กลยุทธ์เล่นหุ้นวันนี้ - บล.ทิสโก้
ภาวะตลาดหุ้นรายวัน
สรุปภาวะตลาดวันก่อน
SET ปิด +9.36 จุด มาที่ 929.90 เป็นระดับปิดสูงสุดตั้งแต่ 938.42 จุด เมื่อวันที่ 28 พ.ย.39 โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 52,546.59 ล้านบาท สูงสุดนับจาก 53,773.89 ล้านบาท เมื่อ 15 ต.ค.ปีก่อน ดัชนีกลุ่มพลังงาน +4.63% รองลงมาได้ แก่กลุ่มแบงก์ -1.53% และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ +1.73% ตลาดหุ้นได้รับผลดีจากคดีโครงการในพื้นที่มาบตาพุด หลัง จากที่ศาลปกครองกลาง ได้มีคำตัดสินออกมาในทิศทางที่ดี จึงทำให้มีแรงซื้อเข้ามา โดยเฉพาะ หุ้นในกลุ่มพลังงาน ซึ่งยังถือว่าราคาปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาด
ทิศทางตลาดวันนี้
แนวโน้มวันนี้ กลุ่มพลังงานปิด 18,007 จุด ( + 2.4 % ) คาดขึ้นต่อทดสอบ High ปีที่แล้วที่ 18,340 หรือทำ new High ไป 19,100 จุด ( Upside 1.85 หรือ 6.0 %) คาด SET ขึ้นต่อทดสอบแนวต้าน 935 , 940 จุด ระหว่างวันจะผันผวนจากการทำ Switching ของนักลงทุน (ขายกลุ่มอื่นที่ขึ้นมามาก - แล้วเข้าซื้อกลุ่มพลังงาน) มีแนวรับที่ 925 , 920 จุด แนวโน้ม SET ยังดูดีห้ามลงปิดต่ำกว่า Sma. 5 วันที่ 920 จุด หาก SET ปิดต่ำกว่า 920 จุด จะเป็นสัญญาณจบรอบ – SET จะลงปรับฐานใหญ่ 2 สัปดาห์เป้าลง 900 , 880 จุด กลยุทธ์การลงทุน ; 1. Port ลงทุน ; ขึ้นทยอยขาย 935, 940, 950 จุด - รอซื้อคืน 900 , 880 จุด 2. Port เก็งกำไร ; ลงซื้อ 925 , 920 จุด ขึ้นขาย 935 ,940 จุด 3. กำหนดจุดหนี (ขายตัดขาดทุน) หาก SET ลงปิดต่ำกว่า Sma.5 วันที่ 920 จุด 4. หุ้นแนะนำ ; พับกระดานซื้อแต่พลังงาน (Laggard Play) PTT, BANPU , LANNA ,TOP , PTTAR , IRPC , TTA , LH , QH , KEST , ASP , BLS
ประเด็นสำคัญ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดพุ่ง 127.83 จุด หรือ 1.24% สู่10,447.93 และดัชนี Nasdaq ปิดทะยานขึ้น 33.74 จุด หรือ 1.53% สู่ 2,233.75 ตลาดหุ้นสหรัฐปิดตลาดดีดตัวขึ้นในวันศุกร์ หลังข้อมูลเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงรายงานตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งเกินคาด ได้ช่วยหนุนมุมมองบวกที่ว่าเศรษฐกิจจะไม่กลับสู่ภาวะถดถอย
สัญญาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือน ต.ค. 53 อ่อนตัวลง 42 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 74.60 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ยุติการปรับขึ้น 2 วันติดต่อกัน โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภาคบริการที่เติบโตชะลอตัวลง บดบังตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาด
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ประกาศเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 ก.ย.) ออกมาคละกัน ดีกว่าคาด คือ การจ้างงาน ส่วนที่แย่กว่าคาด คือ ภาคบริการ โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลง 54,000 ตำแหน่งในเดือน ส.ค. แต่ยังดีกว่าผลสำรวจที่คาดว่าจะลดลงถึง 105,000 ตำแหน่ง ด้านการจ้างงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 67,000 ตำแหน่ง ในเดือน ส.ค. ต่อเนื่องจากที่เพิ่มขึ้น 107,000 ตำแหน่งในเดือนก่อนหน้า และดีกว่าผลสำรวจที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 40,000 ตำแหน่ง ด้านอัตราการว่างงานเป็นไปตามคาด โดยอยู่ที่ระดับ 9.6% ในเดือน ส.ค. จากระดับ 9.5% ในเดือน ก.ค. สำหรับดัชนีภาคบริการ (ISM Non-Manufacturing) ร่วงลงแรง จาก 54.3 ในเดือน ก.ค. มาที่ระดับ 51.5 ในเดือน ส.ค. แย่กว่าผลสำรวจที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 53.2
ค่าเงินดอลลาร์ฯ ร่วง หลังข้อมูลจ้างงานแกร่งเกินคาด ช่วยคลายความวิตกที่ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจจะเผชิญกับภาวะถดถอยซ้ำซ้อน และกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง
วันศุกร์ที่ผ่านมา (3 ก.ย.) นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อเป็นวันที่ 6 อีกจำนวน 584 ล้านบาท ขณะที่ 1-3 ก.ย. มียอดซื้อสุทธิรวม 5.76 พันล้านบาท ต่อเนื่องจากทั้งเดือน ส.ค. ที่ซื้อสุทธิรวม 1.6 หมื่นล้านบาท สำหรับตลาดล่วงหน้า (TFEX) นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาขายสุทธิเล็กน้อย 37 ล้านบาท ส่งผลให้ 1-3 ก.ย. มียอดซื้อสุทธิรวม 47 ล้านบาท ต่อเนื่องจากทั้งเดือน ส.ค. ที่ซื้อสุทธิสะสมรวม 2.71 พันล้านบาท
ธปท. เผยขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็น ต้องมีการออกมาตรการใหม่ เพื่อดูแลการเคลื่อนย้ายของเงินทุน หลังเงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง แตะระดับ 31.20-31.30 บาท/ดอลลาร์ฯ แต่พร้อมจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมหากมีความจำเป็น และจับตาการเก็งกำไร
นายกรัฐมนตรี คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์จะมีการเสนอกรอบความร่วมมือ (MOU) ระหว่างไทยกับจีนในโครงการพัฒนาระบบรางและรถไฟความเร็วสูง เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ก่อนนำเสนอเข้ารัฐสภาต่อไป ตามแผนพัฒนาระบบรางรถไฟของไทยนั้น จะเป็นโครงการสร้างรางรถไฟเชื่อมต่อจากไทยไปลาว และไปถึงจีน และจากไทยไปยังมาเลเซีย และสิงคโปร์ รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ยังคงเป้าการขอรับส่งเสริมการลงทุนที่ 5 แสนล้านบาทในปีนี้ เทียบกับช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค. – ก.ค. 53) ที่มียอดขอรับส่งเสริมการลงทุนรวม 2.14 แสนล้านบาท โดยหวังว่าคำสั่งศาลปกครองกลางที่ให้โครงการส่วนใหญ่ในมาบตาพุด สามารถเดินหน้าต่อ จะทำให้นักลงทุนต่างชาติที่ชะลอขอรับส่งเสริมการลงทุนกลับเข้ามา สอดคล้องกับนายกรัฐมนตรี ที่เห็นว่า คำตัดสินของศาลปกครองกรณีมาบตาพุด เป็นการสร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้น และจะช่วยหนุนให้บรรยากาศการลงทุนในประเทศดีขึ้น
เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก นัดชุมนุมใหญ่ 30 ก.ย. ปิดล้อมนิคมมาบตาพุด กดดันรัฐบาลทบทวนประกาศ 11 โครงการรุนแรง โดยในวันที่ 6 ก.ย. เครือข่ายฯ จะเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนวันที่ 7 ก.ย. จะเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาจำนวน 5 คณะ เพื่อคัดค้านมติดังกล่าว และวันที่ 10 ก.ย. จะนัดประชุมเครือข่ายฯ ทั่วประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศ 11 กิจการรุนแรง และวันที่ 30 ก.ย. จะนัดชุมนุมใหญ่ ปิดล้อมนิคมมาบตาพุด หากรัฐบาลเพิกเฉยข้อเรียกร้อง นอกจากนี้จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดภายใน 2 สัปดาห์
พรรคเพื่อไทยเสนอแผนปรองดอง 5 ข้อ เพื่อยุติความวุ่นวายทางการเมือง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะส่งใครเป็นตัวแทนในการเจรจา ด้านนายกรัฐมนตรีระบุพร้อมจะเจรจา และเห็นควรแก้ไขปัญหาผ่านระบบรัฐสภา
GSTEEL และ ITD ติดใช้เกณฑ์ Cash Balance ตามคาด มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6-24 ก.ย. 53 อนึ่ง หุ้นที่ยังติดใช้เกณฑ์ Cash Balance ในปัจจุบัน คือ TRUE และ TRC จนถึงวันที่ 10 ก.ย. 53, CK, JAS และ TT&T จนถึงวันที่ 17 ก.ย. 53
กระแสข่าวเด่น
BANPU:บ้านปู คาดกำไรสุทธิ Q3/53 ดีกว่าปีก่อน มีกำไรขายหุ้นเหมืองในอินโดฯ
บมจ.บ้านปู(BANPU) ผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านหินรายใหญ่ของไทย คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/53 ดีกว่างวดเดียวกันปีก่อน เนื่องจากมี extra gainจากการขายหุ้น ซึ่งได้เงินประมาณ 395 ล้านเหรียญ แต่ต้นทุนไม่ถึง 50 ล้านเหรียญซึ่งจะมา book เป็นกำไรสุทธิ (รอยเตอร์)
DSGT:ดีเอสจีฯ คาดรายได้ปีนี้โตกว่า 20%, อัตรากำไรขั้นต้น 35-38% เท่าปีก่อน
บมจ.ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล(ประเทศไทย) หรือ DSGT ผู้ผลิตและจำหน่ายผ้าอ้อมสำเร็จรูป คาดรายได้ในปีนี้โตกว่า 20% จากปีก่อน ขณะที่คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้จะอยู่ที่ราว 35-38% เท่าปีก่อน(รอยเตอร์)
PTT:ปตท.คาดกำไรสุทธิ H2/53 ดีกว่า H1 หากโรงแยกก๊าซ 6 เปิดได้ตามแผนใน Q4
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บมจ.ปตท.(PTT) กล่าวกับ"รอยเตอร์" ว่า ในครึ่งหลังปีนี้ คาดว่ากำไรสุทธิจะดีกว่าครึ่งปีแรก หากโรงแยกก๊าซที่ 6 สามารถเปิดดำเนินการได้ตามแผน (รอยเตอร์)
SCC:ปูนใหญ่ เผยบ.ย่อยซื้อหุ้น"กรุงเทพ ซินธิติกส์"เพิ่ม มูลค่า 1.08 พันลบ.
บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย(SCC) ให้บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์(SCG Chemicals) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ซื้อหุ้นบริษัทกรุงเทพ ซินธิติกส์ เพิ่มอีก 4.39% มูลค่ารวมราว 1.08 พันล้านบาท ผลให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มเป็น 26.01% โดยจำนวนหุ้นที่ซื้อเท่ากับ 514.59 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 2,100 บาท (รอยเตอร์)
TPC คาดเงินบาทแข็ง กระทบกำไรสุทธิปีนี้ลดเล็กน้อย, ยอดขายโตตามเป้า
บมจ.ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์(TPC) ผู้ผลิตและจำหน่ายพีวีซีรายใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดกำไรสุทธิปีนี้ จะลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน หลังได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น แม้ยังคงเป้าหมายยอดขายเติบโต ตามกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น ส่วนโครงการขยายกำลังการผลิต VCM ในพื้นที่มาบตาพุด ที่ติดอยู่ใน 11 ประเภทกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากร ธรรมชาติ และสุขภาพนั้น คาดว่าจะได้รับอนุญาตให้ดำเนินการได้ช่วงกลางปี 54(รอยเตอร์)
โดย สำนักวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ประจำวันที่ 6 ก.ย. 2553
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น