แนวโน้มตลาดวันนี้
วานนี้ตลาดหุ้นไทยเดินหน้าต่อและทำสถิติสูงสุดใหม่ ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 945 จุด
เพิ่มขึ้น 7.79 จุด(+0.83%) มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นมากที่ 4.2 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่าง
ชาติซื้อสุทธิอีก 4.2 พันล้านบาท
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ทางฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก คาดมีแนวโน้มผันผวนในกรอบ 924-
949** นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสอดคล้องกับค่าเงินบาทที่สะท้อนภาพ
ของเม็ดเงินไหลเข้า ซึ่งหากมีการแข็งค่ามากขึ้นและเร็วอาจทำให้ตลาดกลับมากังวลเกี่ยวกับ
มาตรการแทรกแซงค่าเงินอีกครั้ง และหากดัชนีขึ้นแรงแนวต้าน 949-957 อาจไม่ผ่าน
S50U10 แท่งเทียนขาวปิดสูงขึ้น ค่า Volume และ Indicators เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณบวกสอด
คล้องกัน คาดการณ์ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อ แนวต้านที่ 656 แนวรับ 648 (S50U10 หมดอายุสิ้น
เดือนกันยายน) SET50 ดัชนีปิดเป็นแท่งเทียนขาวขึ้นเปิด GAP Indicators และ Volume
เพิ่มขึ้นสอดคล้องกัน คาดดัชนีปรับตัวขึ้นต่อระหว่างวันอาจลดลงปิด GAP แนวต้านที่ 656 แนว
รับที่ 643 Gold Future GFV10 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 18,750-18,850 GFZ10 เก็ง
กำไรระยะสั้นในกรอบ 18,800-18,880
กลยุทธ์ คาดแรงซื้อนำในกลุ่มBig CAP.และการซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติจะทำให้
ระดับดัชนีสร้างจุดสูงใหม่ต่อเนื่อง กลุ่มพลังงาน BANPU PTT (แนวต้าน 295 ผ่านเป็นสัญญาณ
ซื้อ) PTTEP กลุ่มการเงิน แนวโน้มกลับตัวขึ้นจากการคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส3และ
สัญญาณทางเทคนิค TCAP KBANK BBL กลุ่มสื่อสารแนะนำเก็งกำไร ADVANC DTAC หุ้น
รายหลักทรัพย์ BTS MK STA สำหรับหุ้นเก็งกำไรทางเทคนิคดูรายละเอียดใน Short-Term
Trade เช่น MCS SGP หรือเลือกใน Stocks in Trend นักลงทุนระยะกลาง ถือ(แนวต้านเป้า
หมายแรก 949) ปรับตัวลงแรงซื้อกลุ่มสื่อสาร กลุ่มพลังงาน
ดัชนี SET ดัชนีปิดเป็นแท่งเทียนขาวสูงขึ้นเปิด GAP ปริมาณการซื้อขายและ
Indicators เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณบวกสอดคล้องกัน คาดการณ์ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อกรอบแนวต้านที่
950 แนวรับที่ 937 ระหว่างวันอาจลดลงปิด GAP ซื้อเก็งกำไรแนวรับ 937 ถือเพื่อรอขาย
ดัชนีนิกเกอิ การปรับตัวมีแนวรับสำคัญ 9,500 การปรับตัวยืนเหนือได้เป็นผลมาจากการ
คาดหวังว่าทางการจะเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนหากมีการแข็งค่าขึ้น ตลอดจนการเข้ากระตุ้น
เศรษฐกิจหากมีความจำเป็น การปรับตัวต่ำกว่าลงมาจะเป็นการปรับลงรอบใหม่ที่แนวรับ 9,300
ดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทำการวันนี้
(Analyst - ธวัชชัย tawatchai@globlex.co.th)
หุ้นแนะนำพิเศษ : BBL (ราคาปิด 151 บาท แนะนำซื้อ เป้าปี 54 ที่ 177 บาท) ปัจจัยพื้น
ฐานแข็งแกร่งจากการเป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีฐานลูกค้าธุรกิจเป็นจำนวนมากซึ่งจะได้
รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาสสุดท้ายของปีทำให้
สินเชื่อน่าจะเติบโตตามเป้าผู้บริหารที่ 6% กำไรสุทธิปี 53 มีแนวโน้มสูงสุดเป็นประวัติการณ์จาก
ที่ได้บันทึกกำไรจากการขายหุ้นธนาคารสินเอเชียใน 2Q53 ฝ่ายวิจัยคาดกำไรสุทธิปี 53 ราว
2.4 หมื่นล้านบาทซึ่งเติบโต 17%YoY และคาดจะเติบโตต่อเนื่องอีก 2% เป็น 2.5 หมื่นล้าน
บาทในปี 54
(Analyst -วิลาสินี wilasinee@globlex.co.th)
Stocks in trend
DTAC (ราคาปิด 39.75 แนะนำ ซื้อเก็งกำไร เป้าหมาย 49) คาดกำไร 3Q53 โดดเด่นทำ
จุดสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี เนื่องจากการเติบโตของรายได้โดยเฉพาะบริการเสริม ประกอบกับจะมี
การบันทึกรายได้พิเศษ Net IC กับ HUTCH ราว 650 ล้านบาท และกำไรจากการขายตึกชัยอีก
150 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นอาจมีความเสี่ยงจากการวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด
กรณี 3G เช้าวันนี้ เวลา 9:00 น.
SCCC (ราคาปิด 228 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 240) คาดผลประกอบการจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น
ใน 4Q53 จากการเริ่มสั่งซื้อเพื่อรองรับฤดูกาลก่อสร้าง และการก่อสร้างของงานโครงการขนาด
ใหญ่ของภาครัฐ ขณะที่ราคาปูนซีเมนต์ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาขายปูนซีเมนต์ถุงมี
การปรับขึ้น 2 รอบในเดือน ก.ย.53 ซึ่งจะช่วยส่งผลให้แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น
SMIT (ราคาปิด 2.06 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 2.70) มีมติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารการ
เงิน จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืน 53 ล้านหุ้น วงเงินไม่เกิน 150 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการ 3Q53
ผู้บริหาร SMIT คาดว่าจะดีกว่า 2Q53 จากคำสั่งซื้อของลูกค้าที่เข้ามามาก นอกจากนั้น ยังมี
แผนขยายกำลังการผลิตใหม่ที่จะเริ่มเดินเครื่องจักรในต้นปีหน้า
MOONG (ราคาปิด 3.40 แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมตาม Consensus 3.72) ผู้บริหาร
MOONG คาดแนวโน้มผลประกอบการ 2H53 จะดีกว่า 1H53 พร้อมมั่นใจกำไรทั้งปีจะเติบโต
เป็นตัวเลขสองหลัก เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทได้พันธมิตรใหม่ โดยเป็นผู้จัด
จำหน่ายสินค้าสำหรับตลาดในประเทศให้กับพันธมิตร 5 ราย (ที่มา: อินโฟเควสท์)
(Analyst - อำนาจ amnart@globlex.co.th)
ปัจจัยบวก
+ วานนี้ค่าเงินบาททำสถิติใหม่แข็งค่าที่สุดในรอบ 13 ปีที่ 30.60 บาทต่อดอลลาร์
จากกระแสเงินทุนไหลเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียรวมทั้งไทย
+ ก.คลังอนุมัติ 5 มาตรการช่วยชะลอค่าเงินบาทแข็งตามที่ธปท.เสนอเพื่อลดแรงกดดัน
อัตราแลกเปลี่ยนซึ่งจะช่วยให้นิติบุคคลในประเทศสามารถไปลงทุนในต่างประเทศได้ง่ายขึ้น
+ นายกฯ ไปร่วมโรดโชว์กับตลาดหลักทรัพย์ฯ และ โกลด์แมน แซคส์ที่เมืองนิวยอร์ค สหรัฐ
อเมริการะหว่าง 23-24 ก.ย.ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันในการลง
ทุนในไทย
+ ใกล้สิ้นสุดงวดระยะเวลาบัญชีไตรมาส 3 ในวันที่ 30 ก.ย. 53 ซึ่งอาจมีประเด็นการทำ
Window dressing
ปัจจัยลบ
- ดร.ธีรพงษ์ รามางกูรอดีตรมว.คลังไม่เห็นด้วยกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธปท.
ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง
- สนง.เศรษฐกิจการคลัง(สศค.)กระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงแนวโน้มอีก 10 ปีข้างหน้าคาด
ว่าหนี้สาธารณะมีโอกาสสูงขึ้นแตะ 60% ของ GDP จากปัจจุบันที่ 42% ภายใต้สมมุติฐานว่า
เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยปีละ 4.5% และเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.5% แต่ถ้าเศรษฐกิจไทยมีอัตราการ
เติบโตเฉลี่ยต่อปีลดลงเป็น 3.5% หนี้สาธารณะต่อ GDPก็มีโอกาสปรับขึ้นไปที่ 90% ได้ ทำให้
ภาระการคลังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ดังนั้นภาครัฐควรลดรายจ่ายหรือเพิ่มรายได้อีก 2.2% ของ
GDP เพื่อรองรับความผันผวนเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น
- สหรัฐรายงานสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเหนือคาด 970,000 บาร์เรลสวนทางกับที่คาดว่าจะลด
ลง 1.9 ล้านบาร์เรล
- ญี่ปุ่นรายงานยอดขายของซูเปอร์มาร์เก็ตเดือนส.ค.ลดลง 1.1%YoY นับเป็นการร่วงลง
เป็นเดือนที่ 21 ติดต่อกัน
- เสถียรภาพของรัฐบาลยังไม่แน่นอนจากจากการตัดสินคดียุบ/ไม่ยุบพรรคปชป. ความขัด
แย้งของพรรคร่วมรัฐบาล การออกกม.นิรโทษกรรม
ปัจจัยที่ต้องจับตา
* 23 ก.ย. เหตุการณ์สำคัญในวันนี้ได้แก่ 1) เช้านี้ศาลปกครองสูงสุดนัดฟังคำสั่งอุทธรณ์
และ/หรือคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องของกทช.ที่ขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งระงับคำสั่งศาลปกครอง
กลางที่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ กทช.ระงับการประมูลใบอนุญาต 3G ตามที่ บมจ.กสท โทร
คมนาคม เป็นผู้ฟ้อง 2) ที่ประชุมส.ส.มีแนวโน้มที่จะเลื่อนวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัด
สรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ
พ.ร.บ.กสทช. เข้าสู่วาระการพิจารณาในวันนี้ 3) ส่วนสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่าง
งานรายสัปดาห์ ยอดขายบ้านมือสองเดือนส.ค. และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนส.ค.
* 22-26 ก.ย. เป็นช่วงเวลาของการประชุมสหประชาชาติ ซึ่งนายกฯอภิสิทธิ์ จะเดินทางไป
ร่วมประชุมด้วย
* 24 ก.ย. สหรัฐจะรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนส.ค. และยอดขายบ้านใหม่เดือนส.ค.
* 24-25 ก.ย. มูดี้ส์ฯมีกำหนดเดินทางเข้ามาเก็บข้อมูลเศรษฐกิจประเทศไทยเพื่อทบทวน
อันดับเครดิตปัจจุบันที่ Baa1
(Analyst - วิลาสินี wilasinee@globlex.co.th)
Wall Street
Wall Street : ดาวโจนส์ปิดลดลง 21.72 จุด วิตกเศรษฐกิจ เทขายหุ้น และเข้าซื้อทองคำและ
พันธบัตร
ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดตลาดปรับตัวลดลง 21.72 จุด เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นและ
หันไปซื้อสัญญาทองคำและพันธบัตรเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลตลาดที่
อยู่อาศัยที่อ่อนแอและธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม
เติมในการประชุมครั้งล่าสุดเหมือนกับที่ตลาดได้คาดการณ์เอาไว้ โดยดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน
ก.ย.ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 13 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 17 เดือน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วน
ใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 14 จุด ทำให้ปิดตลาดดัชนีดาวโจนส์ลดลง 21.72 จุด หรือ
0.20% ปิดที่ 10,739.31 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 5.50 จุด หรือ 0.48% ปิดที่ 1,134.28
จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 14.80 จุด หรือ 0.63% ปิดที่ 2,334.55 จุด
ราคาน้ำมัน : NYMEX ลดลง 26 เซนต์ จากสต๊อกน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นเกินคาด
ราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนพ.ย.ลดลง 26 เซนต์ โดยตลาดถูกกด
ดันจากสต๊อกน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นเหนือความคาดหมาย โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของ
รัฐบาลสหรัฐเปิดเผย สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 17 ก.ย.เพิ่มขึ้น 970,000
บาร์เรล สู่ระดับ 358.34 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลง 1.9
ล้านบาร์เรล นอกจากนี้นักลงทุนยังผิดหวังกับผลการประชุมครั้งล่าสุดของเฟดที่ไม่ได้มีมาตรการ
ใหม่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ปิดตลาดราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบ
เดือนพ.ย.ลดลง 26 เซนต์ ปิดที่ 74.71 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด
กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนพ.ย.ลดลง 47 เซนต์ ปิดที่ 77.95 ดอลลาร์/บาร์เรล
(Analyst - อาทิตย์ artit@globlex.co.th)
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 23/09/10 เวลา 9:51:05
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น