แนวโน้มตลาดวันนี้
วานนี้ตลาดหุ้นไทยดีดตัวปิดบวกเล็กน้อย ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 924.81 จุด เพิ่มขึ้น
3.71 จุด (+0.40%) มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นปานกลางที่ 2.7 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติ
พลิกเป็นซื้อสุทธิ 1.8 พันล้านบาท
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ทางฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก คาดมีแนวโน้มผันผวนในกรอบ
915-931 คำสั่งศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราวระงับการประมูล3Gส่งผลให้นักลงทุนขายทำกำไร
กลุ่มสื่อสาร ดัชนีมีแนวโน้มทดสอบ 918-915 S50U10 แท่งเทียนปิดในลักษณะโดจิดำต่ำกว่า
เส้นค่าเฉลี่ย 5 วัน ค่า Volume ลดลงมากแต่ Indicators เพิ่มขึ้นเล็กน้อย คาดการณ์ปรับตัวลง
เล็กน้อย แนวรับ 628 แนวต้านที่ 640 (S50U10 หมดอายุสิ้นเดือนกันยายน) SET50 ดัชนีปิด
เป็นแท่งเทียน โดจิขาว Volume และ Indicators ลดลงเล็กน้อย คาดดัชนีปรับตัวขึ้นต่อตาม
Trend line แนวต้านที่ 641 แนวรับที่ 629 Gold Future GFV10 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ
18,570-18,710 GFZ10 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 18,620-18,760
กลยุทธ์ แรงขายหุ้นกลุ่มสื่อสารเป็นแรงกดดันหลักต่อดัชนี ADVANCลงแรงซื้อเพื่อ
คาดหวังDividend Yieldที่สูงขึ้น คาดแรงซื้อจะกลับเข้าหุ้นอสังหาริมทรัพย์ AP กลุ่มพลังาน
PTT BANPU TOP PTTEPซื้อแนวรับ 143 กลุ่มรับเหมา CK SEAFCO หุ้นรายหลักทรัพย์
STPI MAJOR สำหรับหุ้นเก็งกำไรทางเทคนิคดูรายละเอียดใน Short-Term Trade เช่น
GFPT หรือเลือกใน Stocks in Trend นักลงทุนระยะกลาง ถือ(แนวต้านเป้าหมายแรก 949)
ดัชนี SET ดัชนีปิดเป็นแท่งเทียนโดจิขาวสูงขึ้นมาที่บริเวณเส้น SMA 5 วัน
Indicators ลดลงเล็กน้อย แต่ปริมาณการซื้อขายลดลงมาก คาดดัชนีปรับตัวขึ้นต่อตามแนว
Trend Line ระยะสั้น กรอบแนวต้านที่ 934 แนวรับที่ 918 กลยุทธ์ ซื้อเก็งกำไรแนวรับ 918 ถือ
เพื่อรอขายเล่นรอบ
ดัชนีนิกเกอิ นักลงทุนชะลอแรงซื้อเพื่อรอดูตัวเศรษฐกิจโลก ในขณะที่ค่าเงินเยนที่ไม่
อ่อนค่าอย่างต่อเนื่องจะเป็นแรงกดดันการปรับตัวยืนเหนือแนวรับ 9,500 ซึ่งหากต่ำกว่าลงมาจะ
เป็นสัญญาณขาย โดยมีแนวรับต่อที่เส้นค่าเฉลี่ย 9,300 ซึ่งคาดว่าจะมีแรงซื้อกลับคืนอีกครั้ง แนว
ต้าน 9,600
ดัชนีฮั่งเส็ง การทดสอบไม่ผ่านยืนแนวต้าน 21,800 เป็นสัญญาณลบทางเทคนิค บ่งชี้
แนวโน้มการปรับตัวลงทดสอบแนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 21,450 เป็นการปรับเพื่อขึ้นต่อไป ทั้งนี้นักลง
ทุนชะลอการซื้อเพื่อรอดูความชัดเจนเกี่ยวกับสัดส่วนเงินกองทุนต่อสินรัพย์เสี่ยงของธนาคารจีน
จากCBRC
(Analyst - ธวัชชัย tawatchai@globlex.co.th)
หุ้นแนะนำพิเศษ : AP (ราคาปิด 7.65 แนะนำซื้อ เป้าหมาย 9.40) มีความเป็นมือ
อาชีพในการพัฒนาโครงการและสามารถบริหารกระแสเงินสดได้เป็นอย่างดี ยอดขายรอโอน
(backlog) ล่าสุดแข็งแกร่งที่ 1.9 หมื่นล้านบาทจากยอดขายบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ที่ฟื้นตัวดี
มากตั้งแต่ 2Q53 การถือหุ้นเพิ่มในบริษัทร่วมทุนจะทำให้รับรู้รายได้จากคอนโดมิเนียมได้เต็มที่
โดยเฉพาะโครงการ Rhythm รัชดาที่จะเริ่มโอนพ.ย.นี้ ส่งผลให้เราปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิ
ปี 53 เป็น 2,345 ล้านบาทซึ่งเติบโต 20%YoY
(Analyst -วิลาสินี wilasinee@globlex.co.th)
Stocks in trend
แนะนำ รอซื้อเมื่ออ่อนตัว ADVANC, DTAC, TRUE นับเป็นข่าวที่น่าผิดหวังอย่าง
มากต่อหุ้นในกลุ่มสื่อสาร หลังเย็นวานนี้ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวการประมูล 3G แม้
ว่าในเช้าวันนี้ กทช.จะมีการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด แต่หากจนถึงวันที่ 20 ก.ย.นี้ เวลา
9.00 น. ศาลยังไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น กทช.จะต้องเลื่อนการประมูลออกไป นอกจากนั้น ยังเป็น
ข่าวลบต่อหุ้นสื่อสารอื่น JTS และกลุ่ม SAMART ที่มีการเก็งกำไรก่อนหน้านี้ รวมทั้งยังเป็น
ปัจจัยลบต่อกลุ่มธนาคารจากการของสินเชื่อเพื่อการลงทุน 3G ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่า
การลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท
PTT (ราคาปิด 284 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 330) ผู้บริหาร PTT คาดใบอนุญาตโรง
แยกก๊าซ 6 จะได้ข้อสรุปกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมในสัปดาห์หน้า โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้
บริการเชิงพาณิชย์ได้ราว พ.ย.53 (ที่มา: อินโฟเควสท์)
CPN (ราคาปิด 29.75 แนะนำ ซื้อเก็งกำไร) เตรียมเปิดให้บริการศูนย์การค้า
เซ็นทรัลเวิลด์ 80% จากพื้นที่ให้บริการทั้งหมดในวันที่ 28 ก.ย.นี้ หลังปิดปรับปรุงซ่อมแซมด้วย
งบกว่า 2.8 พันล้านบาท และส่วนที่เหลือคาดจะเปิดให้บริการทั้งหมดภายในเดือน ธ.ค.นี้ (ที่มา:
อินโฟเควสท์)
PRIN (ราคาปิด 2.82 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 3.70) ในช่วง 2H53 จะมีการเปิดตัว
โครงการ 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกันกว่า 2.6 พันล้านบาท โดยคาดว่าโครงการ
คอนโดมิเนียม Smart ทำเลวัชรพล จะมีการเปิดขายในวันที่ 26 ก.ย.นี้
DRT (ราคาปิด 4.56 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 4.88) ผู้บริหาร DRT คาดการเติบโต
ของกระเบื้องหลังคาคอนกรีตในปีนี้เติบโตสูงสุดถึง 15-20% จากการขยายโครงการพัฒนาที่อยู่
อาศัยเพิ่มมากขึ้น พร้อมคาดจะเติบโตในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในระดับสูงในปี 54 (ที่มา: นสพ.
ข่าวหุ้น)
(Analyst - อำนาจ amnart@globlex.co.th)
ปัจจัยบวก
+ สหรัฐรายงานจำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์ลดลง 3,000 รายสู่ 450,000 ราย
โดยลดลงกว่า 11% นับตั้งแต่กลางเดือนส.ค.สะท้อนว่าภาคเอกชน lay off พนักงานลดลง
+ ปริมาณส่งออกรถยนต์เดือน ส.ค.53 เท่ากับ 77,750 คัน เพิ่มขึ้น 80%YoY
แต่ลดลง 11%MoM มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 68%YoY ในช่วง 8 เดือนแรกของปีมี
ปริมาณส่งออก 583,533 คัน เพิ่มขึ้น 86%YoY คิดเป็นมูลค่า 2.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 84%
YoY ส่วนยอดผลิต 1.05 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 93%YoY
ปัจจัยลบ
- ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับการเปิดประมูลใบอนุญาต 3G ส่งผล
ลบทางจิตวิทยาต่อหุ้นกลุ่มสื่อสารและตลาดหุ้นไทยวันนี้ ขณะที่กทช.เตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อศาล
ปกครองสูงสุดเช้านี้
- อังกฤษเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนส.ค.ลดลง 0.5%MoM จากที่ขยายตัว 0.8% ใน
เดือนก.ค. เป็นการลดลงครั้งแรกตั้งแต่เดือนม.ค.53 สะท้อนว่ามาตรการลดรายจ่ายของรัฐบาล
เริ่มส่งผลให้เห็นแล้ว
- สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนส.ค.53 เพิ่มขึ้น 0.4% มากกว่าที่คาด
เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนพลังงานทำให้เกิดความวิตกว่าจะเกิดภาวะเงินเฟ้อที่จะถ่วงการ
ฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้ช้าลง ขณะที่ FED สาขาฟิลาเดลเฟียระบุว่าดัชนีผลผลิต หดตัว 0.7 ใน
เดือนก.ย. แม้เพิ่มขึ้นจากที่หดตัว 7.7 ในเดือนส.ค. แต่ก็ยังหดตัวอยู่ ส่วนยอดขาดดุลบัญชีเดิน
สะพัดในช่วง 2Q53 อยู่ที่ 1.233 แสนล้านดอลลาร์เป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 4 ไตรมาสแล้ว
นอกจากนี้ก.พาณิชย์ได้ปรับลดการประเมิน GDP ในช่วง
2Q53 เหลือ 1.6% จาก 2.4% ในครั้งก่อนซึ่งเป็นการขยายตัวช้าที่สุดนับตั้งแต่ 2H52
- บริษัทวิจัยในสหรัฐรายงานจำนวนบ้านที่ถูกยึดจากการผิดนัดชำระหนี้เงินกู้
ในเดือนส.ค 95,364 หลัง เพิ่มขึ้น 3%MoM และ 25%YoY
- สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยรายงานค่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน
ส.ค.53 ว่า อยู่ที่ 102.4 ลดลงจาก 108.6 ในเดือนก.ค.53 จากการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น การ
ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง สถานการณ์น้ำท่วม ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในช่วงครึ
งหลังของปีที่อาจชะลอตัวลง และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง
- ปัจจัยการเมืองที่ต้องจับตาในช่วงนี้ได้แก่ การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงระหว่าง 17-19
ก.ย.นี้ เนื่องในโอกาสครบรอบวันรัฐประหาร 19 ก.ย. จึงต้องจับตามาตรการเฝ้าระวังเป็นพิเศษใน
ช่วงนี้
ปัจจัยที่ต้องจับตา
* 17 ก.ย. สหรัฐจะประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) เดือน ส.ค.53 และ
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย. (ตัวเลขเบื้องต้น)
* 20 ก.ย. ก.พาณิชย์ของไทยจะประกาศตัวเลขดุลการค้า เดือนส.ค.53 และวันนี้เป็น
กำหนดวันสุดท้ายที่ธปท.กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์เสนอแนวทางการปรับโครงสร้างค่า
ธรรมเนียมการโอนข้ามเขตและอื่น ๆ
(Analyst - วิลาสินี wilasinee@globlex.co.th)
Wall Street
Wall Street: ดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 22.10 จุด หลังตัวเลขการว่างงานรายสัปดาห์ปรับตัวลดลง
ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 22.10 จุด โดยตลาดได้แรงหนุนจาก
ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐที่ปรับตัวลดลง โดยตัวเลขการว่าง
งานสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลง 3,000 ราย มาอยู่ที่ระดับ 450,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2
เดือน อย่างไรก็ตามดัชนีไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักเนื่องจากนักลงทุนส่วนหนึ่งยังวิตกต่อแนวโน้ม
เศรษฐกิจหลังจาก เฟดสาขาฟิลาเดลเฟียออกมารายงานดัชนีภาคการผลิตในเดือนก.ย.ยังอยู่ใน
ระดับ -0.7 จุดซึ่งสะท้อนว่าภาคการผลิตในฟิลาเดลเฟียยังคงหดตัวลง ขณะเดียวกันกระทรวง
พาณิชย์สหรัฐก็รายงานยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในช่วงไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นเป็น 1.233 แสนล้าน
ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 4 ไตรมาส ทำให้ปิดตลาดดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น
22.10 จุด หรือ 0.21% ปิดที่ 10,594.83 จุด ดัชนี S&P 500 ขยับลง 0.41 จุดหรือ 0.04%
ปิดที่ 1,124.66 จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.93 จุด หรือ 0.08% ปิดที่ 2,303.25 จุด
ราคาน้ำมัน : NYMEX ลดลง 1.45 เหรียญ จากข่าวเอ็นบริดจ์พร้อมเปิดท่อส่งน้ำมันในวันพรุ่งนี้
ราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 1.45 ดอลลาร์ต่อ
บาร์เรล โดยตลาดถูกกดดันหลังจากมีรายงานว่าบริษัทเอ็นบริดจ์ เอ็นเนอร์จี พาร์ทเนอร์ เตรียม
เปิดท่อส่งน้ำมันไปยังเขตมิดเวสต์ของสหรัฐอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ หลังจากการซ่อมแซมรอยรั่วเสร็จ
สิ้นลง นอกจากนี้นักลงทุนยังวิตกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจหลังจาก เฟดสาขาฟิลาเดลเฟียออกมา
รายงานดัชนีภาคการผลิตในเดือนก.ย.ยังอยู่ในระดับ -0.7 จุด ซึ่งสะท้อนว่าภาคการผลิตในเขตฟิ
ลาเดลเฟียยังหดตัว ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์สหรัฐก็รายงานยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดใน
ช่วงไตรมาส 2/53 เพิ่มขึ้นเป็น 1.233 แสนล้านดอลลาร์ ทำสถิติเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นไตรมาสที่
4 ทำให้ปิดตลาดราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 1.45 ดอลลาร์
หรือ 1.91% มาปิดที่ระดับ 74.57 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดล่วงหน้า
กรุงลอนดอนส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 94 เซนต์ ปิดที่ 74.48 ดอลลาร์/บาร์เรล
(Analyst -อาทิตย์ artit@globlex.co.th)
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 17/09/10 เวลา 10:03:20
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น