วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.พัฒนสิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 15/09/53

ประเด็นหลักต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้
(-) ตลาดวิตกต่อความไม่ชัดเจนของมาตรการคุมบาทและสถานะการณ์รุนแรง
ก่อนวันที่ 19 กย.
(-) ทางเทคนิค ระยะสั้นอาจมีแรงขายเพิ่มหากหลุด 915 จุด
(+/-) ศาลฯไต่สวนกรณี กสท.ฟ้องระงับประมูล 3G วันนี้ เวลาบ่ายโมง ชี้ชะตา
กลุ่มสื่อสารฯ

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ : Sideway Down
คาดดัชนีฯ อ่อนตัวลง แนวต้าน 926/931จุด แนวรับ 915/908จุด การวิตกต่อ
มาตรการคุมเงินบาทของธปท.(กลัวยาแรง) และความสงบในประเทศก่อน 19 กย.
(ครบรอบปฎิวัติ) รวมถึง การพุ่งแรงของตลาดหุ้นที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนส่วน
ใหญ่ล็อคขายทำกำไร สำหรับนักลงทุนที่ชอบเสี่ยง การเข้าซื้อจะพิจารณาที่บริเวณ
915 จุด(ขายตัดขาดทุนทันทีหรือ ยืมหุ้นขาย หากหลุดแนวรับ โดยจะไปพิจารณาจุด
ซื้อใหม่ที่บริเวณ 900 จุด +/- 5 จุด) หรือ เมื่อมาตรการของธปท.มีความชัดเจน (ไม่มี
ยาแรง Capital Control เหมือนในอดีต) สำหรับผู้ที่ไม่ชอบความเสี่ยง แนะนำ
Switch หาหุ้นปันผลสูง หรือ หุ้น Defensive ชั่วคราว

หุ้นเด่นวันนี้ :
1. - หุ้นบลูชิพขนาดใหญ่กลุ่ม แบงก์ พลังงาน ปิโตรเคมี โดยเฉพาะพวก
ที่อยู่ใน MSCI Thailand /High Beta /High P/BV และราคาหุ้นพุ่งขึ้นแรงที่
ผ่านมา จะเป็นกลุ่มแรกที่ถูกพิจารณาขาย (หรือยืมหุ้นขาย ระยะสั้น)
จากต่างชาติ หากตลาดฯเกิดภาวะ Panic (หลุด 915จุด) เช่น SCB KTB
BAY TISCO KK PTT PTTEP SCC ADVANC LH BANPU กลุ่มโรงกลั่น
2. + หุ้นปันผลสูง หรือ หุ้น Defensive เช่น GLOW DCC SPALI BEC BGH
CPALL BLA MAJOR TVO
3. +/-หุ้นมีประเด็น :ADVANC DTAC TRUE ราคาหุ้นจะขึ้นอยู่กับผลการ
ตัดสินของศาลปกครองวันนี้ (เราคาดการณ์ว่าผลตัดสินจะเป็นบวก)/
KSL งบแย่กว่าคาดการณ์ (รายงานขาดทุนสุทธิ แนะนำ ขาย)
(Update 1-2 สัปดาห์) กรณีดัชนีฯหลุด 915 จุด แนะนำ Stop Loss และ
พิจารณาซื้อรอบใหม่บริเวณ 900 จุด (+/- 5 จุด) ยังคงเน้นหุ้นกลุ่ม Domestic Play
ข่าวดี 1.Wealth effect จากนักลงทุนในประเทศ (ดอกเบี้ยต่ำ และอาจจะขึ้นช้ากว่า
คาด) 2. คาดกลุ่มสื่อสารฯมีลุ้นรีบาวด์ จากแรงซื้อเก็งกำไร คำตัดสินของศาลฯ
ข่าวลบ : 1.คลุมเครือ และวิตกต่อมาตรการคุมบาทแข็ง 2. การชุมนุมของเสื้อแดง
สุดสัปดาห์นี้ 3. ต่างชาติขายหนักสุดในรอบเกือบ 4 เดือน

กลยุทธ์วันนี้ : Stop Loss (ยืมหุ้นขาย หากดัชนีฯหลุด 915 จุด )
วานนี้-บูลชิพ ร่วงยกแผง KBANK BBL SCB PTT PTTAR PTTEP STEC แต่
หุ้นทีเด็ด คือ CK และกลุ่มที่มักทำ Window dressing BH KH MINT บวกสวนตลาด
หุ้นเด่นวันนี้- MINT(เทคนิคดี) BEC GLOW (Defensive + Dividend Play)
หุ้นมีข่าว: (+) หุ้นร้อนทางเทคนิค BH CK MINT PL KH VNG TCJ / LH คาด
กำไรปีนี้ดีกว่าปีก่อน พร้อมเพิ่มงบซื้อที่ดิน 7 พันล้านบาท / KH คาดได้ประโยชน์ค่า
รักษารายหัวประกันสังคมเพิ่ม 5%/GLOW แนวโน้มกำไรเติบโตเท่าตัวในปี 55
Headline Details
Economy
USA Empire State Survey Index(Sep)F 9 Vs 7.1(Aug)
Industrial Production(Aug)F 0.2%m-m Vs 1%m-m(July)
EU HICP Inflation(Aug-fin)1.6%y-y Vs 1.7%y-y(July)
Singapore Retail Sales Value(July)F -2.5%y-y Vs -4.9%y-y (June)
Events
Cos. Visit AOT
*รายงานของ CNS วันนี้: Media(Ad Spending) Telecom(ศาลปกครองตัดสิน
วันนี้) KSL(-Earnings Results) SPALI(Initial Report Fair 15.20)


ป ัจจัยและประเด็นที่มีอิทธิพลต่อตลาด
1.ปัจจัยบวก :
ปัจจัยในประเทศ : คือ
1. Sectors/Stocks ที่มีปีระเด็น
1.1 ศาลฯชี้ชะตา กลุ่มสื่อสารฯ วันนี้ศาลฯจะไต่สวน กรณี กสท.ฟ้อง ระงับประมูลฯ
เวลาบ่ายโมง(คาดผันผวนสูง- รีบาวด์ ถ้าศาลไม่รับเรื่องระงับประมูล) ศาลฯจะ
พิจารณาว่ารับ/ไม่รับ ฟ้องของ กสท. ในวันนี้ / เรามีมุมมองบวก และคาดว่าจะมีการ
เดินหน้าเปิดประมูลวันที่ 20 กย.นี้ แนะนำ ซื้อเก็งกำไรADVANC DTAC (ดูความเห็น
จาก รายงาน Quick comment กลุ่มสื่อสารฯ) 1.2 กลุ่มบูลชิพ แบงก์ พลังงาน รับ
เหมา บ้าน ฯลฯ โดยเฉพาะพวกที่อยู่ใน MSCI Thailand (BBL KBANK KTB PTT
TOP PTTAR IRPC ฯลฯ) คาดว่าจะเป็นกลุ่มที่นำตลาดหุ้นลง หากประเด็นการ
ควบคุมค่าเงินบาทยังคงคลุมเครือ หรือถ้ารัฐฯยังไม่ออกมาสยบข่าวลือ
a) เราคาดว่า ธปท. อาจจะมีมาตรการสกัดการแข็งค่าของเงินบาท แต่จะไม่ใช้
ยาแรง ดังนั้นราคาหุ้นในกลุ่มข้างต้น คาดว่าจะรีบาวด์ หากมาตรการไม่ได้รุนแรงตาม
คาด
b) แต่ถ้ารัฐฯยังไม่แสดงทิศทางที่ชัดเจนต่อค่าเงินบาท หรือไม่ออกมาปฏิเสธ
ข่าวลือ เราคาดว่าหุ้นบูลชิพในกลุ่มดังกล่าว จะซึมลง และฉุดดัชนีฯ
1.3 คาดกลุ่มบันเทิง, ค้าปลีก หุ้น Defensive และหุ้นขนาดกลางที่มีประเด็น
บวกหนุน ที่ไม่อยู่ในMSCI Thailand (ไม่ใช่เป้าหมายแรกที่ฝรั่งจะขาย) คาด
Outperform ตลาดชั่วคราวจนกว่ามาตรการคุมบาทจะชัดเจน หรือ ผ่านช่วงหัวเลี้ยว
หัวต่อการชุมนุมเสื้อแดง ได้แก่ MAJOR BIGC MAKRO DCC TVO BLA CK BH
BGH KH MINT
2. สัปดาห์นี้ AOT จะรายงานปริมาณการขนส่ง (สายการบิน ท่องเที่ยวและ
โรงแรม คาด Neutral to slightly negative) เราคาดว่าปริมาณขนส่งจะเพิ่มขึ้น y-y แต่
ราคาหุ้นที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว AOT THAI ERAWAN ยังคงถูกกดดันจากค่าเงิน
บาทที่แข็งค่า
3. THAI ประกาศราคาเพิ่มทุน (TP 11F: 41 บาท) วันนี้ และจองซื้อ 16-17
กย. นี้ คาดราคาหุ้น Underperform ตลาด จากราคาเพิ่มทุน 32-42 บาท มีUpside ไม่
เกิน 42 บาท แต่ Downside risk อาจลึกถึง 32 บาท(ราคาเพิ่มทุนมีโอกาสจะต่ำกว่า
ราคาในกระดาน)
4. STPI ย้ายไปหมวด อสังหาฯ (รับเหมาฯ) วันนี้ คาดมีแรงซื้อเก็งกำไรเพิ่มขึ้น
จากการย้ายไปหมวดที่มีค่า PE สูงกว่าเดิม
5. XD บจ.ที่น่าสนใจ วันที่ 16 กย. TVO 0.60 บ. FANCY 0.15 บ.
6. ประชุมสภาวันนี้ เรื่อง การค้าเสรี ไทย-ชิลี ไทย-ออสเตรเลีย และ
ร่างกรอบการเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างราชอาณาจักร
ไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ประธานรัฐสภา มีคำสั่งนัดประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ในวันที่ 15 กันยายน เริ่มเวลา 09.30 น. เพื่อพิจารณากรอบการเจรจาระหว่างประเทศ
ตามรัฐธรรมนูญ 50 มาตรา 190 ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน
จำนวน 6 ฉบับ อาทิ กรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี ไทย-
ออสเตรเลีย นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่เสนอใหม่ 1 เรื่องคือ ร่างกรอบการ
เจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างราชอาณาจักรไทยกับ
สาธารณรัฐประชาชนจีน มี 5 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-ระยอง
กรุงเทพฯ-สุดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี และ
กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ทั้งการดำเนินการ การจัดหาพื้นที่ การใช้เทคโนโลยีและการถ่าย
ทอดเทคโนโลยี

ปัจจัยต่างประเทศ : คือ
1) บาเซิล 3 ใหม่ เลื่อนใช้ปี 2019 และเกณฑ์กันสำรองหนี้ฯน้อยกว่าที่ตลาด
วิตก ผู้ว่าธนาคารกลาง และเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้สรุปข้อตกลงว่าด้วย กฎระเบียบบา
เซิล 3 ใหม่ ที่จะกำหนดให้ธนาคารต่างๆ ต้องดำรงเงินทุนที่มีคุณภาพสูงสุดคิดเป็นสัด
ส่วน เท่ากับ 7% ของสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าจาก 2% ภายใต้
กฎปัจจุบัน แต่ต่ำกว่าอย่างมากจากระดับที่ภาคธนาคารวิตกกันในช่วงต้นปีนี้ ขณะที่มี
การยืดระยะเวลาการบังคับใช้ในบางกรณีถึงเดือนม.ค.2019 หรือหลังจากนั้น ทางด้าน
กลุ่มผู้นำจี-20 จะรับรองข้อตกลง Basel III เมื่อเข้า ร่วมการประชุมที่กรุงโซลในเดือน
พ.ย. ทั้งนี้ โนมูระคาดว่า หุ้นกลุ่มธนาคารฯจะปรับสูงขึ้นสำหรับแบงก์ไทย
อินโดนีเซีย และดีบีเอส ยูโอบี สิงคโปร์ ที่มีระดับเงินกองทุนทสีู่งกว่าเกณฑ์ใหม่
อย่างมีนัยสำคัญอยู่แล้ว และแบงก์ในเอเชียมีระดับเงินกองทุนที่สูงกว่ามากเมื่อเทียบ
กับธนาคารของประเทศที่พัฒนาแล้ว
2) เจ้าหน้าที่ CSRC ในมณฑลเจ๋อเจียง ปฏิเสธข่าวลือในตลาด กรณีที่ทางการ
จะเข้าสอบสวนการเก็งกำไรในการซื้อขายยาง ของบริษัทแห่งหนึ่งนั้น ไม่มีมูลความ
จริงแต่อย่างใด ทั้งนี้ข่าวลือดังกล่าวส่งผลให้ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ของจีนดิ่งลงอย่าง
หนัก

2.ปัจจัยลบ :
ปัจจัยในประเทศ : คือ
1) การเมือง วิตกต่อเหตุการณ์ทอี่ าจบานปลาย, โดย ศอฉ.จับตา กลุ่มเสื้อแดง ทปี่
ระกาศจัดกิจกรรมการเมือง 17-19 กย. หากฝ่าฝืน พรก.ในพื้นที่ กทม. จับแน่
2) ทางเลือกชะลอบาทแข็ง สถาบันวิจัยนโยบายการคลังเสนอ รัฐบาล และธปท.
ออกแพ็คเกจป้องกันบาทแข็งแนะผ่อนคลายกฎถือครองเงินดอลล์สหรัฐฯ ในบัญชี
ต่างประเทศของผู้ส่งออก แนะส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจสั่งซื้อน้ำมัน สินค้าทุนล่วง
หน้า เปิดทางนักลงทุนต่างประเทศระดมทุนพันธบัตรเงินบาท
3) ตลาดหลักทรัพย์ และสมาคมโบรกเกอร์ หารือรับมือคนไทยเทรดสนั่น 68% ของ
การซื้อขายรวม หวังสร้าง
เสถียรภาพตลาดระยะยาว ยันไม่ออกมาตรการพิเศษมาควบคุม
ปัจจัยต่างประเทศ : คือ
1. ตัวเลขเศรษฐกิจ สหรัฐฯคืนนี้ คาดจะเป็นลบต่อตลาด: ตลาดคาดดัชนีราคา
ทุกรายการ จะโตแผ่วลง yy ใน Aug-10 15 ก.ย. ตลาดคาด Import Price Index
เดือน Aug-10 โตช้าลงเหลือ +3.8% y-y (Jul-10 =4.9%) ส่วนวันที่ 16 ก.ย. ตลา
คดาด PPI เดือน Aug-10 แผ่วลงมากเหลือ +3.0% y-y (Jul = + 4.2%) และ PPI
ex. Food & Energy แผ่วลงเหลือ +1.3% y-y ( Jul-10 = +1.5%) ด้าน Empire State
Manufacturing SurveyGeneral Business Conditions SA เดือนSep-10 ตลาคดาด
จะดีขึ้น m-m มาอยู่ที่ 9 จุด ( Aug-10 = 7.1) เช่นเดียวกับ Philadelphia Fed
Business Outlook Survey Diffusion Index General Conditions ซึ่งตลาด
คาดที่ 0 ในเดือน Sep (Aug-10 = -7.7) และ University of Michigan Survey of
Consumer Confidence Sentiment จะดีขึ้นมาอยู่ที่ 70 (Aug = 68.9) ซึ่งจะเป็นการ
แตะระดับ 70 เป้นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน







เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 15/09/10 เวลา 10:46:46

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น