วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.เคจีไอ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 20/09/53

แกว่งตัวกรอบแคบ...มีช่วงลบ
KGI ประเมินหุ้นไทยวันจันทร์จะปรับลงในกรอบแคบๆ เนื่องจากขาดปัจจัยบวกกระตุ้น
การซื้อกลับยกเว้นว่าศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยกเลิกการคุ้มครองชั่วคราวการประมูล 3 จี ส่งผล
ให้การประมูลเกิดขึ้นได้ ในกรณีนั้นจะทำให้จิตวิทยาตลาดหุ้นดีขึ้น ซึ่งจะทราบผลช่วงเช้าวันนี้ ถ้า
ไม่นับปัจจัยดังกล่าวแล้ว ตลาดน่าจะอยู่ในช่วงปรับฐาน ตามภาวะในต่างประเทศซึ่งไม่สดใสนัก
ตลาดหุ้นยุโรปลงค่อนข้างแรงและหุ้นสหรัฐฯ ทรงตัว เมื่อวันศุกร์ หลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค
มิชิแกนเดือน ก.ย. น่าผิดหวังและราคาน้ำมันปรับลดลงสู่จุดต่ำสุดรอบ 3 สัปดาห์ วันนี้ดัชนีฯ มีแนว
รับที่ 920 จุด และแนวต้านที่ 928 จุด ในแง่ประเด็นเศรษฐกิจ วันนี้ก. พาณิชย์จะรายงานตัวเลข
ส่งออก นำเข้า และดุลการค้าของเดือน ส.ค. ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าส่งออกจะเติบโต 24.4%
YoY นำเข้าเติบโต 40.4% YoY แต่แม้การส่งออกจะโตน้อยกว่าแต่น่าจะเพียงพอหนุนให้ไทย
เกินดุลการค้า 700 ล้านเหรียญฯ ซึ่งเรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น แต่ในเชิงเศรษฐกิจนั้น
การเกินดุลการค้าอย่างต่อเนื่องน่าจะหนุนให้ค่าเงินบาทมีเหตุผลเชิงพื้นฐานที่จะแข็งค่าต่อไปใน
ระยะยาว ส่วนในสัปดาห์นี้ยังต้องติดตามว่าทางการจะมีมาตรการค่าเงินใดๆ หรือไม่ หลังใน
สัปดาห์ที่แล้วมีข่าวดีเล็กๆ ว่าคลังจะเน้นสนับสนุนเงินทุนขาออก มากกว่าการควบคุมทุนไหลเข้า
กลยุทธ์: ด้วยปัจจัยภายนอกที่ไม่ชัดเจน และความเสี่ยงในระยะสั้นว่าด้วยกฎเกณฑ์ใน
กลุ่มสื่อสาร แนะให้ชะลอการลงทุนหุ้นใหญ่ต่อไป เรามองหุ้นขนาดกลางที่มีประเด็นการลงทุนดี
เช่นกลุ่มก่อสร้าง กลุ่มบ้าน และกลุ่มนิคมฯ จะโดดเด่นกว่าตลาด แนะนำซื้อ TASCO, PS*,
LPN, AP และ HEMRAJ

ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ
รมว. คลัง กรณ์ จาติกวณิช แถลงในการประชุมสภาฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่ากำลัง
พิจารณาผ่อนคลายมาตรการด้านการนำเงินลงทุนไปต่างประเทศ เพื่อลดแรงกดดันต่อการ
แข็งค่าของค่าเงินบาท โดยจะให้บริษัทไทยและคนไทยนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น
และให้สถาบันการเงินไทยปล่อยกู้ต่างประเทศมากขึ้น เพิ่มวงเงินในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่าง
ประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้บริษัทและคนไทยมี
เงินฝากสกุลต่างประเทศในสถาบันการเงินไทยไม่เกิน 5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ผู้ส่งออก
สามารถมีเงินฝากในบัญชีเงินฝากสกุลต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น
จาก 2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าสัปดาห์นี้หน่วยงาน
พิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการที่อยู่ในการดูแลของกระทรวง ทั้งการนิคมอุตสาหกรรม
แห่งประเทศไทย(กนอ.) และกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) จะเริ่มทยอยออกใบอนุญาต
ประกอบกิจการให้กับโครงการลงทุนที่อยู่ใน 76 โครงการมาบตาพุด รวม 3 โครงการ หนึ่ง
ในนั้นได้แก่ โรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 6 ของ PTT* โดยเราคาดว่าโรงแยกฯ 6 จะสามารถ
เปิดดำเนินการเชิงพานิชย์ได้ในเดือน พ.ย.
Jetro เผยหลังมาบตาพุตคลี่คลาย ไทยกลับมาน่าลงทุนเป็นอันดับ 2 รองจากจีน ทั้งนี้
ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญของญี่ปุ่น และญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนรายใหญ่ของไทย โดยใน
8M53 มูลค่าการลงทุนจากญี่ปุ่นคิดเป็น 41% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมดที่ได้รับการส่งเสริม
จากบีโอไอข่าวดังกล่าวเป็นบวกกับกลุ่มนิคมฯ โดยเฉพาะ HEMRAJ และ AMATA ซึ่งเป็นหุ้น
เด่นในกลุ่มฯ
ราคาเหล็กในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นช่วงปลายปี: ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการขยับ
ขึ้นของราคาเหล็กโลกที่เกิดขึ้นจากการลดกำลังการผลิตที่ไม่มีประสิทธิภาพในประเทศจีนและ
ต้นทุนการผลิต อาทิ สินแร่เหล็กที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ อุปสงค์การใช้เหล็กในประเทศ
ที่คาดจะขยายตัวต่อเนื่อง จากการลงทุนของภาครัฐบาลและเอกชนในช่วงที่เหลือของปี คาดจะทำ
ให้ราคาเหล็กในประเทศปรับขึ้นจาก 20 บาทต่อก.ก. ในปัจจุบันเป็น 21-22 บาท/ก.ก.



เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 20/09/10 เวลา 9:43:24

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น