เปิดดีดกลับ...สั้นๆ ให้ลดพอร์ตไปก่อน
KGI คาดว่าดัชนีฯ ในวันพุธจะเปิดรีบาวด์ แต่แนะนำขายพอร์ตเล่นสั้นเพื่อลดความเสี่ยง
จากสองประเด็น สิ่งแรกคือความไม่ชัดเจนว่าจะมีมาตรการคุมเงินทุนไหลเข้าหรือไม่ โดยแม้ว่า
ตั้งแต่เมื่อวานถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศมาตรการใดๆ แต่ก็ยังไม่มีผู้เกี่ยวข้องออกมาให้ความ
ชัดเจน กระแสเรื่องนี้จึงน่าจะคลุมเครือต่อไปพักหนึ่ง นอกจากนี้ในเวลา 13.00 น. จะมีการไต่
สวนของศาลกรณี กทช. ประมูล 3 จี ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงแง่กฎเกณฑ์ (Regulatory risk) กับ
ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น ส่วนประเด็นต่างประเทศไม่มีความเสี่ยงนัก สหรัฐฯ รายงานยอดค้าปลีก
เดือน ส.ค. แข็งแกร่งกว่าที่คาด และช่วยคลายกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไปอีกระดับหนึ่ง
กลับมาที่ความเสี่ยงต่อการคุมทุนไหลเข้า KGI มองว่าทางการจะไม่ออกมาตรการ
โหดๆ เช่นการกันสำรอง 30% เหมือนในเดือน ธ.ค. 2549 ถ้ามีออกมาคงเป็นแบบเบาๆ เช่น i)
การควบคุมปริมาณธุรกรรมในตลาดสัญญาฟอร์เวิร์ดและสัญญาสว็อปในส่วนที่ไม่มีการลงทุนใน
สินทรัพย์การเงิน หรือ ii) การปรับอายุของพันธบัตรภาครัฐฯ ให้ยาวขึ้น เพื่อกันไม่ให้ทุนต่างชาติ
เข้ามาเก็งกำไร ในตราสารหนี้อายุสั้นมาก เป็นต้น ซึ่งก็ต้องตามต่อไปว่าจะมีสิ่งเหล่านี้หรือไม่ แต่
เรายังมองว่าแม้มีมาตรการใดๆ ต่างชาติก็จะขายไม่มากนักในรอบนี้ เนื่องจากยอดซื้อสุทธิของ
ต่างชาติตั้งแต่ต้นปีอยู่เพียง 1.7 หมื่นล้านบาท เทียบกับในปี 2549 ซึ่งซื้อสุทธิไป 6 หมื่นล้าน
บาท ก่อนมีการประกาศมาตรการในวันที่ 19 ธ.ค. 2549 กลยุทธ์สั้น: แนะให้ขายหุ้นช่วงรีบาวด์
เพื่อรอดูสถานการณ์เรื่องเงินทุนไหลเข้าและเรื่องประมูล 3G
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ
นายกฯ อภิสิทธิ เข้าพบนายอานันท์ ปันยารชุนวานนี้ในการประชุมคณะกรรมการ 4 ฝ่าย
เพื่อชี้แจงเหตุผลการตัดลดจำนวนกิจการรุนแรงลงเหลือ 11 ประเภท จากทั้งหมด 18
ประเภทที่เสนอโดยคณะกรรมการ 4 ฝ่าย เรามองว่าประเด็นความขัดแย้งนี้น่าจะคลี่คลายไป
ในทางที่ดีขึ้น โดยอดีตนายกฯ อนันท์ กล่าวว่าคณะกรรมการ 4 ฝ่ายยังคงสนับสนุนการประกาศ
18 ประเภทโครงการรายแรงที่จัดทำไว้เดิม แต่ให้รัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจที่จะมีการเปลี่ยนแปลง
หรือไม่ โดยนายกฯ อภิสทิธ์ระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่คำนึงถึงประโยชน์ของฝ่ายหนึ่งฝ่าย
ใดเป็นพิเศษ ดังนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องมีการทบทวน โดยหน้าที่หลักของรัฐบาลไม่ได้อยู่ที่การ
ประกาศกิจการรุนแรงแต่อยู่ที่ การจัดโซนเพื่อลดปัญหามลพิษให้กับชุมชน
เจ้าหน้าที่ของ กสท โทรคมนาคม (CAT) เปิดเผยว่าศาลปกครองกลางได้รับฟ้องกรณี
กทช.เปิดประมูล 3G แล้วในเย็นวันที่ 14 ก.ย. และได้นัดไต่สวนรวมทั้งพิจารณาว่าจะมีคำสั่งคุ้ม
ครองชั่วคราวหรือไม่ ในวันนี้ (15 ก.ย.) เริ่มเวลา 13.00 น. โดยสาเหตุที่มีการเลื่อนไต่สวนเร็ว
ขึ้นจากกำหนดการเดิม เนื่องจากคณะกรรมการ กทช. หลายท่านติดภารกิจในวันที่ 16 ก.ย. ทั้งนี้
หากศาลฯสั่งคุ้มครองชั่วคราวคาดจะส่งผลลบเชิงจิตวิทยาอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาหุ้นกลุ่มสื่อสาร
AOT* เผยบริษัทฯจะมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในงวดไตรมาส 4/53 (ก.ค.-ก.ย.)
ราว 700 ล้านบาท โดยเป็นผลจากค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินบาท เนื่องจาก
AOT มีหนี้สินที่เป็นสกุลเงินเยน อย่างไรก็ตามในขณะนี้ AOT ได้ทยอยเปลี่ยนหนี้สกุลเงินเยน
เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 75% ของมูลค่าหนี้ทั้งหมด 7.5 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก
25% กำลังพิจารณาว่าจะแปลงหรือไม่ จากข้อมูลดังกล่าว ในเบื้องต้นคาด AOT จะรายงานผล
ขาดทุนสุทธิในไตรมาส 4/53 ราว 200 – 300 ล้านบาท อย่างไรก็ตามเรามีมุมมองเชิงบวกต่อ
แนวโน้มผลการดำเนินงานของ AOT ในปี 2554 จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมฯ โดยเฉพาะ
ในช่วงไตรมาส 1/54 ที่เป็นช่วงHigh Season เราอยู่ระหว่างพิจารณาปรับประมาณการกำไร
สุทธิและราคาเหมาะสมของ AOT
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 15/09/10 เวลา 9:44:43
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น