้ รายงานของมูดี้ส์พิจารณาถึงขนาดของปัญหา ลักษณะความเสี่ยงของ
ธนาคารต่างๆ ต่อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน กฎหมาย
ชื่อเสียง เครดิตและสภาพคล่อง รวมถึงนัยสำคัญของการดำเนินการด้านกฎระเบียบ
(ปองรัตน์ รัตนะตวณานนท์ Tel. (662) 618-1336)



เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 07/09/10 เวลา 11:48:37

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น