ยังแนะนำให้รอเลือกหุ้นเข้าทยอยซื้อเมื่อตลาดปรับตัวลดลงดีกว่า...
แนวโน้ม: ปลายสัปดาห์ที่แล้วตลาดหุ้นไทยได้รับแรงกดดันจากการที่ศาลฯ สั่งระงับการ
ประมูล 3G ไปก่อน โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มสื่อสารมีแรงขายออกมากดดันค่อนข้างมาก อย่างไรก็
ตามยังพอมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มอื่นๆ เข้ามาช่วยพยุงตลาดไว้ได้บ้าง ทำให้ SET ไม่ได้ปรับตัวลง
รุนแรงมากนัก ซึ่งเช้านี้คาดว่า SET ก็จะยังคงแกว่งตัวค่อนข้างผันผวน หลังศาลปกครองสูงสุดได้
เลื่อนฟังคำสั่งกรณีประมูล 3G ออกไปเป็นวันที่ 23 ก.ย.เพื่อให้ กสท. และ กทช.ได้ยื่นข้อมูลเพิ่ม
เติมประกอบการอุทธรณ์ของ กทช. อีกครั้งในวันที่ 22 ก.ย. ขณะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศก็ถือว่ายัง
ไม่มีทิศทางที่ชัดเจน โดยตลาดในเอเชียเช้านี้ก็มีทั้งเคลื่อนไหวเป็นบวกและลบในกรอบแคบๆ
ดังนั้น FSS จึงยังแนะนำให้รอหาจังหวะทยอยเลือกหุ้นเข้าซื้อเมื่อตลาดปรับตัวลงจะปลอดภัยกว่า
ซึ่งเรายังมองโอกาสที่ SET จะแกว่งลงหา 910 จุด(+/-) ยังเป็นไปได้
กลยุทธ์: รอเลือกหุ้นเข้ารับเมื่อตลาดปรับตัวลง โดยมีหุ้นที่น่าสนใจในช่วงนี้ได้แก่ กลุ่มรับ
เหมา (STEC, CK, TTCL, SEAFCO, SYNTEC) ที่ยังมีข่าวเรื่องการประมูลรถไฟฟ้าสาย
ต่างๆ เป็นระยะๆ รวมทั้งหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากบาทแข็ง เช่น วัสดุก่อสร้าง (TSTH,
TASCO, DCC) ที่อยู่อาศัย (SPALI, LPN) และอาหาร (TVO) เป็นต้น นอกจากนี้หุ้นที่มีราคา
ตลาดต่ำกว่าราคาตามพื้นฐานมากๆ ก็ยังถือว่าน่าสนใจเช่น KCE, SIRI, GFPT, HANA,
AMATA, SCB, PTTEP, VNG, DELTA, LPN, BCP, IRPC, PTTAR, CPALL,
KBANK, BANPU, PS, BAY, GLOW, TTW และ QH เป็นต้น
ประเด็นสำคัญวันนี้
• (-) ศาลปกครองสูงสุดเลื่อนนัดฟังคำตัดสินเป็น 23 ก.ย. ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอคำ
สั่งศาล เพียงแต่ถ้ากลุ่มสื่อสารถ้าไม่มี 3G ก็หมดเสน่ห์และเป็นเพียง Dividend play หุ้นที่ให้
Yield สูงได้แก่ ADVANC, AIT, CSL และถ้าต้องรอ กสทช. จัดประมูล 3G เชื่อว่าอย่างเร็วคือ
ปี 2012 กว่าเราจะมี 3G ใช้
• (+) ธปท. ส่งสัญญาณอาจยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 20 ต.ค. นี้ เพื่อไม่ให้
ค่าเงินแข็งค่าเร็วขึ้นไปอีก แนวโน้มดังกล่าวเป็นจิตวิทยาเชิงบวกกับกลุ่มที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะ
SPALI และ LPN ที่ราคาหุ้นผ่านการปรับพักฐานแล้ว ยัง laggard และมี upside จากราคาเป้า
หมายมากกว่าหุ้นตัวอื่น นอกจากนี้ ยังเป็นบวกกับกลุ่มเช่าซื้อเช่น TCAP, TISCO, KK
• (+) กลุ่มรับเหมา วันที่ 20 ก.ย. – 1 ต.ค. เปิดขายซองประมูลรถไฟสายสีแดง บางซื่อ-
รังสิต ระยะทาง 26 กม. สัญญาที่ 3 มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท เก็งกำไรได้ทั้งกลุ่ม แต่ Top picks
ของเรายังคงเป็น STEC (ราคาเป้าหมาย 15 บาท) และ CK (ราคาเป้าหมาย 9.05 บาท)
• Fund Flow ไหลเข้าตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ
สหรัฐ จีน และออสเตรเลียดีกว่าคาด โดยเฉพาะตัวเลขดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ยังขยายตัว
ต่อเนื่องทำให้ความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังคงดำเนินต่อไป แม้จะชะลอตัวบ้าง
อย่างไรก็ตามยังคงมีกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าภูมิภาคเอเชียต่อเนื่องเพราะแรงขายทำกำไร
ในตลาดพันธบัตรสหรัฐของจีนหลังจากที่ราคาพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเม็ดเงินเหล่านี้ได้ย้ายเข้า
มาลงทุนในตลาดพันธบัตรเอเชียที่มีความมั่นคงสูงกว่าจึงเป็นเหตุให้ค่าเงินเอเชียแข็งค่าเป็น
อย่างมากในช่วงที่ผ่านมา จนธนาคารกลางญี่ปุ่นต้องเข้าแทรกแซงในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ส่งผลให้ค่าเงินเอเชียกลับมาอ่อนค่าทันทีและอาจเป็นเพียงชั่วคราวเพราะเช้านี้ค่าเงินสกุลเอเชีย
ส่วนใหญ่ยังทรงตัวและมีทีท่าจะแข็งค่าต่อ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแนวโน้ม Fund Flow สัปดาห์นี้น่า
จะยังไหลเข้าต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา
Technical View : “ยังน่ารอดัชนีผ่านแนวต้าน 927 จุดขึ้นก่อนถึงจะยอมซื้อตาม เพราะ
ถ้ายังไม่ผ่านขึ้น ก็ยังมีสิทธิรอหาจังหวะรับที่แนวรับ 915 จุดหรือต่ำกว่าลงไปได้อยู่เช่นเดิม ...”
แนวรับ : 915-910* , 905-900**
แนวต้าน : 925-927***, 938-942*, 950-960**
Technical Picks:
HMPRO (Bt 10.60 เป้าเทคนิค 11.50-12 cut loss ถ้าหลุด 10)
PLE (Bt 1.73 เป้าเทคนิค 1.90-2.10 cut loss ถ้าหลุด 1.70)
MK (Bt 2.92 เป้าเทคนิค 3.04-3.14 cut loss ถ้าหลุด 2.88)
เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 20/09/10 เวลา 10:10:46
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น