บล.คันทรี่ กรุ๊ป : หมวดอสังหาริมทรัพย์ (รับเหมาก่อสร้าง) น้ำหนักการลงทุน เท่าตลาด
ภาพรวมกลุ่มรับเหมาฯช่วงเดือน ก.ค. แรงเก็งกำไรอาจชะลอตัวลงหลังการประกาศ
ผลผู้ชนะการประมูลในโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสัญญาที่ 1 และ 2 ไป (มูลค่ารวมประมาณ
23,000 ล้านบาท: CK เสนอราคาต่ำสุด) ทั้งนี้หลังจากการประกาศผลยังต้องใช้เวลาเจรจาด้าน
ราคาอีกครั้ง และคาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญาได้ในช่วงปลาย 3Q53 และเริ่มสร้างได้ในช่วง
ปลายปี 53 นี้ทันที อย่างไรก็ตามในช่วงปลายเดือน ก.ค.
เราคาดว่ากลุ่มรับเหมาจะมีการเก็งกำไรในส่วนของการเปิดขายเอกสารประกวดราคา
รถไฟฟ้าสายสีแดง(บางซื่อ – รังสิต) สัญญา ที่ 1 และ 2 มูลค่ารวมกว่า 46,000 ล้านบาท (หลัง
จากนั้นจะใช้เวลาอีกประมาณ 3-6 เดือนในการพิจารณาและประกาศผลผู้ชนะการประมูล)
สำหรับความคืบหน้าโครงการอื่นๆอย่างสายสีเขียวช่วง หมอชิต-สะพานใหม่ (มูลค่า 36,685 ล้าน
บาท) ได้ข้อสรุปแล้วว่าทาง รฟม. จะเป็นผู้ดำเนินการ สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) คาดว่าจะ
สามารถเปิดประมูลได้ในช่วงเดือน พ.ค. 54 ส่วนสายสีส้ม (ดินแดง – บางกะปิ) คาดว่าจะเริ่ม
สร้างได้ในช่วงปลายปี 55 นอกจากนี้ยังมีโครงการสะพานข้ามแม่น้ำนนทบุรี 1 จังหวัดนนทบุรี
มูลค่า 3,796 ล้านบาท จะขายเอกสารประกวดราคาในวันที่ 15 ก.ค. นี้และคาดว่าจะรู้ผลการ
ประมูลในช่วงเดือน ก.ย. โดยมีผู้เข้าประมูล 4 รายด้วยกันและเป็นผู้รับเหมาที่อยู่ในตลาดหลัก
ทรัพย์ 2 ราย คือ ITD และ STEC รวมถึงโครงการอุโมงค์ระบายน้ำของ กทม. มูลค่ากว่า
2,457 ล้านบาทที่เตรียมจะประกาศร่าง TOR ภายในกลางเดือน ก.ค. นี้อีก 1 โครงการ
ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับกลุ่มรับเหมาฯ จากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองช่วง
เดือน มี.ค. – พ.ค. พบว่าบางบริษัทไม่สามารถเข้าไปในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างที่อยู่ในบริเวณ
ชุมนุมได้ โดยล่าสุดทางสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยกำลังพิจารณาเป็นตัวแทนไปยื่นขอ
ขยายเวลาก่อสร้างกับทางหน่วยงานภาครัฐออกไปอีก 60 วัน ซึ่งทางผู้รับเหมาอย่าง CK และ
ITD ไมได้รับผลกระทบมากนัก
ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างในเดือน มิ.ย. ปรับตัวลดลงจากเดือนพ.ค. เล็กน้อยมาอยู่ที่
140.0 ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 2 เดือน โดยเป็นการปรับตัวลดลงมากในหมวด
หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์จากเหล็กเนื่องจากต้นทุนสินแร่เหล็กมีราคาลดลง ขณะที่ในหมวด
ซีเมนต์ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน เรามองว่าการปรับตัวลดลงดัง
กล่าวจะเป็นปัจจัยบวกให้กับผู้รับเหมาในประเทศที่จะทำให้มีต้นทุนก่อสร้างลดลงได้
คำแนะนำ รถไฟฟ้ายังเป็นประเด็นสำคัญให้เก็งกำไรได้ ปรับน้ำหนักขึ้นเป็น “เท่าตลาด”
เรามองว่าประเด็นเรื่องรถไฟฟ้าทำให้มีแรงเก็งกำไรในหุ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับ
ความชัดเจนของโครงการประมูลอื่นๆของภาครัฐ จะทำให้การเก็งกำไรในราคาหุ้นยังคงมีอย่าง
ต่อเนื่อง และงานก่อสร้างภาคเอกชนจะกลับมาเพิ่มขึ้นหลังการเมืองคลี่คลาย ดังนั้นเราจึงปรับ
น้ำหนักการลงทุนงขึ้นเป็น “เท่าตลาด” ขณะที่หุ้นรายตัว เดือนนี้เราเลือก SYNTEC, CK เป็น
TOP Picks ของกลุ่มฯ
บริษัท คำแนะนำ เหตุผล
ITD ซื้อเก็งกำไร แม้พลาดไปหมด 4 สัญญา สำหรับรถไฟฟ้า แต่ Backlog
ยังเหลืออีกมาก
CK ซื้อเก็งกำไร เหมาสายสีน้ำเงินสัญญา 1-2 รอเซ็นไซยะบุรีเพิ่มอีก
STEC ซื้อเก็งกำไร เริ่มทยอยรับรู้งานรถไฟฟ้าสายสีม่วง
PLE ซื้อเก็งกำไร ผลประกอบการฟื้นตัว แต่ยังมีความเสี่ยง ประเด็นบวก
คือราคาหุ้นต่ำกว่า BV
TTCL ซื้อเก็งกำไร ผลประกอบการไม่หวือหวา แต่รักษาระดับกำไรได้ดี
SYNTEC ซื้อ อ่านคำแนะนำในเล่ม
SEAFCOซื้อเก็งกำไร ผลประกอบการกำลังผ่านจุดต่ำสุด แต่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น
ระดับหนึ่งแล้วแนะนำเพียงเก็งกำไร
EMC ซื้อสะสม เราคาดว่าครึ่งปีหลังจะเริ่มมีกำไรและราคาหุ้นต่ำมาก แนะนำซื้อสะสม
เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/09/10 เวลา 9:09:45
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น