Market Recap and Trend: SET อาจ Rebound ต่อ โดยมีเป้าหมายการ Rebound ที่
926-930 จุด แต่แนะนำเพียง Trading เท่านั้น
SET ปรับลดลงแรงในช่วงเช้าต่อเนื่องจากเมื่อวันก่อนหน้า จากความกังวลต่อ
มาตรการสกัดการแข็งค่าของค่าเงินบาท โดยทำจุดต่ำสุดที่บริเวณ 902 จุด อย่างไรก็ตาม หลัง
จาก ธปท. มีความเห็นว่าจะยังคงไม่มีมาตรการพิเศษใดๆ ออกมาเพื่อสกัดการแข็งค่าของเงิน
บาทในช่วงนี้จึงมีแรงซื้อหุ้นกลับเข้ามาในช่วงบ่าย ส่งผลให้ SET ปิดตลาดปรับลดลงเพียง
0.04% ที่ 921.10 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 41,253 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขาย
หุ้นสุทธิ 267 ล้านบาท สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ แม้ว่าอาจ Rebound ต่อไปทดสอบแนวต้าน
926-930 จุด หลังจากปรับลดลงแรงในช่วงต้นสัปดาห์ แต่ก็มองเป็นเพียงโอกาสในการเข้า
Trading ระยะสั้นๆ เท่านั้น และถึงแม้ว่า ธปท.จะยังไม่มีการออกมาตรการพิเศษเพื่อป้องกันการ
แข็งค่าขึ้นของค่าเงินบาทในช่วงนี้ แต่ถ้าพิจารณาจากทิศทางค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงมาอยู่ที่
ระดับ 30.9 บาท/ดอลลาร์ฯ เช้านี้ มีนัยถึงแนวโน้มการไหลเข้าของเงินทุนที่อาจลดลงในช่วงนี้ รอ
ความชัดเจนหลังจากที่ผู้ว่าฯ ธปท.คนใหม่เข้ารับต่ำแหน่งในวันที่ 1 ต.ค.นี้
Investment Strategy: ถือหุ้น 60% ของพอร์ต แนะนำเพียงแค่ Trading เท่านั้น
แม้ว่า ธปท.จะยังไม่มีมาตรการพิเศษออกมาเพื่อสกัดการแข็งค่าของค่าเงินบาท เนื่อง
จากการแข็งค่าที่เกิดขึ้นเป็นไปตามทิศทางค่าเงินภูมิภาคที่แข็งค่าขึ้น (ดูรายละเอียดในรายงาน
Market Cast วันที่ 15 ก.ย.) และแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม เรา
ยังแนะนำนักลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน 60% ของพอร์ตไปก่อน โดยมองระดับที่น่าสนใจเข้าเพิ่ม
พอร์ต หรือเป้าหมายการพักฐานอีกครั้งบริเวณ 900 จุดเป็นเป้าหมายแรก และเป้าหมายถัดไปที่
บริเวณ 860 จุด สำหรับแนวโน้มระยะกลาง-ยาว เราคาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศที่แข็ง
แกร่งและผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนที่ขยายตัว 18% ในปี 2554 จะยังเป็นปัจจัยหนุน
การปรับสูงขึ้นของ SET ระยะกลาง-ยาว ที่ 1,037 จุด สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่
AP – ทยอยสะสม มูลค่าพื้นฐาน 8.20 บาท จะเปิดตัวโครงการคอนโดฯ ใหม่ม 3
โครงการในช่วงสุดสัปดาห์ มูลค่ารวม 9.6 พันล้านบาท
DELTA – ซื้อ มูลค่าพื้นฐาน 32.0 บาท ราคาหุ้นปรับตัวลงสวนทางกับแนวโน้มกำไรที่
ขยายตัวดี โดยเฉพาะใน 3Q53 ที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจส่งออกอิเล็กทรอนิกส์
Futures Strategy :
แนะนำ Trading Short ต่อเนื่อง ในกรอบ 620-636 จุด (ดูรายละเอียดใน Derivative
Strategy)
AUTO :
Sentiment หุ้นส่วนใหญ่ใน Auto Matrix กำลังอ่อนแอลง
Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +1.1% สูงกว่า
อัตราผลตอบแทน SET ที่ -0.6% (Update วันที่ 13 ก.ย. 53)
พอร์ตจำลองให้อัตราผลตอบแทน +1.1% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับ SET
มีอัตราผลตอบแทน -0.6% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า SET อยู่ 1.7% แต่หาก
พิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +236% ดีกว่าตลาดที่ให้อัตรา
ผลตอบแทน +32% อยู่ 155% นอกจากนี้ หากพิจารณาตั้งแต่ต้นปี 53 พอร์ตจำลองมีอัตราผล
ตอบแทน 46% ดีกว่าผลตอบแทนของ SET ที่ 26% อยู่ 20% รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
ADVANC, และ QH เป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนสูงสุดในพอร์ตหรือมีอัตราผลตอบแทน 4.6%
และ 4.1% ตามลำดับ สำหรับสัปดาห์นี้ยังคงแนะนำให้ถือหุ้นทั้ง 6 ตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน
ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว) BBL (ได้รับประโยชน์จากแนวโน้ม
เศรษฐกิจขยายตัวโดยตรง ผ่านการเติบโตทางด้านสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม) CPALL
(จากการขยายสาขา และเพิ่มกำไรขั้นต้น ซึ่งส่งผลดีต่อแนวโน้มผลการดำเนินงาน) ADVANC
(มีปัจจัยบวกจากความชัดเจนมากขึ้นกรณีสัมปทาน 3G) QH (คาดว่าผลการดำเนินงานจะเพิ่ม
ขึ้นมากใน 4Q53 จากการเปิดโครงการใหม่) และ BANPU (มีประเด็นบวกจากการขายหุ้น
ITMG และซื้อ Centennial Coal ซึ่งเป็นการขยายธุรกิจถ่านหินในอนาคต)
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลง ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.44% ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น
0.35% หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในสหรัฐขยายตัว
0.2% ในเดือนส.ค.เพราะได้แรงหนุนจากยอดการผลิตรถยนต์ที่ปรับตัวขึ้นเกินความคาดหมาย
และหากไม่รวมยอดการผลิตรถยนต์ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค.ขยายตัว 0.4% นอกจาก
นี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่น
ตัดสินใจแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศเมื่อวานนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือน
มี.ค.2547 ที่ทางการญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อสกัดกั้นการแข็งค่าของเงินเยนเมื่อเทียบกับ
ดอลลาร์สหรัฐ
ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดลดลง สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX เดือนต.ค. ลดลง 78
เซนต์ ปิดที่ 76.02 ดอลลาร์/บาร์เรล นักลงทุนเทขายสัญญาน้ำมันดิบหลังจากบริษัทเอ็นบริดจ์
อิงค์ ออกแถลงการณ์ว่าทางบริษัทพร้อมที่จะลำเลียงน้ำมันจากแคนาดาไปยังเขตมิเวสต์สหรัฐ
ผ่านทางท่อส่ง Line 6A ในเร็วๆนี้ หลังจากการซ่อมแซมรอยรั่วเสร็จสิ้นลง อย่างไรก็ตาม สัญญา
น้ำมันดิบปรับตัวลงไม่มากนัก เนื่องจากตลาดขานรับรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการ
พลังงานของรัฐบาลสหรัฐที่ระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 10 ก.ย.ร่วงลง
2.5 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 357.4 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลด
ลง 2.3 ล้านบาร์เรล
เยนอ่อนค่าเมื่อเทียบดอลลาร์ เงินเยนร่วงลงอย่างหนักหลังจากบีโอเจตัดสินใจใช้เงิน 2
หมื่นล้านดอลลาร์เข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตรา ด้วยการเทขายเงินเยนและทุ่มซื้อดอลลาร์
ซึ่งถือเป็นการแทรกแซงตลาดครั้งแรกในรอบกว่า 6 ปี โดยมีเป้าหมายหลักคือการฉุดรั้งเงินเย
นให้อ่อนค่าลงหลังจากการแข็งค่าของเงินเยนได้สร้างความวิตกกังวลในวงกว้างว่าอาจจะส่งผล
กระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวมและทำให้ผลกำไรในตลาดต่างประเทศของบริษัทญี่ปุ่นหด
ตัวลงด้วย
ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดลดลง 100 จุดมาที่ 2,840 จุด สิ้นสุดฤดูการเก็บสต็อกวัตถุดิบ
และสินค้าคงคลัง คาดว่าค่าระวางเรือจะมีทิศทางผันผวนไปจนถึงสิ้นปีนี้ โดยภาพค่าระวางเรือจะ
ถูกกดดันโดยอุปทานกองเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา โดยคาดว่ากองเรือใหม่ ณ สิ้นปี 53 จะเพิ่มขึ้น
กว่า 27%YoY ที่ระดับ 607m DWT หากไม่มีการเลื่อนการส่งมอบ โดยผู้ประกอบการทั้ง
TTA, PSL และผู้เชียวชาญในอุตสาหกรรมคาดว่าดัชนีเดินเรือเทกองจะผ่านจุดต่ำสุดในช่วง
ปลายปี 54 แต่เราเชื่อว่าค่าระวางเรือเฉลี่ยของทั้ง PSL และ TTA จะถึงจุดต่ำสุดก่อน เนื่องจาก
อายุกองเรือเฉลี่ยที่ดีขึ้นจากการขายเรือเก่า
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 16/09/10 เวลา 9:30:10
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น