วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 16/09/53

Trading Strategy
“สั้นๆ มีสิทธิรีบาวน์ต่อ”
สรุปภาพตลาดและกลยุทธ์
• วานนี้ผันผวนมาก SET Index วานนี้ลงไปต่ำสุดที่ 902.46 (-18.93 จุด) เพราะ
วิตกว่าแบงค์ชาติจะออกมาตรการดูแลเงินบาทเพิ่มเติม จึงมีแรงขายหุ้น Big Cap ออกมาแรง
แต่เมื่อผู้ว่าการธปท.ออกมาเปิดเผยว่าขณะนี้ยังไม่เปลี่ยนนโยบายดูแลค่าเงินบาทและยังไม่ต้อง
การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่มีอยู่ ทำให้มีแรงซื้อกลับในหุ้นที่ราคาปรับลดลงแรง โดยเฉพาะในกลุ่ม
พลังงาน ปิดตลาดดัชนีลดช่วงลบเหลือเพียง –0.29 จุดมาปิดทรงตัวที่ 921.10 จุด มูลค่าซื้อขาย
สูง 4.1 หมื่นล้านบาท สถาบันในประเทศนำขายสุทธิ 3.3 พันล้านบาท นักลงทุนต่างชาติและ
พอร์ตบล.ขายสุทธิเล็กน้อย ส่วนรายย่อยซื้อสุทธิ สำหรับตลาดฟิวเจอร์ส นักลงทุนต่างชาติทำ Net
Long 1.3 พันล้านบาท, สถาบันในประเทศ Net Long 578 ล้านบาท ส่วนรายย่อย Net Short
• สั้นๆ มีสิทธิรีบาวน์ต่อ เมื่อวานนี้ถือว่าตลาดหุ้นไทยมีรีบาวน์ไปแล้ว 18.64 จุด
(จากระดับปิดเทียบกับระดับต่ำสุดในวัน) สำหรับวันนี้มีโอกาสปรับขึ้นต่อ เนื่องจากความกังวล
เรื่องมาตรการดูแลเงินบาทของธปท.ผ่อนคลายลง หลังผู้ว่าการธปท.ยืนยันว่ายังไม่มีแนวคิดที่จะ
ออกมาตรการใดๆ เพิ่มเติมในช่วงนี้ ประกอบกับเงินบาทได้อ่อนค่าลง ล่าสุดเช้าวันนี้เท่ากับ
30.89 บาท/US$ จากที่แข็งค่าสุดของรอบนี้ที่ 30.63 บาท/US$ เมื่อ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ปัจจัยที่
ติดตาม คือ ศาลปกครองจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวการเปิดประมูลใบอนุญาต 3G หรือไม่ ซึ่ง
หากไม่คุ้มครองชั่วคราวและการเปิดประมูลใบอนุญาต 3G เดินหน้าต่อ ก็จะเป็นอีกปัจจัยที่หนุน
ดัชนี แต่ถ้าออกมาทางตรงกันข้ามก็จะกลายเป็นปัจจัยฉุดแทน
• กลยุทธ์การลงทุน สำหรับหุ้นกลุ่มพลังงาน มองว่า BANPU เด่นเพราะคาดว่าราคา
ถ่านหิน Spot ยังทรงตัวสูงเหนือ 90 US$/ตันได้ และมีลุ้นเรื่องการประมูลซื้อ Centennial
Coal ซึ่งจะทราบผลในสิ้นก.ย.นี้ นอกจากนั้นเรายังชอบหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน
(Investment) คือ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง โดยหลักทรัพย์ที่น่าสนใจ คือ SCC, TSTH, SSI กลุ่มรับ
เหมาก่อสร้าง เราให้ STEC เป็น Top Pick รองลงมาเป็น CK และนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมองว่า
AMATA, HEMRAJ ยังโดดเด่นเพราะใกล้บรรลุข้อตกลงในการขายที่ดินแปลงใหญ่ สำหรับ
ธนาคารพาณิชย์ มองว่า KTB น่าสนใจ รองลงมาเป็น TCAP,BAY ทั้งนี้ KTB เน้นสินเชื่อ
สาธารณูปโภคและสินเชื่อที่เกี่ยวกับโครงการรัฐ ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวสูงใน 2H53 และในปี
2554 ด้าน TCAP เน้นสินเชื่อเช่าซื้อที่เติบโตแข็งแกร่งตามยอดขายรถยนต์ในประเทศ & การ
ควบรวมกับ SCIB ก่อให้เกิด Synergies และมูลค่าเพิ่มในระยะกลาง-ยาว และ BAY เป็นผู้นำ
สินเชื่อรายย่อยที่ได้รับประโยชน์จากการบริโภคในประเทศที่อยู่เกณฑ์ดี และทั้ง 3 ธนาคารดัง
กล่าวไม่ได้เน้นลูกค้า SMEs ซึ่งในช่วงนี้มีความกังวลสภาพคล่องทางการเงินของ SMEs เมื่อ
บาทแข็งค่าขึ้นมาก หุ้นเด่นวันนี้เลือกเป็น BANPU, SCC, KTB, TCAP, AMATA,
HEMRAJ,STEC, CK ส่วนหุ้นปันผลเด่น มีเงินเย็นสามารถทยอยซื้อ/ถือลงทุนยาวเพื่อรับปันผล
สูง ได้แก่ SNC, TMT, DCC,MODERN, CSP, TICON, LPN, SPALI

Key Drivers :
• ดัชนีดาวโจนส์ดีดขึ้น 46.24 จุด แต่ปริมาณการซื้อขายอยู่ในระดับต่ำ
• สหรัฐ : การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค.เพิ่มในอัตราที่ชะลอตัวลงตามคาด
- ราคาน้ำมันดิบปรับลงต่อ โดย NYMEX –0.78 US$ มาปิดที่ 76.02 US$/bbl
- ค่าการกลั่นสิงคโปร์ Spot อ่อนลง โดยปิดที่ 3.43 US$/bbl จากวันก่อนหน้าที่ 3.75
US$/bbl
- ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry Index : BDI) ดิ่ง โดยปิด –100 จุด มายัง 2840
- ราคาทองคำที่ตลาด COMEX อ่อนลง โดย –3.00 US$ มาปิดที่ 1,268.70 US$/
ออนซ์
• กลุ่มสื่อสาร : ศาลฯจะออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวการเปิดประมูล 3G ของกทช.หรือ
ไม่?
- ทีโอที จะยื่นฟ้องว่ากทช.ไม่มีอำนาจเปิดประมูลใบอนุญาต 3G ตามรัฐธรรมนูญปี 50
ในวันที่ 17 ก.ย.นี้
- กลุ่มธนาคารพาณิชย์ : ระวังการปล่อยสินเชื่อธุรกิจ SMEs ที่เกี่ยวกับการส่งออกมาก
ขึ้น
•/- การเมือง : จับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงและอาจมีกลุ่มสร้างสถานการณ์
ความไม่สงบในช่วงนี้

Top Picks – ก.ย.53 : BEC, BANPU, DCC, DTAC, LPN
Top Picks หุ้นปันผลสูง : ADVANC, CSL, SPALI, LPN, TMT, MCS, DCC,
MODERN, CPNRF,SPF, TICON, CSP
หุ้นถูกขายชอร์ตมาก–วันก่อน : IVL 4.4%, CPN 4.1% ของปริมาณซื้อขายกระดาน
หลัก

วิเคราะห์&กลยุทธ์ทางเทคนิค : “ดี...ต้องไม่ถอย” ระยะสั้นสัญญาณทางเทคนิคตีกลับจน
เหมือนจะเป็นบวก (ดีดกลับจากลบมาก มาเหลือ ลบน้อย แต่ยังคงต่ำกว่า SMA 10 วัน และมีแรง
กดจากสภาวะ Overbought +Divergence) ความน่าจะเป็นของตลาด คือ แกว่งแบบมีลุ้นรี
บาวน์ก่อนลงต่ำ (ต่อ) ได้ แนวต้าน 930 หรือ 940 ลดพอร์ตตามเมื่อดัชนีเป็นลบ และ Stop
loss เมื่อหลุด 900 สำหรับ SET50 มีทิศทางเดียวกับตลาดรวม หากรีบาวน์ต่อจะมีแนว
ต้าน 640 หรือ 650 ค่าลบให้ลดพอร์ตตามและ Stop loss เมื่อหลุด 630 กลยุทธ์หลัก : ซื้อตาม
ด้วยค่าบวกเพื่อขายที่แนวต้าน โดยมีเงื่อนไขว่าดัชนีจะต้องอยู่เหนือแนว Stop loss หุ้นเด่นทาง
เทคนิควันนี้ คือ SSI, TTCL, AP, TOP, TMT, TCJ,AJ, MAKRO

ปัจจัยต่างประเทศ & ราคาสินค้าโภคภัณฑ์
• ดัชนีดาวโจนส์ดีดขึ้น 46.24 จุด แต่ปริมาณการซื้อขายอยู่ในระดับต่ำ หุ้นกลุ่มพลังงาน
และเทคโนโลยีปรับลงถ่วงการปรับขึ้นของดัชนี
• สหรัฐ : การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค.เพิ่มในอัตราที่ชะลอตัวลงตามคาด เฟดเปิด
เผยว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค.เพิ่มขึ้น 0.2%MoM เป็นไปตามคาด แต่ชะลอลงจาก
เดือนก.ค.ที่ปรับขึ้น 0.6%MoM ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตส.ค.เท่ากับ 74.7%
- ราคาน้ำมันดิบปรับลงต่อ โดย NYMEX –0.78 US$ มาปิดที่ 76.02 US$/bbl ส่วน
BRENT –0.25 US$ มายัง 78.91 US$/bbl เนื่องจากคาดว่าบริษัทเอ็นบริดจ์จะจัดส่งน้ำมัน
ดิบจากแคนาดาเข้าสู่มิดเวสต์ได้ในไม่ช้านี้ หลังซ่อมแซมจุดรั่วไหลเสร็จเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่าน
มา ด้าน EIA รายงานว่าสต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์สิ้นสุด 10 ก.ย.ลดลง 2.5 ล้านบาร์เรล เป็น
357.4 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ถือว่าสต็อกยังอยู่ในระดับสูงมาก
- ค่าการกลั่นสิงคโปร์ Spot อ่อนลง โดยปิดที่ 3.43 US$/bbl จากวันก่อนหน้าที่ 3.75
US$/bbl
- ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry Index : BDI) ดิ่ง โดยปิด –100 จุด มายัง 2840
- ราคาทองคำที่ตลาด COMEX อ่อนลง โดย –3.00 US$ มาปิดที่ 1,268.70 US$/
ออนซ์

ปัจจัยในประเทศ & อุตสาหกรรมและหุ้นเด่น
• กลุ่มสื่อสาร : ศาลฯจะออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวการเปิดประมูล 3G ของกทช.หรือ
ไม่? เมื่อวานนี้ศาลปกครองกลางยังไม่มีคำสั่งเกี่ยวกับกรณีการเปิดประมูล 3G หลังไต่สวนกทช.
และกสท. โดยคาดว่าใน 1-2 วันนี้ศาลจะมีคำสั่งว่าจะคุ้มครองชั่วคราวการประมูล 3G หรือไม่ ทั้ง
นี้กทช.จะเปิดประมูลใบอนุญาต 3G รอบแรกในวันที่ 20-28 ก.ย.53 โดยมีราคาประมูลใบ
อนุญาตเริ่มต้น 1.28 หมื่นล้านบาท ด้านทีโอที กล่าวว่า จะยื่นฟ้องว่ากทช.ไม่มีอำนาจเปิดประมูล
ใบอนุญาต 3G ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 50 ในวันที่ 17 ก.ย.นี้
ความเห็นทีมกลยุทธ์ Retail : ยังต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดต่อไปว่าศาลจะมีคำสั่งคุ้ม
ครองชั่วคราวการเปิดประมูลใบอนุญาต 3G ที่จะเริ่มในวันที่ 20 ก.ย.นี้หรือไม่ ซึ่งหากมีการเลื่อน
เปิดประมูลก็จะเป็นข่าวลบและกดดันให้ราคาหุ้น ADVANC, DTAC และ TRUE ปรับลง และ
ถ้าไม่เลื่อนก็เป็นข่าวดีใน Step แรก หลังจากนั้นต้องไปลุ้นกันต่อว่ากลุ่มบริษัทใดจะชนะประมูล
ใบอนุญาต 3G ในรอบแรก (2 ใบ) ในเชิงกลยุทธ์ เรายังคงให้ ADVANC เป็นหุ้น Top Pick ใน
กลุ่มพราะหากมีการประมูล 3G มีโอกาสสูงที่จะชนะในรอบแรก และหากไม่มีการประมูล 3G
บริษัทก็น่าจะจ่ายปันผลพิเศษเหมือนในปี 52 ที่ผ่านมา
- กลุ่มธนาคารพาณิชย์ : ระวังการปล่อยสินเชื่อธุรกิจ SMEs ที่เกี่ยวกับการส่งออกมาก
ขึ้น นายเกริก วณิกุลรองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงินธปท. เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคาร
พาณิชย์เริ่มนำประเด็นเรื่องค่าเงินบาทมาเป็นปัจจัยเสี่ยงในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อแล้ว เพราะ
เงินบาทที่แข็งค่าเร็วทำให้ความสามารถในการทำกำไรของผู้ส่งออกลดลงและมีความเสี่ยงมาก
ขึ้น จึงมีการชะลอการให้สินเชื่อหรือลดวงเงินให้สินเชื่อในธุรกิจ SMEs ที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก
ลง
ความเห็นทีมกลยุทธ์ Retail : นับเป็นข่าวลบระยะสั้นกับธนาคารพาณิชย์ที่มีการปล่อย
สินเชื่อให้กับกลุ่ม SMEs มาก เช่น KBANK, BBL โดยอาจทำให้การขยายตัวของสินเชื่อส่วนนี้
ชะลอลงในช่วงปลาย 3Q53-4Q53 เนื่องจากต้องคำนึงถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม
คาดว่าจะกระทบกับเป้าหมายการขยายตัวของสินเชื่อและคาดการณ์กำไรสุทธิของธนาคารไม่
มาก
•/- การเมือง : จับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงและอาจมีกลุ่มสร้างสถานการณ์
ความไม่สงบในช่วงนี้ทางกลุ่มนปช.จะมีการจัดกิจกรรมทางการเมืองวันที่ 19 ก.ย.นี้ และพ.ต.ท.
ทักษิณจะมีการโฟนอินเข้ามาที่จ.เชียงใหม่



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 16/09/10 เวลา 12:13:04

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น