วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 16/09/53

ตลาดอาจแกว่งผันผวนบ้าง แต่ถ้าไม่ต่ำกว่า 900 จุดก็ไม่น่าห่วง .. ลงซื้อได้!!
แนวโน้ม: ตลาดหุ้นไทยวานนี้เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาในช่วงบ่ายทำให้สามารถ
ปิดเป็นลบไปเพียงเล็กน้อย หลังจากที่ช่วงเช้า SET ปรับตัวลดลงเกือบ 20 จุด จาก
ความกังวลเกี่ยวกับมาตรการสกัดกั้นเงินไหลเข้าจากแบงก์ชาติที่เป็นข่าวกังวลของ
นักลงทุนมาตั้งแต่วันก่อน แต่สุดท้ายเมื่อทางผู้ว่าแบงก์ชาติออกมายืนยันว่าจนถึง
ปัจจุบันยังมั่นใจว่ามาตรการดูแลค่าเงินที่ใช้อยู่ยังใช้ได้ผล และยังไม่จำเป็นต้องเพิ่ม
เติมมาตรการใดๆ ก็ทำให้นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลลงได้บ้าง แต่จากแนวโน้มค่า
เงินบาทที่ยังมีโอกาสแข็งค่าต่อเนื่อง อาจจะยังเป็นประเด็นกดดันต่อความมั่นใจของ
นักลงทุนต่อไปอีกสักระยะได้ แม้ว่าช่วงนี้เงินบาทจะเริ่มอ่อนค่าลงบ้างก็ตาม ดังนั้น
FSS คาดว่า SET จะยังแกว่งตัวในลักษณะค่อนข้างผันผวนภายในกรอบ 910-927
จุดโดยประมาณอยู่ก่อน นอกจากนี้นักลงทุนบางส่วนยังรอติดตามการพิจารณากรณี
ที่ กสท.ฟ้องเรื่อง 3G ในช่วง 1-2 วันนี้ว่าศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งในลักษณะใด
อีกด้วย ขณะที่ตลาดหุ้นในเอเชียเช้านี้ก็อยู่ในลักษณะพักฐานเช่นกัน อย่างไรก็ตาม
เรามองว่าจังหวะอ่อนตัวลงของ SET ในช่วงนี้ยังถือเป็นจังหวะเลือกหุ้นเข้ารับที่ดี
เพราะเชื่อว่าภาพรวมเศรษฐกิจของไทยที่ยังมีแนวโน้มที่ดี รวมถึงแนวโน้มผล
ประกอบการที่ยังดีต่อเนื่องของ บจ.ในไตรมาส 3/53 และกระแสเงินไหลเข้าของนัก
ลงทุนต่างประเทศ จะยังเป็นปัจจัยบวกให้กับการขยับขึ้นของตลาดในรอบถัดไปได้
กลยุทธ์: ยังเน้นเลือกหุ้นเข้ารับได้โดยเฉพาะเมื่อ SET เป็นลบ เพื่อถือไว้ลุ้น
จังหวะรีบาวด์กลับขึ้นของตลาดในรอบถัดไป โดยหุ้นที่น่าสนใจได้แก่ BEC, MCOT,
MAJOR, PTTAR, GLOW, TSTH, SSI, LH, CK, STEC, ITD รวมทั้งหุ้นที่มีราคา
ตลาดต่ำกว่าราคาตามพื้นฐานมากๆ ซึ่งได้แก่ KCE, GFPT, AMATA, VNG, PTTEP,
SCB, GLOBAL, CPALL, IRPC, TTW, BANPU, SITHAI, SEAFCO, DCC และ
QH เป็นต้น

ประเด็นสำคัญวันนี้
• (+) ธปท. ยืนนโยบายเดิม ส่วนญี่ปุ่นแทรกแซงเงินเยน ตลาดหุ้นเริ่มรีบาวนด์
ในช่วงบ่ายวานนี้ นำโดยหุ้นขนาดใหญ่หลัง ธปท. ออกมาระบุว่าไม่มีมาตรการคุมค่า
เงินบาทและแทรกแซงค่าเงิน ความชัดเจนดังกล่าวส่งผลดีต่อตลาดหุ้น ขณะเดียวกัน
ญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินเยนเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีหลังจากเยนแข็งค่ามากที่สุดใน
รอบ 15 ปี โดยการขายเยนซื้อดอลลาร์ ส่งผลให้ค่าเงินเอเชียอ่อนค่าตามเงินเยน
• (+) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากบาทแข็งค่า การไม่ใช้ยาแรงในการควบคุมค่าเงิน
บาท ทำให้บาทมีแนวโน้มแข็งค่าต่อไป หุ้นที่ได้ประโยชน์จากบาทแข็งค่าได้แก่ กลุ่ม
รับเหมา (STEC, CK, TTCL, SEAFCO, SYNTEC) วัสดุก่อสร้าง (TSTH, TASCO,
DCC) ที่อยู่อาศัย (SPALI, LPN) อาหาร (TVO)
• (0) 3G ศาลฯยังไม่มีคำตัดสินแต่เชื่อว่าจะไม่มีคำสั่งคุ้มครอง ลุ้นศาลฯ ชี้
ขาดวันนี้ว่าจะมีคำสั่งคุ้มครองหรือไม่ ถ้าคุ้มครองแปลว่า 3G จะต้องหยุดชะงัก แต่เรา
เชื่อว่าศาลฯ จะไม่มีคำสั่งคุ้มครองเพราะในเรื่องอำนาจของ กทช. ในการประมูล 3G
นั้นกฤษฎีกาเคยตีความหลายครั้งแล้วว่าสามารถทำได้ เราแนะนำให้ถือ ADVANC,
DTAC, TRUE ต่อไปเพื่อเตรียมขายหลังประกาศผลการประมูล 20 - 21 ก.ย.
• (+) SEAFCO คาดว่า 3Q10 จะเริ่มทำกำไรได้หลังจากขาดทุน 42 ล้านบาท
ใน 1H10 เพราะจะเริ่มรับรู้รายได้เป็นค่าแรงจากงานรากฐานโครงการรถไฟฟ้าสายสี
ม่วง ปีหน้าก็จะมีรายได้จากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสัญญาที่ 2 ทำให้มีรายได้ไปตลอด
ทั้งปีและโครงการรถไฟฟ้าเป็นโครงการที่มีมาร์จิ้นดี เราคาดว่ากำไรปกติปี 2011 จะ
เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 141% Y-Y เราประเมินราคาเป้าหมาย 6.40 บาท แนะนำซื้อ
• Fund Flow วานนี้ยังไหลเข้าตลาดหุ้นภูมิภาคต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 แต่
ปริมาณชะลอตัวและยังขายสุทธิเฉพาะตลาดหุ้นไทยเท่านั้น กระแสข่าวการสกัดกัน
หรือการแทรกแซงค่าเงินเอเชียที่แข็งค่าอย่างหนักเราคิดว่าเป็นวิถีทางในเบื้องต้นอัน
หนึ่งทั้งในทางจิตาวิทยาและเม็ดเงินที่ธนาคารกลางจำเป็นต้องแทรกแซงเพื่อรักษา
เสถียรภาพของค่าเงิน ซึ่งเรามองว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่ธนาคารกลางอาจจะมีมาตรการ
เหล่านี้ออกมา แต่อย่างไรก็ตามในแง่ของปัจจัยพื้นฐานเงินดอลลาร์สหรัฐที่ล้นโลก
บวกกับธรรมชาติของเงินที่มักจะวิ่งไปหาผลตอบแทนที่สูงกว่าหรือมั่นคงกว่า ซึ่งก็หนี้
ไม่พ้นตลาดเอเชียที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่งและเป็นเจ้าหนี้ของสหรัฐ และเพื่อเป็นการ
ปรับดุลยภาพทางเศรษฐกิจของโลก ดังนั้นแนวโน้มตลาดเงินยังเป็นเช่นนี้อยู่และทำ
ให้เราเชื่อว่า Fund Flow จะยังคงไหลเข้าต่อเนื่อง แม้ระยะสั้นจะมีมาตรการแทรก
แซงเพื่อรักษาเสถีรภาพของค่าเงินจะทำให้ค่าเงินในบางประเทศกลับมาอ่อนค่า

Technical View : “ตลาดเริ่มรีบาวด์จากแนวรับได้ดี แต่จังหวะแรกต้องระวัง
แรงขายแถว 925-927 จุดไว้ก่อน ผ่านได้ค่อยตามต่อถึงแนวต้านอื่นๆ แต่ถ้าไม่ผ่าน
ต้านแรก ก็ยังมีสิทธิย้อนลงหาแนวรับใหม่อีกครั้ง แต่ถ้าไม่หลุด 900 จุดก็ยังไม่น่า
ห่วง!”
แนวรับ : 915-912* , 905-900**
แนวต้าน : 925-927***, 938-942*, 950-960**

Technical Picks:
SSI (Bt 1.88 เป้าเทคนิค 2-2.20 cut loss ถ้าหลุด 1.77)
GLOW (Bt 43.50 เป้าเทคนิค 46-48 cut loss ถ้าหลุด 42)
BEC (Bt 33.50 เป้าเทคนิค 36-38 cut loss ถ้าหลุด 31.50)




เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 16/09/10 เวลา 9:39:26

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น