สรุปภาพตลาด
ตลาดหุ้นไทยร่วงลงตามคาดสวนกับตลาดหุ้นอื่นๆในภูมิภาค โดยตลาดมีความ
ผันผวนค่อนข้างมากตลอดทั้งวัน หลักๆมาจากประเด็นความกังวลต่อการออก
มาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้าของแบงค์ชาติ และการที่ศาลปกครองจะมีการตัดสิน
คุ้มครองการประมูล 3G หรือไม่ ซึ่งตามข่าวที่ทราบก็คือมีการไตร่สวนเรียบร้อยแล้ว
แต่จะแถลงคำตัดสินอีกครั้งภายในวันสองวันนี้ ซึ่งสวนใหญ่ตลาดคาดว่าจะออกมาใน
เชิงบวก สิ้นวันนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ
แนวโน้มตลาด
ประเด็นที่ต้องตามช่วงนี้ก็มีผลการตัดสินของศาลปกครองกรณี 3G ซึ่งตลาด
ส่วนใหญ่คาดว่าไม่น่ามีปัญหา แต่ก็ยังต้องติดตาม ส่วนประเด็นค่าเงินบาท ช่วงนี้ค่า
เงินบาทค่อนข้างนิ่งและอ่อนตัวลงมาเล็กน้อยหลังญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงค่าเงินเยน และ
มีข่าวว่าแบงค์ชาติอาจออกมาตรการป้องกันการเก็งกำไรค่าเงิน เราคาดการณ์ว่ามี
ความเป็นไปได้ที่แบงค์ชาติจะออกมาตรการ แต่เราคาดว่าผลกระทบที่มีต่อเงินลงทุน
ที่ไหลเข้าลงทุนในตลาดหุ้นน่าจะมีไม่มากนัก แต่เชื่อว่าประเด็นนี้จะรบกวนจิตใจนัก
ลงทุน ซึ่งจะทำให้นักลงทุนไม่กล้าถือหุ้นยาว และตลาดก็อาจผันผวนมากขึ้น
ปัจจัยตลาดวันนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนบวกเล็กน้อย ราคาน้ำมันอ่อนตัวลง ค่าเงินบาท
เริ่มอ่อนตัวลง แม้แบงค์ชาติเมื่อวานออกมาชี้แจงว่ายังไม่มีการออกมาตรการใดๆใน
ช่วงนี้ ส่วนวันนี้จับตาประเด็นศาลปกครองตัดสินคุ้มครองการประมูล 3G หรือไม่ ซึ่ง
ส่วนใหญ่ตลาดคาดว่าศาลจะตัดสินออกมาในเชิงบวกต่อตลาดหุ้น อย่างไรก็ตามเมื่อ
วานตลาดในตอบรับไม่แล้วส่วนหนึ่ง ฉะนั้นวันนี้อาจมีผลต่อราคาหุ้นไม่มากนัก ช่วงนี้
เรามองตลาดยังผันผวนเน้นการเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นขนาดเล็กขนาดกลาง (คม
สันต์ ปรมาภูติ Tel. (662) 618-1332-3)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด
ธปท. เผยยังไม่เปลี่ยนนโยบายดูแลบาท เน้นดูแลไม่ให้บาทผันผวน:
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยผลการประชุม
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) นัดพิเศษเมื่อสัปดาห์ก่อน ยังเห็นด้วยกับแนว
ทางของ ธปท. ในการดูแลเงินบาทในขณะนี้ และยังไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง
นโยบายที่มีอยู่ โดย ธปท. ยังคงจับตาเงินบาทอย่างใกล้ชิด และเน้นดูแลไม่ให้
ผันผวน ทั้งนี้ มีเสียงเรียกร้องให้ ธปท. ออกมาตรการเพิ่มเติมในการดูแลค่าเงินบาท
มีมากขึ้นหลังเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผล
จากกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ามาในเอเชียอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้บาทแข็งค่าขึ้นมา
แล้วราว 8% เป็นอันดับ 3 ในเอเชีย รองจากเยน และริงกิต
ศาลปกครองกลางสั่งรับฟ้องคดีที่ กสท ยื่นฟ้อง กทช. กรณีจะเปิดประมูล
3G แล้ว: ศาลปกครองกลางมีคำสั่งรับฟ้องแล้ว ในคดีที่ บมจ.กสท โทรคมนาคม
(กสท) ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กรณีจะเปิดประมูล
ใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G ขณะที่เอกสารราชการของศาลปกครองกลาง
ที่เป็นคำสั่งเรียก กสท และ กทช. มาให้ถ้อยคำในประเด็นที่เกี่ยวกับคำขอคุ้มครองชั่ว
คราวนั้น ได้ระบุไว้ในตอนท้ายหมายเรียกซึ่งมีใจความว่า 'อนึ่ง ศาลได้มีคำสั่งรับคำ
ฟ้องของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณาแล้ว เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2553' ขณะที่ กสท คาดว่า
ศาลปกครองกลางน่าจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ ในเย็นวันที่ 15 ก.ย. หรือวันที่
16 ก.ย. โดยคำสั่งศาลฯ จะเป็นส่งมาเป็นเอกสาร ทั้งนี้ กสท ยื่นฟ้อง กทช. ต่อศาล
ปกครองกลางเมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา เพื่อขอให้ศาลฯ มีคำสั่งเพิกถอนหลัก
เกณฑ์การให้ใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G เนื่องจากเห็นว่า กทช. ชุด
ปัจจุบัน ไม่มีอำนาจในการออกประกาศหลักเกณฑ์การให้ใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อน
ที่ระบบ 3G ตาม พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ ปี 2543 ที่ประกาศไว้ในรัฐธรรมนูญปี
2540 เพราะรัฐธรรมนูญปี 2540 ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว และ กสท ยังเห็นว่า พ.ร.บ.จัด
สรรคลื่นความถี่ ขัดกับรัฐธรรมนูญปี 50 เรื่องการโรมมิ่งที่กำหนดให้คนที่ใช้ 3G
สามารถโรมมิ่งในระบบ 2G ได้ แต่คนที่ใช้ 2G ไม่สามารถโรมมิ่งระบบ 3G ได้ ทำ
ให้ กสท เป็นผู้เสียหายโดยตรง โดยจะทำให้กสท สูญเสียรายได้มูลค่า 3 หมื่นล้าน
บาท/ปี ซึ่งเป็นรายได้จากสัญญาสัมปทานที่ควรจะได้ รวมทั้ง กสท ยังได้ขอให้ศาล
ปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว โดยให้ กทช. ระงับการเปิดประมูลใบอนุญาต
3G ที่จะเริ่มประมูลในวันที่ 20 ก.ย.นี้ โดยกำหนดมูลค่าขั้นต่ำชุดละ 1.28 หมื่นล้าน
บาท
รฟท. จะขายซองประมูลสร้างโครงการรถไฟสีแดง สัญญา 3 วันที่ 20 ก.ย.-1
ต.ค.นี้: การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เผยในวันที่ 20 ก.ย.-1 ต.ค.53 จะเปิดขาย
ซองประมูลงานก่อสร้าง โครงการรถไฟสายสีแดง สัญญาที่ 3 ซึ่งเป็นงานระบบไฟฟ้า
และอาณัติสัญญาณ มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าซื้อซองประมูล
จากทั้งในและต่างประเทศ เช่นเดียวกับการเปิดขายซองสัญญาที่ 1 และ 2 โดย
สัญญาที่ 3 นี้จะรวมงานวางรางในช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ทั้งนี้ รฟท. เป็นเจ้าของ
รถไฟฟ้าสายสีแดง เส้นทางบางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 26 กิโลเมตร มูลค่า 7.7 หมื่น
ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังได้ลงนามกู้เงินไจก้าไปแล้ว เมื่อเดือน มี.ค. 52 ใน
เงื่อนไขผ่อนปรนดอกเบี้ย 1.4% ต่อปี ระยะเวลาการผ่อนชำระ 25 ปี แต่ 7 ปีแรก
ปลอดเงินต้น โดยงวดแรกจะได้รับเงิน 2.33 หมื่นล้านบาท สำหรับการประมูล แบ่ง
เป็น 3 สัญญา โดยเป็นงานโยธา 2 สัญญา มูลค่ารวมราว 4.5 หมื่นล้านบาท และงาน
ระบบราง 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งสัญญาที่ 1 เป็นงานก่อสร้างทางยกระดับ ช่วงสถานี
รถไฟบางซื่อ อาคารซ่อมบำรุงรถชานเมืองและรถทางไกล ถนนและสะพานยกระดับ
โดยสัญญาที่ 1 นี้ มีผู้สนใจซื้อเอกสารประกวดราคา 11 ราย โดยผู้ซื้อซองประกวด
ราคา ประกอบด้วย STEC, ITD, CK, บริษัท มิตซุย (ประเทศไทย), บริษัท ซิโน
ไฮโดร คอร์เปอเรชั่น, UNIQ, NWR, บริษัทโอบายาชิ คอร์ปอเรชั่น, บริษัทวิจิตร
ภัณฑ์ก่อสร้าง, บริษัท เอ.เอส.แอสโซซิเอท เอ็นจิเนียริ่ง (1964) และบริษัทไชน่า
ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง ส่วนสัญญาที่ 2 เป็นงานก่อสร้างทางยกระดับบางซื่อ-รังสิต รวม
งานสถานี 8 สถานี ถนนและสะพานยกระดับ ส่วนสัญญาที่ 3 เป็นงานสัญญาวางราง
และระบบรถไฟฟ้า โดยมีผู้สนใจซื้อซองประกวดราคา 8 ราย ประกอบด้วย STEC,
ITD, CK, มิตซุยฯ, ซิโน ไฮโดรฯ, UNIQ, NWR และโอบายาชิฯ
'คาร์ฟูร์' ประกาศเส้นตายวันที่ 5 พ.ย. สำหรับการประมูลรอบ 2: แหล่งข่าว
รายงานว่า คาร์ฟูร์ ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกอันดับ 1 ของยุโรปกำหนดเส้นตายในวันที่ 5
พ.ย. สำหรับการให้บริษัทต่างๆ ยื่นราคาประมูลรอบ 2 เพื่อซื้อกิจการของคาร์ฟูร์ใน
สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย โดยการประมูลในวงเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ได้รับความ
สนใจอย่างมากจากบริษัทหลายแห่ง โดยเมื่อ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา บริษัทคาร์ฟูร์
ประกาศว่าบริษัทที่ได้ยื่นประมูลซื้อกิจการของคาร์ฟูร์ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่
ผ่านเข้าสู่รอบ 2 ได้รวมถึง บริษัทกาสิโน ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกของฝรั่งเศส พร้อมกับ
BIGC ซึ่งกาสิโนได้ถือหุ้นบางส่วน, บริษัทเครือเซ็นทรัลของไทย, BJC ซึ่งเป็นผู้ผลิต
สินค้าอุปโภคบริโภค และ PTT นอกจากนี้ยังมี เทสโก้สามารถผ่านเข้าสู่รอบ 2 ของ
การประมูลได้ รวมทั้งบริษัทแดรี ฟาร์ม ซึ่งเป็นเจ้าของเครือข่ายไจแอนท์ แอนด์
โคลด์ สตอเรจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็สามารถผ่านเข้าสู่รอบ 2 ของการประมูล
ซื้อสินทรัพย์ในสิงคโปร์และมาเซียด้วย ขณะที่บริษัทอิออนก็เข้าสู่รอบ 2 เช่นกัน แม้
ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าบริษัทยังคงเสนอประมูลสินทรัพย์ในทั้ง 3 ประเทศหรือไม่ นอก
จากนี้ บริษัทนาวิส แคปิตอล พาร์ทเนอร์ส ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์เอกชนใน
มาเลเซีย ก็ผ่านเข้าสู่รอบ 2 เช่นกัน อย่างไรก็ตาม คาร์ฟูร์, กาสิโนและเทสโก้ต่าง
ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นต่อการประมูล ดังกล่าว (ปองรัตน์ รัตนะตวณานนท์ Tel.
(662) 618-1336)
เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 16/09/10 เวลา 12:13:48
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น