สนใจตัวเลขส่งออกสดใส
คาดตลาดคงกลับสดใสอีก หลังการรอคำสั่งศาลปกครองสูงสุดพิจารณาคดี 3 จี ที่ กทช.
ยื่นอุธรณ์ หากดำเนินการ 3 จี ไม่ได้เราเชื่อเป็นผลเสียหายและเป็นปัจจัยลบต่อสื่อสาร และนักลง
ทุนก็มองโลกในแง่ดี หันกลับเข้าหา ADVANC, DTAC หวังได้ปันผลพิเศษ ผลตอบแทนในช่วง
สั้นหากทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่คาด การลงทุนวันนี้น่าจะหันกลับเข้าพิจารณาหุ้นส่งออกที่รับผลดี
จากยอดส่งออกที่ยังสดใสในเดือน ส.ค. เน้นไปที่ยางพารา รถยนต์ อิเล็คทรอนิกส์ ล้วนเก่งใน
ตลาดโลก ส่วน PTTCH เราเข้าพบผู้บริหารยังมองอนาคตข้างหน้าสดใส แนะนำซื้อราคาเป้า
หมาย 160 บาท ส่วน IVL ยัง Follow Buy เนื่องจากไตรมาส 3/53 กำไรก็ยังเด่น และคาดว่าจะ
มีดีลสำคัญระดับใหญ่เร็วนี้เกิดขึ้นอีก เป้าหมาย 29 บาท
กรอบวันนี้ แนวรับ 920 แนวต้าน 936
ปัจจัยวันนี้
( + ) ตัวเลขส่งออก ส.ค.53: มูลค่า 16,452 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 23.9%YoY
และเมื่อคิดในรูปเงินบาทการส่งออกมีมูลค่า 527,286 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.5% YoY ขยายตัว
ต่อเนื่องจากเดือนก่อน ขณะที่มีการนำเข้ามูลค่า 15,809 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 41.1%
YoY ส่งผลเกินดุลการค้า 643 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่งออกในช่วง 8 เดือนแรก (ม.ค.-ส.ค.53)มี
มูลค่าทั้งสิ้น 125,083 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 32.6% ส่วนการนำเข้าช่วง 8 เดือนแรกมี
มูลค่า 119,003 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 47.9% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 6,081 ล้าน
เหรียญสหรัฐฯ
( + ) ซื้อหุ้นส่งออกที่อ่อนตัวได้รับผลกระทบบาทแข็งกลับ: สินค้าส่งออกปรับตัวดีขึ้น
ได้แก่ ยางพารา เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบการส่งออกสินค้าโดยเฉพาะ
กลุ่มเกษตรอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและมูลค่า อาทิ ยางพารา อาหารทะเลแช่แข็ง อาหาร
กระป๋องและแปรรูป และไก่แช่แข็ง ยกเว้น ข้าวที่ลดลงทั้งปริมาณและมูลค่า สำหรับหุ้นส่งออกที่
อ่อนตัวลงมาสู่ระดับน่าสนใจซื้ออีกครั้ง ยังคงเป็น KCE, STA, TRUBB, SAT, AH,
STANLY, IHL
( + ) PTTCH: เราคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/53 เท่ากับคาดการณ์ครั้งก่อนคือ
2,140 ล้านบาท ลดลง 8% QoQ เนื่องจากการหยุดซ่อมบำรุงโรง I4-1 เวลา 44 วัน ซึ่งเชื่อว่า
ไตรมาส 3/53 นี้จะเป็นไตรมาสสุดท้ายแล้วที่ระดับกำไรจะต่ำ โดยคาดว่าไตรมาส 4/53 กำไรจะ
เพิ่มสูงขึ้นมาเกินระดับ 3,000 ล้านบาท เนื่องจากกำลังการผลิตเพิ่มกลับมา และราคาสเปรดดี
ขึ้นกว่าไตรมาสก่อน นอกจากนี้นับตั้งแต่ไตรมาส 1/54 เป็นต้นไป กำลังการผลิตของ PTTCH จะ
เพิ่มขึ้น จากสายเอทีลีนอีก 1 ล้านตัน (เดินได้เต็มที่ 100%) HDPE เพิ่มอีก 300,000 ตัน หรือ
เพิ่มขึ้น 40% และ LDPE 300,000 ตัน เดินเต็ม 100% จาก 2H53 เดินเพียง 50% และ
LLDPE 400,000 ตัน เดิน 100% จาก 2H53 เดินเพียง 50% คาดกำไรรายไตรมาสของปี
2554 จะอยู่ราว 4,000-5,000 ล้านบาท ทั้งปีคาดกำไร 19,000 ล้านบาท นอกจากนี้มีแผนลง
ทุนโครงการปลายน้ำใหม่ด้วยการ M&A ซึ่งดีลอยู่หลายโครงการในอาเซียนและจีน คล้ายกับการ
ที่ IVL เติบโตด้วยการควบรวมกิจการ
( + ) IHL: อยู่กลุ่มยานยนต์ เติบโตตามยอดขายรถยนต์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น แนวโน้มกำไร
ไตรมาส 3/53 จะกลับมาดีขึ้น เนื่องจากรับประโยชน์จากบาทแข็งค่า นำเข้าวัตถุดิบถูกลง และ
เบาะรถยนต์ที่ผลิตส่วนใหญ่ขายในประเทศ คงคำแนะนำซื้อเป้าหมาย 12 บาท
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/10 เวลา 10:15:36
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น