แกว่งตัวออกข้าง
KGI ประเมิน SET วันพฤหัสฯ จะมีเสถียรภาพมากขึ้น หลังผันผวนรุนแรงใน 2 วันที่
ผ่านมาจากความกังวลต่อมาตรการคุมเงินทุน วานนี้ผู้ว่า ธปท. ให้สัมภาษณ์ว่านโยบายดูแลเงิน
บาทยังคงเป็นเช่นเดิม เราจึงมองความเสี่ยงต่อมาตรการคุมเงินทุนน้อยลงมาก แต่ยังมีความ
เสี่ยงอีกอย่างในวันนี้กล่าวคือศาลปกครองกลางน่าจะตัดสินว่าจะคุ้มครองชั่วคราว ระงับประมูลใบ
อนุญาต 3 จีหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นจะเป็นลบต่อภาพรวมตลาดด้วยไม่ใช่ต่อกลุ่มสื่อสารเท่านั้น ทั้ง
นี้ภายใต้สมมติฐานว่าไม่มีคำสั่งคุ้มครองฯ ดัชนีฯ น่าจะทรงตัวเพื่อรอดูปัจจัยกระตุ้นถัดไป ด้าน
ปัจจัยต่างประเทศจะไม่มีผลสำคัญต่อหุ้นไทย ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ในระดับปานกลางและ
ผสมปนเปกัน ดัชนีสำรวจการผลิตแถบนิวยอร์กเดือน ก.ย. ออกมาน่าผิดหวัง แต่การผลิต
อุตสาหกรรมเดือน ก.ค. (ไม่รวมยานยนต์) แข็งแกร่งสุดตั้งแต่เดือน พ.ค. เรามองว่านักลงทุนต่าง
ชาติยังไม่มั่นใจเต็มที่เกี่ยวกับมาตรการคุมเงินทุน หลังมี บล. ต่างชาติบางที่คาดการณ์ว่าจะมี
มาตรการออกมา ขณะที่นักลงทุนสถาบันซึ่งขายสุทธิหนักถึง 3.7 พันล้านบาทใน 2 วันที่ผ่านมา ก็
มีแนวโน้มจะชะลอการลงทุนต่อเช่นกัน กลยุทธ์เล่นสั้นจึงแนะใช้แบบขึ้นขาย-ลงซื้อ แนวต้าน
926 จุด แนวรับ 913 จุด พอร์ตลงทุนเน้นรับหุ้นพื้นฐานแกร่งช่วงราคาอ่อนตัว เนื่องจากระยะยาว
เรายังเชื่อว่าต่างชาติจะเข้าซื้อหุ้นไทยต่อ หุ้นเด่น PTTCH*, TASCO, VNG, AMATA และ
HEMRAJ เป็นต้น
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ดร. ธาริษา วัฒนเกส ระบุว่า ธปท. ยังไม่จำเป็น
ต้องออกมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้าเพื่อลดการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินบาทแม้ว่าค่าเงินบาท
จะแข็งค่าขึ้นในลำดับต้นๆ ของภูมิภาค นโยบายดูแลค่าเงินไม่เปลี่ยนแปลงโดยจะติดตามดูแล
อย่างใกล้ชิดไม่ให้ผันผวน เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเป็นผลทั้งจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน
ประเทศ (โพสต์ทูเดย์) เราคาดว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่ออกมาตรการแรงเพื่อควบคุม
เงินทุนไหลเข้า ขณะที่เงินบาทยังเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินในภูมิภาค
กระทรวงอุตสาหกรรมคาด 1-2 สัปดาห์ กว่า 50 โครงการในคดีมาบตาพุดจะได้ใบ
อนุญาตประกอบกิจการทั้งหมด ภายหลังจากที่หลังศาลปกครองมีคำสั่งยกคำร้องการระงับกิจการ
ผู้ประกอบการ และผู้ประกอบการได้ได้ยื่นเรื่องมายัง กนอ. ที่จะขอใบอนุญาตใช้ที่ดินเพื่อเดินหน้า
โครงการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและบริเวณใกล้เคียง รวมทั้งโครงการโรงแยก 6
ของ PTT* ที่ยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการมายังกรมโรงงานฯ แล้ว ซึ่งหากเอกสารครบถ้วนจะ
ใช้เวลาในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานได้ไม่เกินสัปดาห์หน้า
THAI* ประกาศราคาขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนเท่ากับ 31.00 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่า
กรอบราคาที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 32.00 บาท และมีส่วนลดจากราคาปิดวานนี้ 13.9% ทั้งนี้
จากราคาเพิ่มทุนที่ 31.00 บาท ทำให้ได้ข้อสรุปจำนวนหุ้นเพิ่มทุนที่จะขายเท่ากับ 483.89 ล้าน
หุ้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ 1) 246.9 ล้านหุ้นเสนอขายให้กับกระทรวงการคลังเพื่อคงสัดส่วน
การถือครองหุ้นในอัตราส่วน 51.03% 2) เสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 221.8 ล้านหุ้น หรือ
อัตราส่วนการเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมคือ 1 หุ้นสามัฐเดิม ต่อ 0.2667 หุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่
3) เสนอขายให้กับผู้จองซื้อรายย่อย จำนวน 15.1 ล้านหุ้น และสำหรับจำนวนที่เหลือจากการเสนอ
ขาย จะเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมและ/หรือผู้จองซื้อรายย่อย จากการเพิ่มทุนจำนวนดังกล่าวทำ
ให้เกิด Dilution effect ต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นราว 22.17%
ผู้จัดการฝ่ายคดี บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าศาลปกครอง
กลางนัดไต่สวนคู่ความเพื่อพิจารณาว่าจะคุ้มครองชั่วคราว หรือไม่ในวันที่ 16 กันยายน เวลา
09.30 น. ในกรณีการฟ้องว่า กทช.ไม่มีอำนาจเปิดประมูลใบอนุญาต 3G ขณะเดียวกันมีรายงาน
ข่าวจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ว่าฝ่ายบริหารได้นัดประชุมเร่งด่วน เพื่อหารือประเด็นที่จะ
ยื่นฟ้อง กทช. ต่อศาลปกครองกลางหรือไม่ คาดจะทราบผลภายใน 1-2 วันนี้
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 16/09/10 เวลา 9:49:17
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น