วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ยูไนเต็ด : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 22/09/53

Market Highlight
- วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดยังดูเป็นบวกมากกว่าลบ โดยต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ ค่า
เงิน ฿ แข็งค่าตาม ¥ แต่ตลาดหุ้นโลกผันผวนไร้ทิศทาง การประมูลใบอนุญาต 3G ก็ยังไม่คืบ
คาดว่า SETI จะมีแนวโน้มแกว่งตัวแคบๆ/ปรับตัวขึ้นในขอบเขตที่จำกัด
(sideways/sideways up)
- แม้โมเมนตัมระยะสั้นดูไม่เสียหาย แต่ SETI ก็ยังติดแนวต้านที่ 940±5 จุด ในช่วงนี้
หากจะเข้าลงทุนช่วงนี้ ควรเน้นหุ้นเล็ก เพราะมองว่าหุ้นใหญ่และ SETI ยังมีความผันผวนสูง แม้
ขึ้นได้ ก็อาจเพียงแค่คืบคลานขึ้นอย่างเชื่องช้า (tortoise rally) ในเชิงกลยุทธ์ เรายังแนะนำผู้
เล่นระยะสั้นและกลางให้ตั้งจุดหยุดขาดทุนไว้ที่ระดับ 920 และ 915 จุด ตามลำดับ
- หุ้นที่แสดงสัญญาณบวก (& 1048675;=ACCELERATION) คือ AMATA, ENGY, ITD,
KBANK, PS,QH, SCB, SVI, TCAP, TDEX, THCOM, TICON, TISCO และไม่มีหุ้นที่
แสดงสัญญาณลบ (& 1048676;=DECELERATION)
หุ้นเด่นเล่นสั้น (รับ/ต้าน): AP (7.75/8.15), HEMRAJ (1.98/2.22), TCAP
(37.75/40.25) *

เหตุการณ์และการขึ้นป้าย:
- วันนี้ :
- BLAND XW 8.90C : 1W @ 0.00 บาท
- MBK XD @ 2.50 บาท
- SAT-T1 พ้นสภาพจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน
- ลูกหุ้นเข้า SAMTEL 1.97 ล้านหุ้น, SIM 1.20 ล้านหุ้น
- คาดการณ์สัปดาห์หน้ามีหุ้นที่มีโอกาสเข้าข่ายต้องซื้อขายในบัญชี Cash Balance
ตามเกณฑ์ ตลท.คือ MAX, TRC--ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Turnover List

- พรุ่งนี้ :
- CIMBT XR 9C : 2C @ 1.00 บาท
- TOP XD @ 0.60 บาท
- ลูกหุ้นเข้า AP 3.38 ล้านหุ้น

- ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญ:
- 21-23 ก.ย.53 : Chusok, Full moon festival (เกาหลี)
- 22 ก.ย.53 : Mid-Autumn Festival (ใต้หวัน)
- 23 ก.ย.53 : ศาลปกครองสูงสุด นัดฟังคำสั่ง กรณีที่ กทช.ยื่นอุทธรณ์ระงับการเปิด
ประมูล 3G
- 22-26 ก.ย.53 : ประชุมระเบียงเศรษฐกิจ 555 ครั้งที่ 1 จ.สงขลา ซึ่งเป็นการประชุม
ระหว่างผู้นำภาครัฐและเอกชนใน 5 รัฐของมาเลเซีย กับ 5 จังหวัดทางภาคใต้ของไทย
- 22-24 ก.ย.53 : Mid-Autumn Festival (จีน)
- 23 ก.ย.53 : Autumn Equinox (ญี่ปุ่น)
- 23 ก.ย.53 : The day following Chinese Mid-Autumn Festival (ฮ่องกง)
- 24 ก.ย.53 : นายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 65 ณ นคร
นิวยอร์ก พร้อมนัดหารือทวิภาคีกับนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

Economics & Politics
ข่าวต่างประเทศ:
“ตลาดหุ้นนิวยอร์ค:ดาวโจนส์ปิดขยับขึ้นหลังเฟดชี้พร้อมกระตุ้นศก.”
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทรงตัวจนถึงลดลงในการซื้อขายที่ผันผวนในวันอังคารหลังธนาคาร
กลางสหรัฐแสดงความพร้อมที่จะดำเนินมาตรการต่อไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ DJIA
+7.41 จุด (-0.07%) สู่ 10,761.03, S&P 500 -2.93 จุด (-0.26%) สู่ 1,139.78 และ
NASDAQ -6.48 จุด (-0.28%) สู่ 2,349.35
เฟดเปิดกว้างต่อการอัดฉีดเงินเพิ่มขึ้นเข้าสู่เศรษฐกิจ แต่ยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะ
สั้นไว้ไม่เปลี่ยนแปลงใกล้ 0% ตามความคาดหมาย
รัฐบาลสหรัฐเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเพิ่มขึ้นใน ส.ค.สู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน
ขณะที่การอนุญาตก่อสร้างในอนาคตปรับตัวขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดบ้านกำลังเริ่มที่จะมีเสถียรภาพ
ทั้งนี้การเริ่มสร้างบ้านพุ่งขึ้น 10.5% สู่ระดับ 598,000 ยูนิต หลังเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนก.ค.
ส่วนการอนุญาตก่อสร้างเพิ่มขึ้น 1.8% สู่ 569,000 ยูนิตในเดือนส.ค.หลังลดลง 4.1% ในก.ค.
ABC News เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้
ดัชนี Consumer Comfort Index ลดลงสู่ระดับ -46 ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 19 ก.ย.
จากระดับ -43ในสัปดาห์ก่อนหน้า

“ตลาดน้ำมันนิวยอร์ค:น้ำมันดิบดิ่งลง 1.34 ดอลล์หลังเฟดกังวลภาวะศก.”
ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ร่วงลงเป็นวันที่ 5 ในรอบ 6 วันทำการ
ในวันอังคาร ในขณะที่ตัวเลขสต็อกน้ำมันอยู่ในระดับสูง และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคง
แสดงความกังวลเรื่องการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างเฉื่อยชา ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบ
เดือนต.ค.รูดลง 1.34 ดอลลาร์ หรือ1.79 % มาปิดตลาดที่ 73.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

“ นักเศรษฐศาสตร์เชื่อหนี้รบ.ท้องถิ่นจีนไม่ก่อความเสี่ยงเกิดภาวะวิกฤติ ”
นักเศรษฐศาสตร์ของรัฐบาลจีนระบุในคำกล่าวที่มีการเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่าจีนแทบไม่มี
ความเสี่ยงที่การกู้ยืมจำนวนมากของรัฐบาลท้องถิ่นจะจุดปะทุให้เกิดวิกฤติหนี้อย่างเต็มรูปแบบ
นสพ.ไชน่า บิสซิเนส นิวส์รายงานเมื่อวานี้ว่า จีนอาจจะเริ่มการจัดเก็บภาษี
อสังหาริมทรัพย์ในต้นปีหน้า โดยแหล่งข่าวกล่าวว่า อาจจะมีการประกาศดังกล่าวในช่วงวันหยุด
ยาวร่วมสัปดาห์ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งข่าวลือดังกล่าวเป็นปัจจัยถ่วงตลาดหุ้นจีนอย่างหนัก
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ขณะที่ค่าเงินหยวนปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 9 ติดต่อกัน โดยการปรับตัวขึ้นใน
ช่วง 9 วันนี้ถือเป็นการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2008หลังจากประธานาธิบดีบารัค
โอบามาของสหรัฐกล่าววิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อนโยบายค่าเงินหยวนของจีน
ประธานาธิบดีบารัค โอบามาเปิดเผยว่า จีนยังไม่ดำเนินการเพียงพอในการปรับขึ้นค่าเงิน
หยวน โดยเขาได้เพิ่มการใช้ถ้อยคำที่แข็งกร้าวต่อนโยบายของจีน ขณะที่สมาชิกสภานิติ
บัญญัติของสหรัฐกำลังพิจารณากฏหมายใหม่ในการลงโทษจีน

“ ดอลล์ร่วงเทียบยูโร,เยนหลังเฟดเผยพร้อมกระตุ้นศก. ”
ดอลลาร์ร่วงลงอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับเยนและยูโรในวันอังคาร หลังธนาคาร กลางสหรัฐ
(เฟด) บ่งชี้ว่า เฟดพร้อมที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐต่อไป ซึ่งเพิ่มความวิตกว่า เฟดอาจจะ
พิมพ์เงินดอลลาร์ออกมามากขึ้น

ข่าวในประเทศ:
“แบงก์หนุนธปท.คุมบอนด์ธาริษาปัด'ดบ.'กดดันบาท”
ผู้ว่าธปท.ยืนยันดอกเบี้ยไม่ใช่ปัจจัยกดดันค่าบาทแข็ง เหตุไทยต่ำเป็นอันดับ 2 ของ
ภูมิภาคเล็งออกมาตรการดูแลค่าเงินบาทเพิ่มหากจำเป็น นายแบงก์หนุนมาตรการป้องกันการเก็ง
กำไรค่าเงินบาทตลาดตราสารหนี้

“ร่าง กสทช.เข้าสภา 22 ก.ย.”
นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนัก
นายกฯ ประสานกับคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ในการนำร่าง พ.ร.บ. องค์กร
จัดสรรคลื่นความถี่และกำ กับกิจการวิทยุกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม
หรือ กสทช. เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรภายใน 22 ก.ย. เพื่อให้ร่าง
กฎหมายฉบับดังกล่าวมีผลบังคับให้โดยเร็ว รองรับเทคโนโลยีระบบ 3G

“เอกชนผวาม็อบปิดมาบตาพุดเล็งหามาตรการรับความเสี่ยง”
ผู้ประกอบการผวา ม็อบปิดล้อมมาบตาพุด 30 ก.ย.นี้ แนะเครือข่ายประชาชนฯ ร่วมมือ
ตรวจสอบผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายดีกว่าตั้งป้อมหากัน กนอ.ประสานผู้ว่าฯ ระยอง
เตรียมแผนรับมือม็อบ 'อานันท์' จี้รัฐทำเอกสารแจงประชาชนทั่วประเทศ เหตุตัดโครงการ
รุนแรงเหลือ 11 ประเภท พร้อมเร่งแก้ปัญหามลพิษในมาบตาพุด

“คลังเกินดุลแสนล้านบาท เงินคงคลังล้น 3.93 แสนล้าน”
สศค. เผยฐานะการคลังรอบ 11 เดือนปึ้ก คลังขาดดุลเงินสด 1.32 แสนล้านบาท เงินคง
คลังมากกว่า 3.93 แสนล้านบาท เหตุการฟื้นตัวเศรษฐกิจดี รายได้เข้าสูงกว่าปีก่อน 20.7% แถม
ได้เงินพิเศษจากการยึดทรัพย์ทักษิณอีก 4.9 หมื่นล้านบาท
ครม.ไฟเขียวเป้าหมายเบิกจ่ายงบลงทุนปีงบ 2554 ที่ 93% 'ไตรรงค์' ระบุตั้งเป้าเบิก
จ่ายน้อยกว่าปีที่แล้ว เพราะเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง และเตรียมรับเข้าสู่การจัดงบสมดุล
ในอีก5 ปีข้างหน้า

“สุเทพรับ'เอ็ม16-เอ็ม60'หายอีกเพียบปาบึ้มคอนโดที่พักส.ส.ประชาธิปัตย์”
อาวุธล่องหนบานปลาย 'สุเทพ' ยอมรับไม่ใช่แค่อาร์พีจี 30 ลูก แต่ยังมีกระสุนเอ็ม 16
กระสุนปืนกลเอ็ม 60 ถูกขโมยอีกเพียบ ยังเชื่อแค่ขโมยไปขาย ขณะที่'ปณิธาน'แย้มคนร้ายทิ้ง
ร่องรอย รู้ตัวแล้วเป็นใคร กมธ.ทหารเต้นเรียกหน่วยงานความมั่นคงแจง 23 ก.ย.นี้'จตุพร' เชื่อ
ยังมีหายอีกหลายแห่ง บี้'อนุพงษ์' แจงให้เคลียร์ก่อนเกษียณ กทม.ยังป่วนหนัก มือมือปาบึ้ม
ถล่มคอนโดที่พักส.ส.ประชาธิปัตย์

Investment Outlook
แนวโน้มระยะสั้น:
เมื่อวานนี้ ตลาดดีดกลับอย่างแข็งแกร่ง โดย SETI +14.15 จุด (+1.5%) ที่ 937.21
จุด โดยมูลค่าการซื้อขายคึกคักขึ้นเป็น 32,541 ล้านบาท

ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดวันนี้:
ตลาดหุ้นโลก: DJIA 10,761.03 จุด (+0.1%), S&P 1,139.78 จุด (-0.3%),
NASDAQ 2,349.35 จุด (-0.3%), Nikkei 9,620.23 จุด (+0.2%), AOI 4,676.8 จุด
(+0.3%), KOSPI –ปิด–
& 9786; กลุ่มผู้ลงทุน: เมื่อวานนี้ ต่างชาติ, สถาบัน และ บล. เข้าซื้อสุทธิ +3,609, +1,020
และ +147 ลบ. ตามลำดับ ในขณะที่รายย่อยขายสุทธิ -4,776 ลบ.
สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันดิบ $73.52 (-1.8%), BDI 2,562 จุด (-2.5%), GRM $3.34
(+1.2%), ทองคำ $1,284.95 (+0.6%)—ดูเพิ่มในตารางซ้ายมือ
& 9786; ค่าเงินบาท: ค่าเงิน ฿ เริ่มแข็งค่าตาม ¥ อีกครั้ง ซื้อขายที่ 30.66-30.82 บาท/
ดอลลาร์
& 9786; เศรษฐกิจ: นรม. มอบหมายให้ “ไตรรงค์” เป็นประธานทำแผนบรอดแบนด์แห่งชาติ+
สั่ง “สาทิตย์” เร่งนำร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ เข้าสภาภายใน 22/9/53
การเมือง: “สุเทพ” เผย 4/10/53 ฝ่ายความมั่นคงจะทบทวนการต่อ พรก.ฉุกเฉิน
& 9786; เทคนิค: โมเมนตัมของตลาดยังดูดี โดยถือว่ายังเป็น “บวก” ตราบใดที่ SETI & 8805;915
จุด
วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดยังดูเป็นบวกมากกว่าลบ โดยต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ, ค่า ฿
แข็งตาม ¥ แต่ตลาดหุ้นโลกยังไร้ทิศทาง, การประมูล 3G ไม่คืบและ SETI ก็ติดแนวต้านที่
940±5 จุดอยู่ คาดว่า SETI จะแกว่งตัวแคบ/ปรับตัวขึ้นในขอบเขตจำกัด
(sideways/sideways up)
ด้านเครื่องชี้กระแสเงินทุน สะท้อนว่าอารมณ์ตลาดยังไม่นิ่ง มีการพลิกกลับไปกลับมา
ระหว่าง “กลัว” กับ “กล้า” อยู่ ทั้งนี้ เห็นได้จาก ...

ตลาดหุ้นโลก: เช้านี้ ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่แกว่งตัวผันผวนตาม Wall Street
ตลาดพันธบัตร: ดิ่งลงแรง ล่าสุด อัตราดอกเบี้ย US10Y=2.5763% [ความหมาย: อัตรา
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล& 1048778;=แรงขายสินทรัพย์ปลอดความเสี่ยง+นักลงทุนประเมิน
แนวโน้มเศรษฐกิจอนาคตในเชิงบวก]
& 9786; ค่าเงินดอลลาร์: อ่อนลงต่อเนื่อง ล่าสุด=80.249 จุด [ความหมาย: ดัชนี US$& 1048778;=แรง
ขายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ซื้อขายเป็น US$ (non-US$ denominated assets)]
สินค้าโภคภัณฑ์: ยังมีความกลัวความเสี่ยง น้ำมัน& 1048780;, BDI& 1048780;, ทองคำ& 1048778; [ความหมาย:
น้ำมัน+ BDI=สินทรัพย์เสี่ยง, ทองคำ=สินทรัพย์ปลอดภัย]
แม้โมเมนตัมระยะสั้นไม่เสียหาย แต่ SETI ยังติดแนวต้าน 940±5 จุด หากเข้าลงทุน
ช่วงนี้ ควรเน้นหุ้นเล็ก เพราะมองว่าหุ้นใหญ่และ SETI ยังมีความผันผวนสูง แม้เดินหน้าขึ้น ก็
อาจเพียงคืบคลานขึ้นอย่างเชื่องช้า (tortoise rally) ในเชิงกลยุทธ์ เรายังแนะนำให้ผู้เล่นระยะสั้น
และกลางตั้งจุดหยุดขาดทุนที่ 920 และ 915 จุด ตามลำดับ
ในระดับหุ้น มีหุ้นที่แสดงสัญญาณบวก (& 1048675;=“ACCELERATION”) คือ AMATA,
ENGY, ITD,KBANK, PS, QH, SCB, SVI, TCAP, TDEX, THCOM, TICON, TISCO
และไม่มีหุ้นใดแสดง สัญญาณลบ (& 1048676;=“DECELERATION”)

แนวโน้มระยะกลาง:
มองย้อนกลับไปปี 52 และ 1H53 จะเห็นว่าตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ดัชนี TRI ของ SET, SET50 และ MAI แสดงอัตราผลตอบแทนรวมที่สูงมาก ดังนี้

Holding Period Return
TRI 1H09 2H09 FY09 1H10
SET +37.4% +24.7% +71.3% +11.8%
SET50 +40.3% +22.7% +72.1% +7.9%
MAI +24.0% +13.6% +40.8% +17.6%
Source: Stock Exchange of Thailand

แต่คนส่วนใหญ่อยาก “ขาย” มากกว่า ”ซื้อ” เพราะ “ความกลัว” (fear=false
evidence about realities) หลายประการ คือ ...
วิกฤตครั้งนี้รุนแรงมาก เศรษฐกิจโลกอาจจะฟุบยาวในรูปแบบตัว “L” ไปอีกหลายปี
การฟื้นตัวของตลาดหุ้นอาจเป็นแค่การดีดกลับชั่วคราวในแนวโน้มขาลง
แม้จะฟื้นตัว แต่เศรษฐกิจมีความเสี่ยงที่อาจฟุบลงเป็นระลอกที่ 2 ในรูปแบบตัว “W”
สังคมไทยมีการแบ่งขั้วทางการเมือง+ความขัดแย้งลุกลามถึงขั้นจลาจลหลายระลอก
หุ้นใหญ่กลุ่ม ENERG+CONMA ถูกกระทบจากคำสั่งศาลปกครองที่ให้ระงับการผลิต
ในโครงการ “มาบตาพุด” ตั้งแต่ปลายปี 52
อย่างไรก็ตาม เราได้แนะนำให้นักลงทุน “ลุ้นทางบวก” ตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา
เพราะ ...
& 9786; ผลของเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลอัดฉีดเข้าสู่ระบบจะเริ่มส่งผล โดยเศรษฐกิจ
โลกจะฟื้นตัวขึ้นใน 2H52 และไม่ฟุบยาวในรูปแบบตัว “L”
& 9786; ราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะสร้างฐานได้ในปี 52 ทั้งนี้ ประสบการณ์ช่วงปี 43~44 แสดง
ให้เห็นว่าเป็นกลุ่มที่สามารถฟื้นตัวก่อนกลุ่มอื่น
& 9786; คาดว่าเม็ดเงินจะไหลกลับมาตลาดหุ้นเกิดใหม่ในเอเชีย เพราะวิกฤตครั้งนี้ ไม่ได้
ประสบปัญหาเหมือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป
เมื่อเข้าสู่ 2H53 แม้ SETI ได้ขึ้นทะลุเป้าหมายเดิมที่มองไว้ที่ 850~900 จุด แต่เชื่อ
ว่าตลาดหุ้นยังไปต่อได้ ในเบื้องต้น เราประเมินเป้าหมายใหม่ที่ 950~1,000 จุด เนื่องจาก...
& 9786; เศรษฐกิจได้ “ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว” ในปี 52 และกำลังเคลื่อนจากช่วงแรก (“& 9129;”) และ
ช่วงกลาง (“& 8746;”) เข้าสู่ช่วงหลัง (“& 9133;”) ของรูปแบบตัว “U”
& 9786; การฟื้นตัวระดับมหภาคกำลังกระจายลงไปสู่ระดับจุลภาค+“คุณภาพของกำไร” ก็ดีขึ้น
โดยยอดขายและกำไร 1H53 ฟื้นตัว +24% และ +34%yoy ตามลำดับ [ที่มา: ตลท.]
& 9786; คณะกรรมการร่วม 4 ฝ่ายได้สรุปบัญชีรายชื่อ ”โครงการที่มีผลกระทบรุนแรงต่อ
ชุมชน”ส่งรัฐบาลแล้ว คาดว่าโครงการที่หยุดชะงัก จะเริ่มดำเนินการใน 4Q53 เร็วกว่าคาด
& 9786; แม้ช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นมีปัจจัยลบรุมเร้ามากมาย แต่ SETI ก็ดูค่อนข้างแข็งแกร่ง
+ยังรักษาโครงสร้างของแนวโน้ม “ขาขึ้น” ไว้ได้ตั้งแต่เดือน ก.พ. เป็นต้นมา
& 9786; การปรับตัวขึ้นของ SETI เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดในภูมิภาคที่ค่าเงินเอเชีย
แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
& 9786; หลังออกงบ 2Q53 นักวิเคราะห์จะปรับราคาเป้าหมาย โดยใช้ “เป้าหมายปี 54” แทน
“เป้าหมายปี 53” ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังมี upside มากพอที่จะไปต่อได้

Investment Ideas
กลุ่มพลังงาน/ปิโตรเคมี (NEUTRAL)
นโยบายยืดหยุ่นค่าเงินของจีน ส่งผลให้ค่าเงินหยวนแข็งขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป และฤดู
พายุเฮอริเคนของสหรัฐใน 3Q53 ที่แม้รุนแรง แต่ไม่มีผลกระทบต่อแหล่งผลิตน้ำมันในอ่าว
เม็กซิโก ทำให้ราคาน้ำมันดิบแกว่งตัวอยู่ในช่วง $70~80 ลดลงจากจุดสูงสุดที่ $85-87 เมื่อ
เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา
กรณีโครงการมาบตาพุด ศาลปกครองกลางได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาตใน “11 โครงการที่
มีผลกระทบรุนแรงต่อชุมชน” เพียง 2 ใน 76 โครงการ (PTTCH+TPC) ส่งผลให้โครงการส่วน
ใหญ่จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปลาย 4Q53 เร็วกว่าที่คาดไว้เดิมในสิ้น 1Q54
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงของหุ้นกลุ่ม ENERG คือ 1) ความกังวลที่ว่าเศรษฐกิจ
อาจฟุบอีกครั้งมีผลกดดันราคาน้ำมัน; 2) กำลังผลิตใหม่ในธุรกิจปิโตรเคมีเพิ่มขึ้นมากมาจาก
ตะวันออกกลางและจีน กดดันให้ spread ลดลง
มองในเชิงพื้นฐาน เราชอบ PTTAR (เป้าหมาย 31.- บาท), PTTEP (เป้าหมาย 180.-
บาท), PTTCH (เป้าหมาย 120.- บาท), TOP (เป้าหมาย 52.- บาท)

กลุ่มธนาคาร (OVERWEIGHT)
สินเชื่อ 7M53 (7 ธนาคาร) +2.9%ytd โดย ก.ค.หดตัวเล็กน้อย -0.5% mom ถือว่าไม่
ผิดปกติที่ตัวเลขสินเชื่อ ก.ค. มักจะลดลงจาก มิ.ย.
แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นน่าจะดีต่อ NIM ของธนาคารขนาดใหญ่
เรามองว่าสินเชื่อยังโตต่อเนื่องระดับ 1.5x %& 916;GDP& 8776;9-10% เพราะ 1) รัฐบาลเร่ง
โครงการไทยเข้มแข็ง, 2) ภาคส่งออกเติบโตดีและ H2 เป็น high season ของสินค้าเกษตร,
3) ศาลปกครองปลดล็อกโครงการต่างๆ ในมาบตาพุดที่ชะงักมา 8 เดือนแล้ว
หนี้ NPL ณ สิ้นมิ .ย 53 . ไม่ได้น่าเป็นห่วงแม้มีจลาจลใน พ .ค .ก็ตาม โดยตัวเลข
gross NPL และ net NPL ลดลงเหลือ 4.4% และ 2.4% ตามลำดับ
มองในเชิงพื้นฐาน เราชอบ KBANK (เป้าหมาย 131.- บาท), SCB (เป้าหมาย
125.50 บาท)

กลุ่มสื่อสาร (NEUTRAL)
แม้ธุรกิจโทรศัพท์มือถือเริ่มเข้าสู่จุดอิ่มตัวแล้ว โดยมีอัตราผู้ใช้บริการ >98%ของ
ประชากร
กรณี กสท. ฟ้อง กทช. ศาลปกครองกลางได้สั่งคุ้มครองชั่วคราว ทำให้การประมูลใบ
อนุญาต 3G ถูกเลื่อนออกไป
การแปลงสัญญาสัมปทาน 2G ที่ขณะนี้มีการศึกษานั้น เป็นข่าวบวก เพราะต้นทุนถูกลง
และอายุนานขึ้น โดย TRUE ได้ประโยชน์มากกว่า DTAC และ ADVANC
สำหรับประเด็นการขยายผลคำตัดสินคดียึดทรัพย์ทักษิณนั้น เราคาดว่าต้องใช้เวลาตัดสิน
อีกนาน จึงจะได้ข้อสรุป โดยให้น้ำหนักได้ข้อยุติจบที่ศาลเป็นสำคัญ
มองในเชิงพื้นฐาน เรายังคงชอบหุ้น ADVANC (เป้าหมาย 104.3 บาท) มากที่สุด

กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (NEUTRAL)
ตัวเลข book to bill ratio ล่าสุด (ส.ค.53) ยังสูง >1x ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 15 [ความ
หมาย: book to bill ratio=ปริมาณคำสั่งซื้อใหม่÷ปริมาณสินค้าส่งมอบ=อุปสงค์÷อุปทาน]
SIA เผยตัวเลขยอดขายสินค้าเซมิคอนดักเตอร์เดือนล่าสุด (ก.ค.53) ยังเดินหน้าปรับ
เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งอีก 1%mom หรือส่งผลภาพรวม 7M53 ปรับตัวขึ้นกว่า +47%yoy แล้ว
ตัวเลขยอดขายสินค้าเซมิคอนดักเตอร์ 1H53 ที่เติบโตแข็งแกร่ง ส่งผล SIA คง
ประมาณการเป้าการเติบโตของยอดขายทั้งปี 53 เป็น 28%yoy
ตัวเลขส่งออกสินค้ากลุ่มชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และแผงวงจรไฟฟ้า ส.ค.53 เพิ่ม +2%yoy
และ +17%yoy สนับสนุนแนวโน้มคำสั่งซื้อกลุ่มนี้ที่ยังโตแข็งแกร่งใน 3Q53
แต่ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างรวดเร็วเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ 2H53 อย่างไรก็
ตาม เรายังชอบ HANA (เป้าหมาย 36.80 บาท) และ DELTA (เป้าหมาย 31.90 บาท)

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (OVERWEIGHT)
รับเหมา: ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่มีงานในมือที่สามารถรับรู้รายได้อีก 2~3 ปี โดย
นโยบาย “ไทยเข้มแข็ง” ทำให้มีงานประมูลรถไฟฟ้าสายอื่นๆ อีก เราชอบ CK (เป้าหมาย 9.80
บาท) เพราะ 1) มี backlog+งานใหม่รอเซ็น>3.3 หมื่นล้านบาท; 2) มีแนวโน้มได้งานในต่าง
ประเทศกว่าหมื่นล้านบาท; 3) มีโอกาสชนะประมูลงานรถไฟฟ้าที่คาดว่าจะมีประมูลอีกในช่วง
ปลายปีและ 4) โครงการเขื่อนไซยะบุรี มูลค่า 7.6 หมื่นล้านบาท เซ็น MOU กับ กฟผ. แล้ว
ที่อยู่อาศัย: ยอดขายใน 3Q53 จะเริ่มฟื้นตัวจาก 1) การเมืองที่กลับมาสงบทำให้ความเชื่อ
มั่นฟื้นคืนมา; 2) เศรษฐกิจยังดีต่อเนื่อง; 3) มีการเปิดโครงการใหม่ใน 2H53 จำนวนมาก เรายัง
ชอบ QH (เป้าหมาย 3.24 บาท) เพราะเติบโตโดดเด่นจากคอนโดมิเนียม, AP (เป้าหมาย
8.20 บาท) ที่กำไรปี 53 มีแนวโน้มจะดีกว่าที่คาด
นิคมอุตสาหกรรม: แม้ปัญหาการเมืองมีความรุนแรงในเดือน พ.ค.53 ทำให้ยอดขายที่ดี
ใน 2Q53 ชะลอตัว แต่คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวใน 2H53 เนื่องจากการลงทุนจากต่างประเทศ 8
เดือนแรกปี53 โต+43.2%yoy และเงินลงทุนโครงการที่ขอ BOI +12% ประกอบกับลูกค้ากลุ่ม
ยานยนต์มีโอกาสขยายกำลังการผลิตใน 1-2 ปีข้างหน้า ทำให้ยอดขายที่ดินในปีนี้มีแนวโน้มสดใส
มากขึ้น เราชอบ AMATA (เป้าหมาย 16.- บาท), TICON (เป้าหมาย 14.40 บาท)

กลุ่มวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง (NEUTRAL)
วัสดุก่อสร้าง: ยอดขายปูนซีเมนต์ในประเทศ ก.ค. 53 +3.5% เป็นบวก ติดต่อกันเป็นเดือน
ที่ 14 และคาดว่าความต้องการใช้ปูนซีเมนต์จะเพิ่มขึ้นช่วงปลายปีจากงานก่อสร้างฟื้นฟูอาคารที่
เสียหายจากเหตุจลาจล และโครงการก่อสร้างภาครัฐ เราชอบ TASCO (เป้าหมาย 70.- บาท)
วัสดุตกแต่ง: แม้ว่าราคาวัสดุตกแต่งส่วนใหญ่ยังไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้จากการแข่งขันที่
สูงแต่คาดว่าในปี 53 จะมีความต้องการวัสดุในประเทศจะเพิ่มขึ้นจาก ตลาดต่างจังหวัด เนื่อง
รายได้เกษตรกรที่เพิ่มขึ้นตามราคาพืชผลการเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้น และความเชื่อมั่นของ
ผู้บริโภคเพิ่มขึ้น

กลุ่มเหล็ก (NEUTRAL)
เหล็กแผ่น: ผลผลิตเหล็กแผ่นในประเทศ ก.ค. 53 +8.6%yoy และกระเตื้องขึ้นจากเดือน
ก่อนตามภาวะเหล็กที่ฟื้นตัว โดยราคาเหล็กโลกดีดขึ้นตามต้นทุนสินแร่ที่สูงขึ้น ในส่วนค่าเงินบาท
แข็งส่งผลบวกเล็กน้อย โดยระยะสั้นการนำเข้าวัตถุดิบอาจถูกลง แต่ราคาขายเหล็กมีแนวโน้ม
ลดลงตามด้วย เราชอบ TMT (เป้าหมาย 6.30 บาท)
เหล็กเส้น: ปริมาณผลิต +16.8%yoy และปริมาณจำหน่าย ก.ค.+28%yoy เพราะราคา
เหล็กโลก ส.ค. เริ่มปรับตัวขึ้น ทำให้แรงซื้อของผู้บริโภคกลับมา หลังจากชะลอคำสั่งซื้อมา 2
เดือนแต่แนวโน้มราคาเหล็กอาจไม่ปรับตัวขึ้นแรงนัก และคาดว่าจะทรงตัว เนื่องจากมีข่าวว่า
ราคาสินแร่เหล็กอาจลดลงใน 4Q53

กลุ่มยานยนต์ (NEUTRAL)
ตัวเลข ส.ค.53 ยังแสดงการเติบโตสูงทุกด้าน: 1) ยอดขายในประเทศ +52%yoy; 2) ส่ง
ออก +80.3%yoy; 3) ผลผลิต +67.5%yoy
เหตุการณ์จลาจลไม่กระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภค+ส่งออก 8M53 ยังเติบโตถึง +85.5%
ส่งผลให้ย อดผลิตรถยนต์ 8M53 โต +92.5% ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกำลังปรับ
เป้าหมายยอดผลิตรถยนต์เพิ่มเป็น 1.7 ล้านคัน +70%yoy
ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกในช่วง 2H53
โครงการ eco car เป็นบวกต่ออุตสาหกรรมชิ้นส่วน เราชอบ STANLY (เป้าหมาย 192
บาท)

กลุ่มพาณิชย์ (OVERWEIGHT)
ภาคค้าปลีกสมัยใหม่ยังเติบโตตามจำนวนสาขาและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง
ไป
แม้รัฐบาลจะอนุมัติร่าง พรบ. ค้าปลีกฉบับใหม่แล้ว แต่เราคาดว่ายังต้องใช้เวลาอีกนานใน
การพิจารณาออกเป็น พรบ. เพราะปัจจุบันไม่มีความชัดเจนทั้งด้านข้อมูลและคำจำกัดความ
สภาวะเศรษฐกิจโดยรวม 1H53 ที่โตโดเด่นคาดไม่ต่ำกว่า 10% ผลักดันสำนักเศรษฐกิจ
หลายแห่งเตรียมปรับคาดการณ์ GDP ปี 53 ที่สดใสกว่าเดิม
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ส.ค.53 ฟื้นตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 โดยเรามองเป็นบวกกับ
BIGC กับ MAKRO มากสุด เพราะมีอัตราการเติบโตของยอดขายมีค่าสหสัมพันธ์กับ CCI สูง
มองในเชิงพื้นฐาน เราชอบ CPALL (เป้าหมาย 37.84 บาท) เพราะกระทบจากความ
วุ่นวายทางการเมืองจำกัด อีกทั้งยังมีการเติบโตของยอดขายที่โดดเด่น

กลุ่มขนส่ง (UNDERWEIGHT)
ทางน้ำ: การปรับตัวของ BDI>2,000 จุดตามคาด แต่ BDI อาจปรับขึ้นจำกัดแค่ 3,000 จุด
เนื่องจากแม้ความต้องการขนส่งทางเรือจะเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณเรือที่เข้าใหม่ปีนี้ยังกดดันตลาด
โดยรวม สำหรับเรือเทกอง PSL (เป้าหมาย 23.- บาท) เพราะทำสัญญาค่าระวางเรือปีนี้แล้ว
92% ของกองเรือ, เริ่มซื้อเรือทดแทนเรือเก่า+สั่งต่อเรือใหม่แล้ว 21 ลำ (รับปี 53-56) และมี
นโยบายจะมีเรือ 60 ลำในอนาคต ทำให้มีโอกาสที่กำไรจะเติบโต ส่วนคอนเทนเนอร์ การ
เติบโตของปริมาณขนส่ง+ค่าระวางที่ปรับขึ้น ยังเป็นผลดีต่อ RCL (เป้าหมาย 17.- บาท)
ทางบก: เรายังชอบ BECL (เป้าหมาย 25 บาท) เพราะได้ผลดีจาก 1) อัตราดอกเบี้ยที่อยู่
ระดับต่ำ; 2) เส้นทางวงแหวนใต้ของ กทพ. ที่เริ่มเก็บเงินตั้งแต่ 23 มี.ค. 52 ทำให้มีการใช้ทาง
ด่วน BECL เพิ่มขึ้น; 3) การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ+การเปิดศูนย์ราชการเต็มรูปแบบทำให้มีการ
ใช้ทางด่วนเพิ่มขึ้น แต่ปีหน้า BECL จะมีส่วนแบ่งรายได้ลดจาก 50% เหลือ 40%
ทางอากาศ: คาดกำไร 3Q53 ฟื้น เพราะการเมืองสงบทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย
มากขึ้นจากที่หดตัวช่วง เม.ย.-พ.ค. เราชอบ AOT (เป้าหมาย 52.- บาท) เพราะ 1) คดีที่มีกับ
King Power ยุติแล้ว กลับมารับรู้ส่วนแบ่งรายได้สินค้าปลอดอากรได้ตามปกติ; 2) นักท่องเที่ยว
ต่างชาติเริ่มกลับมาหลังเหตุการณ์ทางการเมืองสงบ; 3) เริ่มเข้าสู่ high season ของธุรกิจ

กลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ (NEUTRAL)
เม็ดเงินโฆษณา 7M53 ยังโตต่อเนื่อง +12.9%yoy เม็ดเงินผ่านสื่อขนาดใหญ่อย่าง
โทรทัศน์ยังเพิ่มขึ้น +16.7%yoy และสื่ออื่นๆ ก็กลับมาเติบโตกันถ้วนหน้า มีเพียงสื่อวิทยุและ
ป้ายโฆษณาที่ยังหดตัว -2.4% และ -6.7% ตามลำดับ
เรามีมุมมองที่ดีขึ้นเป็นลำดับเกี่ยวกับภาวะอุตสาหกรรมโฆษณาที่เติบโตดีขึ้นตามภาวะ
เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นผู้บริโภคและความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ส่งผลให้
เจ้าของสินค้าเริ่มมั่นใจในการเพิ่มงบโฆษณาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจะทำให้อุตสาหกรรม
โฆษณาทั้งปีโต 10-15% ได้ไม่ยาก
มองในเชิงพื้นฐาน เรายังชอบ MAJOR (เป้าหมาย 16.10 บาท)

กลุ่มเกษตร/อาหาร (UNDERWEIGHT)
ถูกกระทบจากการเมืองไม่มาก เพราะ 1) เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต; 2) แนวโน้ม
ราคาสินค้าเกษตรปี 53 ยังทรงตัวสูงจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดน้อย; 3) การแข่งขันลดลง เพราะ
ผู้ประกอบการบางรายประสบปัญหาการเงิน
ตัวเลขส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ส.ค.53 โตต่อ +14%yoy โดยยางพารา
+98%, ไก่แปรรูปและแช่แข็ง +17%, กุ้งแช่แข็งและแปรรูป +8% และอาหารทะเล +7%
ราคาเนื้อสัตว์เริ่มอ่อนตัวลงเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน โดยหมูเหลือ 58-59 บาท/กก., ไก่ 38-39
บาท/กก. ในขณะที่การเปิดเสรีนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ ก็ส่งผลราคาไข่ลดลงเหลือ 2.7 บาท/ฟอง
ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อกำไรออกใน 2H53
มองเชิงพื้นฐาน เรายังชอบ GFPT (เป้าหมาย 11.- บาท)

กลุ่มบริการทางการแพทย์ (NEUTRAL)
รายได้ 3Q53 จะฟื้นตัว เพราะเข้าสู่ฤดูฝน ที่มีการระบาดของไข้หวัดและไข้เลือดออก
ประสิทธิภาพในการคุมต้นทุนดำเนินงานยังคงเป็นประเด็นที่แต่ละบริษัทให้ความสำคัญ
เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นและการเมืองไทยที่เริ่มนิ่ง ส่งผลลูกค้าต่างชาติกลับมาอีกครั้งใน
4Q53
คลังเตรียมขยายสิทธิ์ให้ข้าราชการและคนในครอบครัวรักษาตัวใน รพ.เอกชน เริ่ม 1
ต.ค.53
มองเชิงพื้นฐาน เราชอบ BGH (เป้าหมาย 40.- บาท) เพราะคาดกำไรปี 53 โตสูงสุดใน
กลุ่ม

Trader’s Digest
AP (แนวรับ=7.75, แนวต้าน=8.15) & 1048720;& 1048720;& 1048720;& 1048720;& 1048720;
AP เข้าถือหุ้นเพิ่มจาก 51% เป็น 99% ใน The Rhythm รัชดา และ The Address
สาธร (รับรู้รายได้ในช่วงปี 53-54 และ 55-56 ตามลำดับ) จะช่วยสร้างผลตอบแทนรวมเพิ่มขึ้น
350 ลบ.
The Rhythm เพิ่งเปิดตัว 3 โครงการ (สุขุมวิท 50+อารีย์ พหลโยธิน+สาธร) มูลค่า 9.6
พันลบ. ขายได้แล้ว 3.98 พัน ลบ. ทำให้มี Presale ใน 3Q53 ถึง 6 พันลบ. ดันให้ backlog ขึ้น
ถึง 2.3 หมื่น ลบ.
4Q53 จะเปิดคอนโดอีก 2 โครงการ ที่พระราม 4 และงามวงศ์วาน มูลค่า 4.2 พัน ลบ. จะ
ช่วยเพิ่ม Backlog และรองรับการเติบโตในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า
เราคาด AP ทำกำไรปี 54 ได้ 2.2 พัน ลบ. EPS 0.94 บ. เทียบกับปี 53 ที่ 2.11 พัน
ลบ. EPS 0.90 บ. เราแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายปี 54 ที่ 8.50 บาท (อิง P/E 9x)

HEMRAJ (แนวรับ=1.98, แนวต้าน=2.22) & 1048720;& 1048720;& 1048720;& 1048720;& 1048720;
ความต้องการพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจาก 8M53 มีเม็ดเงินลงทุน
จากต่างประเทศ +43.2% และเงินลงทุนโครงการที่ขอ BOI +12%yoy
ได้ลูกค้ากลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ที่ขยายตามค่ายรถที่ย้ายฐานผลิตมาที่ HEMRAJ เช่น
Ford,Suzuki เป็นต้น ทำให้คาดว่ายอดขายที่ดินในปี 53-54 จะทำได้ไม่ต่ำกว่า 1 พันไร่/ปี
รายได้ค่าสาธารณูปโภคมีแนวโน้มโตต่อเนื่องจากปี 53 ที่ 1.4 พัน ลบ. เป็น 2 พัน ลบ. ใน
ปี 58 จากการเพิ่มขึ้นของโรงงานในนิคม โดยเฉพาะโรงงานปิโตรเคมีที่จะเริ่มดำเนินงานปี 56
กำไรในปี 53-55 จะเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะปี 55 จะก้าวกระโดดจากส่วนแบ่งกำไร
จากโรงไฟฟ้า GHECO-ONE ไม่ต่ำกว่า 1 พัน ลบ./ปี คาด EPS ปี 53, 54 และ 55 ที่ 0.10,
0.13 และ 0.19 บ. ตามลำดับ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 2.4 บ. (อิง P/B 1.9x, P/E18x ปี
54)

TCAP (แนวรับ=37.75, แนวต้าน=40.25) & 1048720;& 1048720;& 1048720;& 1048720;& 1048720;
เกิด Synergy จากสาขาจำนวนมากของ SCIB ทำให้ TCAP สามารถ Cross-selling
ผลิตภัณฑ์อย่าง เช่าซื้อ และประกันได้มากขึ้นเพิ่มรายได้อย่างมีนัยสำคัญ
จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นที่คาดว่าจะส่งผลลบต่อพอร์ตเช่าซื้อ แต่หลังจากรวมกับ SCIB
ทำให้พอร์ตสินเชื่อกระจายมากขึ้นมีสินเชื่อที่คิดดอกเบี้ยลอยตัวมากขึ้น ทำให้ไม่มีผลลบต่อ
Yield ของ TCAP อีกทั้งยังได้รับผลดีจากต้นทุนดอกเบี้ยต่ำของ SCIB อีกด้วย
ใน 3Q53 เป็นไตรมาสแรกที่รวม SCIB เข้ามาเต็มไตรมาส คาดทำให้กำไรโตขึ้นจาก
2Q53
ยังได้รับผลดีจากยอดขายรถยนต์ที่เติบโตมากขึ้นกว่า 50% YoY ทำให้ TCAP ซึ่งมี
Market Share อันดับ 1 ได้รับประโยชน์มาก
แนะนำ ซื้อเก็งกำไร อิง Avg. Consensus Target Price ที่ 40.79 บาท

News & Views
BANPU : “บริษัทสามารถรวบรวมหุ้นเหมือง Centennial ได้แล้ว 53.73%” (ที่มา: SET)
บริษัทแจ้งว่า ขณะนี้บริษัทย่อย BANPU Minerals (Singapore) หรือ BMS ได้หุ้น
เหมือง Centennial 38.05% และการตอบรับใน Institutional Acceptance Facility (IAF)
ของ BMS สำหรับหุ้นใน Centennial ณ วันที่ 21 ก.ย.53 จำนวน 15.68% รวมทั้งสิ้นเท่ากับ
53.73%
การตอบรับของ IAF ไม่ถือเป็นการตอบรับต่อข้อเสนอของ BMS (ซึ่งเป็นบริษัทลูก
BANPU ที่ใช้ในการทำคำเสนอซื้อหุ้นครั้งนี้) และอาจเพิกถอนเมื่อใดก็ได้ก่อนที่คำเสนอจะเป็น
คำเสนอที่ปราศจากเงื่อนไข

ความเห็น: (มุกดา 417)
แม้การตอบรับของ IAF อาจเพิกถอนได้และยังไม่เป็นทางการ แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีต่อ
BANPU ที่มีความเป็นไปได้สูงที่จะได้รับคำตอบรับซื้อหุ้น Centennial มากกว่า 50% ขึ้นไป
(สัดส่วนที่ BANPU ต้องการคือ 50.1% ซึ่งก็เพียงพอที่จะมีอำนาจในการบริหารจัดการแล้ว)
นอกจากนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองการลงทุนจากต่างประเทศ (FIRB) ของประเทศ
ออสเตรเลียได้อนุมัติในการเข้าซื้อหุ้น 100% ใน Centennial ของ BANPU แล้ว ทำให้บริษัท
มีโอกาสสูงที่จะประสบความสำเร็จในการซื้อหุ้น Centennial โดยผลการทำคำเสนอซื้อ
(Tender Offer) คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 4Q53 บวกกับราคาถ่านหินโลกปัจจุบันปรับตัวดีขึ้น
ล่าสุดอยู่ที่ 94.35 เหรียญ/ตัน (+0.7% จากสัปดาห์ก่อน) ซึ่งเรามองว่าจะเป็นปัจจัยบวกที่
ช่วยผลักดันราคาหุ้น BANPU ให้ปรับตัวสูงขึ้นได้
จึงแนะนำ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายปี 54 ที่ 795 บาท (ยังไม่รวม Centennial)



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 22/09/10 เวลา 10:32:21

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น