Market Recap and Trend: ค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง จะเป็นปัจจัยสนับสนุน
การ REBOUND ของ SET วันนี้
แม้ว่ามีแรงขายหุ้นกลุ่มสื่อสารออกมาอย่างหนาแน่นโดยเฉพาะ ADVANC, DTAC
และ TRUE แต่ด้วยแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่กลุ่มอื่นๆ อย่าง กลุ่มพลังงาน ธนาคาร และปิโตรเคมี
ส่งผลให้ปิดตลาด SET ปรับลงเพียง 0.13% ที่ 923.57 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น
42,159 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นสุทธิ 1,022 ล้านบาท สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้
คาดหวังการ REBOUND ระยะสั้น หลังจากหุ้นกลุ่มสื่อสารปรับลดลงตอบรับกับความเสี่ยงจาก
การล่าช้าประมูล 3G ไปแล้วเมื่อวันศุกรที่ผ่านมา ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง ล่าสุดอยู่ที่
ระดับ 30.76 บาท/ดอลลาร์ฯ โดยมาตรการป้องกันค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าเร็วของ ธปท.ที่เสนอ
ให้กับ รมต.คลังอย่างการเพิ่มพดานซื้ออสังหาฯ ในต่างประเทศ การเพิ่มยอดเงินฝากสกุล
ดอลลาร์ฯ และขยายวงเงินค่าสินค้าส่งออกที่ไม่ต้องนำส่งกลับประเทศ ยังไม่สามารถหยุดยั้งการ
แข็งค่าของค่าเงินบาทได้ สำหรับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อวานนี้ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง
เกิดขึ้น และเรามองว่าการเมืองไทยเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยพรรคปชป.มีแนวโน้มสูงที่จะอยู่
ครบวาระจนถึงปลายปี 54 นี้
Investment Strategy: ยังต้องระวังความเสี่ยงจากการพักฐานระยะสั้น...แนะนำถือหุ้น
ในสัดส่วน 60% ของพอร์ตต่อ
เนื่องจากเรามองว่า SET มีความเสี่ยงจากการพักฐานไปที่ระดับ 900 จุด และ 860
จุด ในระยะสัปดาห์ ทำให้เราแนะนำนักลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน 60% ของพอร์ตต่อเนื่องจาก
สัปดาห์ก่อนและรอทยอยสะสมหุ้นอีกครั้งที่ระดับแนวรับ อย่างไรก็ตามค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอีก
ครั้ง ถือว่าเป็นปัจจัยบวกที่น่าจะทำให้สามารถเข้า Trading หุ้นแบบ Selective ได้ในช่วงนี้ โดย
เลือกกลุ่มหุ้นที่มีแนวโน้มถูกปรับประมาณการกำไร และมูลค่าพื้นฐานเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ เช่น
STANLY และ BANPU ขณะที่กลุ่มสื่อสารแนะนำรอซื้อ ADVANC เมื่อราคาอ่อนตัวบริเวณ
80-85 บาท โดยมีโอกาสที่ ADVANC จะจ่ายเงินปันผลพิเศษถ้าการประมูลระบบ 3G เลื่อน
ออกไป
• STANLY – ซื้อ มูลค่าพื้นฐาน 193 บาท มีแนวโน้มที่ยอดผลิตรถยนต์ปี 53 จะ
มากกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ที่ 1.56 ล้านคัน หลังจากยอดขาย 8 เดือนสูงถึง 1.05 ล้านคันแล้ว
• BANPU – ทยอยสะสม มูลค่าพื้นฐาน 760 บาท คาดได้รับผลบวกจากการ Upward
Revision หลังจากจบกระบวนการ Tender Offer Centennial วันที่ 27 ก.ย.นี้
Futures Strategy :
แนะนำ Trading ในกรอบ 632-640 จุด (ดูรายละเอียดใน Derivative Strategy)
AUTO :
เพิ่ม TISCO เข้ามาอยู่ในกลุ่มหุ้น Top Picks
Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +0.4% สูงกว่า
อัตราผลตอบแทน SET ที่ -0.1% (Update วันที่ 20 ก.ย. 53)
พอร์ตจำลองให้อัตราผลตอบแทน +0.4% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับ SET
ที่มีอัตราผลตอบแทน -0.1% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า SET อยู่ 0.5% แต่
หากพิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +238% ดีกว่าตลาดที่ให้
อัตราผลตอบแทน +32% อยู่ 156% นอกจากนี้ หากพิจารณาตั้งแต่ต้นปี 53 พอร์ตจำลองมีอัตรา
ผลตอบแทน 47% ดีกว่าผลตอบแทนของ SET ที่ 26% อยู่ 21% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
CPALL และ QH เป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนสูงสุดในพอร์ตหรือมีอัตราผลตอบแทน 4.0%
และ 3.1% ตามลำดับ สำหรับสัปดาห์นี้ยังคงแนะนำให้ถือหุ้นทั้ง 5 ตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน
ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว) BBL (ได้รับประโยชน์จากแนวโน้ม
เศรษฐกิจขยายตัวโดยตรง ผ่านการเติบโตทางด้านสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม) CPALL
(จากการขยายสาขา และเพิ่มกำไรขั้นต้น ซึ่งสง่ ผลดีต่อแนวโนม้ ผลการดำเนินงาน) QH (คาดว่า
ผลการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นมากใน 4Q53 จากการเปิดโครงการใหม่) และ BANPU (มี
ประเด็นบวกจากการขายหุ้น ITMG และซื้อ Centennial Coal ซึ่งเป็นการขยายธุรกิจถ่านหินใน
อนาคต) ขณะที่นำ ADVANC ออกจากพอร์ต เนื่องจากมีความเสี่ยงจากการเปิดประมูล 3G ที่
ล่าช้าออกไป
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้น ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.12% ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่ม
ขึ้น 0.08% โดยได้รับแรงหนุนจากออราเคิล บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจ ได้เปิดเผยผล
กำไรและยอดขายไตรมาสแรกของบริษัทที่ขยายตัวในระดับตัวเลขสองหลัก เนื่องจากความต้อง
การซอฟต์แวร์ภาคธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้น โดยออราเคิลมีกำไรเพิ่มขึ้นแตะ 42 เซนต์ต่อหุ้นในไตรมาส
ที่ผ่านมา และคาดว่าจะทำยอดขายอย่างน้อย 8.4 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสปัจจุบัน ขณะเดียว
กัน รีเสิร์ช อิน โมชั่น (อาร์ไอเอ็ม) ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแบล็กเบอร์รี่ รายงานผลกำไรสูงเกินความ
คาดหมายของนักวิเคราะห์ และยังได้คาดการณ์แนวโน้มธุรกิจที่สดใส โดยอาร์ไอเอ็มมีกำไรสุทธิ
796.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสสองของปีงบการเงิน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 475.6 ล้าน
ดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน พร้อมกับประเมินว่า บริษัทจะทำรายได้สูงถึง 5.55
พันล้านดอลลาร์ และมีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1.70 ดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดลดลง สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX เดือนต.ค. ลดลง 91
เซนต์ปิดที่ 73.66 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากมีการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐปรับ
ตัวลงแตะระดับ 66.66 ต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี ซึ่งสะท้อนว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจซึ่งมีขนาด
ใหญ่ที่สุดในโลกอาจชะลอตัวและจะทำให้ความต้องการใช้เชื้อเพลิงลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้
ดอลลาร์ที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโรและเยนเมื่อวานนี้ ก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลกดดันตลาดน้ำมันเช่น
กัน เพราะทำให้น้ำมันซึ่งซื้อขายกันในสกุลเงินดอลลาร์มีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่ถือเงินสกุล
อื่นๆ ส่งผลให้นักลงทุนย้ายเงินลงทุนจากตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ไปยังตลาดปริวัตรเงินตราแทน
เพื่อผลตอบแทนที่สูงกว่าดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบเยน และยูโร หลังจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้
บริโภคขั้นต้นในเดือนก.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 66.6 จากระดับ 68.9 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดใน
รอบกว่า 1 ปี และผิดความคาดหมายของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะที่ระดับ 70 ขณะ
เดียวกัน เงินยูโรร่วงลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์เนื่องจากมีรายงานว่า ไอร์แลนด์อาจต้องกู้ยืมเงินจาก
ไอเอ็มเอฟหรืออียูเพื่อช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจและภาคการเงินของประเทศ แม้กระทรวงการคลัง
ของไอร์แลนด์กล่าวว่ายืนยันว่า ไอร์แลนด์ไม่จำเป็นต้องขอรับความช่วยเหลือจากภายนอก
ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดลดลง 61 จุดมาที่ 2,676 จุด สิ้นสุดฤดูการเก็บสต็อกวัตถุ
ดิบและสินค้าคงคลัง คาดว่าค่าระวางเรือจะมีทิศทางผันผวนไปจนถึงสิ้นปีนี้ โดยภาพค่าระวางเรือ
จะถูกกดดันโดยอุปทานกองเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา โดยคาดว่ากองเรือใหม่ ณ สิ้นปี 53 จะเพิ่มขึ้น
กว่า 27%YoY ที่ระดับ 607m DWT หากไม่มีการเลื่อนการส่งมอบ โดยผู้ประกอบการทั้ง
TTA, PSL และผู้เชียวชาญในอุตสาหกรรมคาดว่าดัชนีเดินเรือเทกองจะผ่านจุดต่ำสุดในช่วง
ปลายปี 54 แต่เราเชื่อว่าค่าระวางเรือเฉลี่ยของทั้ง PSL และ TTA จะถึงจุดต่ำสุดก่อน เนื่องจาก
อายุกองเรือเฉลี่ยที่ดีขึ้นจากการขายเรือเก่า
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 20/09/10 เวลา 9:43:53
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น