สรุปภาพตลาด
ตลาดหุ้นไทยร่วงลงค่อนข้างมาก ขณะที่ตลาดมีแรงขายออกมาหลังมีข่าวลือ
ว่าแบงค์ชาติจะออกมาตรการควบคุมการเก็งกำไรค่าเงินบาท หุ้นที่ปรับลงส่วนใหญ่
เป็นหุ้นบิ๊กแคป โดยเฉพาะพลังงาน และแบงค์ สิ้นวันนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ
แนวโน้มตลาด
ดัชนีตลาดเมื่อวานถูกขายทำกำไรลงมาจนหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน ซึ่งทำให้
ตลาดมีความเสี่ยงมากขึ้น เพราะถ้าวันนี้ดัชนีตลาดยังลดลงต่อเนื่องจะทำให้สัญญาณ
เชิงลบมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ถ้ายังทรงตัวได้ในแดนบวก หรือนักลงทุนต่างชาติยัง
ออกมาซื้อต่อ หรือสามารถยืนเคลื่อนไหวใกล้เคียงราคาปิดเมื่อวานได้ ก็ยังมีลุ้นว่า
ตลาดจะยังสามารถรีบาวน์กลับขึ้นได้อีกครั้ง ถ้าลดลงต่อเนื่องจนหลุด 915 จุด เรา
แนะนำให้ทยอยลดพอร์ตการลงทุนออกไปส่วนหนึ่ง
ปัจจัยตลาดวันนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนติดลบเล็กน้อยทรงตัว แต่คาดตลาดใน
ภูมิภาคเช้านี้เป็นบวกต่อ เมื่อวานสรุปยังไม่มีมาตรการควบคุมเงินทุนออกมาจาก
แบงค์ชาติ แต่แน่นอนว่าจะทำให้ตลาดผันผวนเพราะนักลงทุนจะยังกล้าๆกลัวๆ นอก
จากนี้วันนี้ลุ้นศาลปกครองตัดสินคุ้มครองชั่วคราวการประมูล 3G หรือไม่คาดว่าจะรู้ผล
ช่วงบ่าย ถ้าคุ้มครองกลุ่มสื่อสาร และแบงค์โดนหนักสุด โดยรวมวันนี้ตลาดจะผันผวน
พอควร ให้ระมัดระวังการซื้อขาย (คมสันต์ ปรมาภูติ Tel. (662) 618-1332-3)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด
'ภูมิใจไทย' เดินหน้าผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมให้ผู้ชุมนุมทางการเมือง
ทุกสี: พรรคภูมิใจไทย เตรียมล่ารายชื่อประชาชนทั่วประเทศ 5 หมื่นรายชื่อ ยื่นต่อ
สภาผู้แทนราษฎรเพื่อเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่ผู้กระทำผิด เนื่องในการ
ชุมนุมทางการเมืองของประชาชน โดยนายเนวิน ชิดชอบ หนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญ
ในพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าการเสนอให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมดังกล่าวถือเป็นแนว
ทางสร้างความปรองดองให้คนในชาติอย่างแท้จริง โดยตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.เป็นต้นไป
จะให้สมาชิกพรรค, ส.ส.พรรค เริ่มรณรงค์และทำความเข้าใจกับประชาชนทั่ว
ประเทศ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนครึ่งในการรวบรวมรายชื่อให้เสร็จไม่เกิน
ต้นเดือน ธ.ค. นี้ จากนั้นจะเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวต่อ นายชัย ชิดชอบ ประธาน
รัฐสภา โดยก่อนหน้านี้ เมื่อเดือน ส.ค. 52 พรรคภูมิใจไทยเคยเสนอร่างพระราช
บัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำผิดเนื่องในการชุมนุมทางการเมืองของ
ประชาชน ทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (เสื้อเหลือง) และกลุ่มเสื้อ
แดง ระหว่างวันที่ 25 พ.ค.-3 ธ.ค.51 และ ระหว่างวันที่ 26 มี.ค.-14 เม.ย.52 ต่อที่
ประชุมสภาฯ ไปแล้ว แต่ยังไม่มีการพิจารณา
ศาลปกครองฯ เลื่อนนัดไต่สวนเป็น 15 ก.ย. กรณี กทช. เปิดประมูล 3G: บมจ.
กสท โทรคมนาคม (กสท) เผยศาลปกครองกลางเลื่อนนัดไต่สวนคณะกรรมการ
กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) และ กสท เป็นวันที่ 15 ก.ย. เวลา 13.00 น.
กรณีที่ กสท ยื่นฟ้อง กทช.เรื่องการเปิดประมูลใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ
3G เนื่องจากในวันที่ 16 ก.ย. ผู้บริหาร กทช. หลายรายต้องลงพื้นที่เพื่อจัดเตรียมงาน
ประมูลใบอนุญาต 3G
กบข. เพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นไทยเป็นกว่า 10% เกินเพดาน ยังไม่ลดพอร์ต: กอง
ทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ระบุว่า ขณะนี้ได้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาด
หุ้น โดยลงทุนที่ระดับเกินกว่า 10% ซึ่งสูงกว่าเพดานที่ตั้งไว้ที่ 9% เนื่องจากมองว่า
ผลตอบแทนจากการลงทุนอยู่ในอัตราที่ดีโดยผลตอบแทนปัจจุบันอยู่ที่ 5.67% และ
แม้ช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นมาก แต่ กบข. ยังไม่มีนโยบายจะลด
พอร์ตการลงทุน แต่จะใช้กลยุทธ์โดยการเลือกหุ้นพื้นฐานดีเข้าพอร์ต ส่วนหุ้นต่าง
ประเทศ ก็ปรับตัวดีขึ้น โดย กบข. มีพอร์ตลงทุนในหุ้นต่างประเทศที่ประมาณ 10%
โดยนโยบายการลงทุนหุ้นทั้งในและต่างประเทศ จะมีเพดานไม่เกิน 25% นอกจากนี้
ยังมีการลงทุนในตราสารหนี้ เกิน 68% จากนโยบายที่ลงทุนไม่ต่ำกว่า60% โดยได้ลง
ทุนในตราสารหนี้ของกลุ่มประเทศจี 7 ที่ขอไว้ 500 ล้านบาท ขณะนี้ลงทุนไปแล้ว
300-400 ล้านบาท มีผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 3-4% สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของไทย
ปัจจุบัน กบข. มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร ที่ 4.82 แสนล้านบาท ทั้งนี้ คณะ
กรรมการ กบข. ได้อนุมัติให้ทำป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เพิ่มเป็น 95%
จากเดิมที่ 50% ซึ่งปัจจุบัน กบข. ได้มีการ hedging ที่ 60% ซึ่งทำให้การป้องกัน
ความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนจากต่างประเทศครอบคลุม ส่งผลให้อัตราผลตอบ
แทนที่ไปลงทุนในต่างประเทศ ยังเป็นบวก (ปองรัตน์ รัตนะตวณานนท์ Tel. (662)
618-1336)
เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 15/09/10 เวลา 12:18:17
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น