วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 10/09/53

ตลาดยังมีโอกาสแกว่งผันผวน ดังนั้น SET ขยับขึ้นควรแบ่งส่วนทำกำไรบ้าง!!
แนวโน้ม: SET ดีดกลับขึ้นได้ในระหว่างวัน แต่เมื่อเข้าใกล้จุดที่ต้องระวังแรงขายมากเป็น
พิเศษบริเวณ 930-935 จุดที่เป็นจุดสูงสุดของตลาดในสัปดาห์ก่อน ก็เริ่มมีแรงขายกดดันให้ดัชนี
ไหลย้อนลงมาปิดวันเป็นลบอีก แม้ว่านักลงทุนต่างประเทศวานนี้จะมียอดซื้อสุทธิสูงถึง 2.3 พัน
ล้านบาทก็ตาม แต่คาดว่าเป็นแรงซื้อเข้ามาในหุ้นเพียงบางตัวเท่านั้น จึงไม่สามารถช่วยผลักดัน
ให้ SET ยืนอยู่ในด้านบวกได้ตลอดทั้งวัน ส่วนเช้านี้ Sentiment ที่ดีจากตลาดหุ้นต่างประเทศน่า
จะสามารถช่วยเสริมให้นักลงทุนยังมีความมั่นใจต่อเนื่อง และทำให้ SET สามารถขยับขึ้นไป
แกว่งในด้านบวกได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตามจากแรงขายที่บริเวณ 930-935 จุดที่เราเห็นเมื่อวานนี้
ประกอบกับความวิตกต่อปัญหาของแบงก์ในยุโรปที่ยังกดดันตลาดอยู่ ทำให้ FSS คาดว่าที่
บริเวณดังกล่าวยังต้องระวังจังหวะแกว่งตัวผันผวนของ SET และยังมีโอกาสที่ดัชนีจะย้อนลงมา
ปิดวันเป็นบวกเพียงเล็กน้อย หรืออาจถึงขั้นปิดวันเป็นลบได้อยู่ นอกจากนี้ในช่วงสัปดาห์หน้าเรา
ยังคาดหมายว่า SET จะอยู่ระหว่างการแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 900-950 จุดต่อเนื่องได้ ดังนั้น
ถึงแม้ว่า SET สามารถผ่าน 935 จุดขึ้นไป เพื่อลุ้นขยับหา 945-950 จุดต่อ แต่ก็ยังแนะนำให้
ตามระวังแรงขายจากแนวต้านต่างๆ กดดันให้ตลาดแกว่งตัวย้อนลงอยู่ ดังนั้นช่วงนี้จึงควรเน้นเป็น
เทรดดิ้งเล่นตามรอบมากกว่า
กลยุทธ์: ถ้าตลาดรีบาวด์ขึ้นน่าแบ่งส่วนขายทำกำไรบ้างโดยเฉพาะแถว 930-935 จุด
และ 945(+/-) เพื่อลดความเสี่ยงจากโอกาสผันผวนของ SET สำหรับรายชื่อหุ้นที่ยังน่าสนใจ
เพราะราคาตลาดยังต่ำกว่าราคาตามปัจจัยพื้นฐานมากๆ ได้แก่ KCE, TASCO, AMATA,
HANA, GFPT, DELTA, SCB, PTTEP, CPALL, VNG, PS, SPALI, GLOBAL,
SEAFCO, LPN, IRPC, GLOW, TTW, QH, PTTAR และ BANPU เป็นต้น

ประเด็นสำคัญวันนี้
• (+) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ส.ค. โตสูงสุดในรอบ 3 ปี 8 เดือน โดยอยู่ที่
80.8 เป็นการปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันนับจากหลังเหตุการณ์ความรุนแรง
ทางการเมืองเป็นต้นมา โดยเฉพาะดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับสถานการณ์ในอนาคตที่ปรับตัวดี
ขึ้นมาก หุ้น Domestic plays ยังเป็นหุ้นที่เราชอบและน่าลงทุน (CPALL, )
• (+) LANNA แผนการขยายธรกิจเหมืองมีความชัดเจนมากขึ้น โดยคาดว่าจะซื้อ
เหมืองถ่านหินอีก 3 เหมืองในอินโดนีเชียและหลังจากนั้นจะนำเหมืองเหล่านี้เข้าจดทะเบียนใน
ตลาดหุ้นอินโดนีเชียในอีก 2 ปีข้างหน้า คาดว่าน่าจะสรุปได้ 1 เหมืองภายในสิ้นปีนี้ซึ่งจะทำให้
กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 2 ล้านตัน/ปี (+50-60%) กำไรจะเพิ่มอีกปีละ 280 – 300 ล้านบาท
ราคาเป้าหมายมีโอกาสเพิ่มขึ้นเป็น 32 บาท อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันยังต่ำกว่าราคาเป้า
หมาย 24 บาทซึ่งอิงจากเหมืองที่มีในปัจจุบัน จึงแนะนำซื้อ
• (+) ค่าธรรมเนียมแบงก์ ที่ประชุมมีมติปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนอิเล็กทรอนิกส์
รายย่อยระหว่างธนาคารเป็นอัตราเดียวที่ 12 บาท จากเดิมคิดตามวงเงิน มีผล 15 ธ.ค. นี้ ธปท.
คาดจะทำให้แบงก์สูญรายได้ 100 ลบ./ปี คิดเป็น 1% ของรายได้ค่าธรรมเนียมรวม และ 0.1%
ของกำไรทั้งกลุ่ม ส่วนค่าธรรมเนียมโอนข้ามเขตยังไม่ได้ข้อสรุป แต่คาดว่าน่าจะเริ่มใช้ใน
2Q11 กรณีแย่สุดจะส่งผลกระทบต่อกำไรทั้งกลุ่มเพียง 6-8% (BBL และ KTB กระทบมากสุด
TISCO, TCAP, KK น้อยสุด) เรื่องการลดค่าธรรมเนียมไม่ถึงกับทำให้เราเปลี่ยนมุมมองหรือ
ปรับประมาณการ เพราะปัจจัยบวกที่มีมากกว่ามาก เรายังแนะนำ KBANK, SCB เป็นหุ้นเด่น
• Fund Flow วานนี้ยังไหลออกเล็กน้อยในตลาดภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติ
ขายสุทธิหนักในตลาดหุ้นเกาหลีใต้เพียงตลาดเดียว ขณะที่ซื้อสุทธิในตลาดอื่นๆ อย่างไรก็ตาม
ความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปยังไม่จางหาย ดังนั้นกระแสเงิน
ทุนจากต่างชาติจะยังมีแนวโน้มไหลเข้าประเทศเอเชียอย่างต่อเนื่องเช่นกัน แม้จะไม่ได้ลงทุนใน
ตลาดหุ้นโดยตรง แต่ส่วนใหญ่เข้าลงทุนในตลาดพันธบัตรเสียเป็นส่วนใหญ่ ค่าเงินเอเชียทุก
ประเทศในเอเชียจะแข็งค่าต่อเนื่องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามการแข็งค่าของเงิน
เอเชียและเงินบาทอย่างรวดเร็วในช่วงนี้ อาจทำให้นักลงทุนหวั่นเกรงว่าธนาคารกลางจะแทรก
แซงหรือควบคุ้มการไหลเข้าเงินทุนต่างประเทศ แต่เรากลับมองว่าการเข้าควบคุ้มหรือแทรกแซง
คงทำได้ลำบาก เพราะแม้กระทั่งญี่ปุ่นยังไม่สามารถควบคุ้มได้ค่าเงินเยนยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง
เช่นกัน ดังนั้นเราก็ยังเชื่อว่ากระแสเงินทุนต่างชาติก็จะยังไหลเข้าต่อเนื่อง แต่โอกาสการปรับขึ้น
ดอกเบี้ยในประเทศอาจจะล่าช้าออกไปเท่านั้น

Technical View : “ดัชนีวิ่งขึ้นไปชนแนวต้านแถว 930-935 จุดอีกครั้ง แต่ยังมีแรงขาย
กดดัน ทำให้ยิ่งเพิ่มความสำคัญให้กับแนวต้านดังกล่าว ดังนั้นช่วงนี้ถ้าดีดขึ้นอีกก็ยังต้องตามระวัง
แรงขายที่อาจกดดันให้ไหลลงหาแนวรับต่างๆ อีกครั้งอยู่...”
แนวรับ : 915*** , 905-900**
แนวต้าน : 930-935*** , 940-945* , 950**

Technical Picks:
LPN (Bt 9.90 เป้าเทคนิค 11-12 cut loss ถ้าหลุด 9.50)
LANNA (Bt 19.90 เป้าเทคนิค 23 cut loss ถ้าหลุด 19.50)
NNCL (Bt 1.61 เป้าเทคนิค 1.77-1.87 cut loss ถ้าหลุด 1.57)




เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 10/09/10 เวลา 9:44:32

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น