วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 10/09/53

ตลาดไทย: อาจขึ้นกับการตัดสินใจสกัดเงินเข้ากันบาทแข็ง
ตลาดไทยอุตสาห์กลับไปลบจนได้ ยังฟอร์มลักษณะการขึ้นได้ไม่ดี หุ้นใหญ่มีเพียง
BANPU, PTTCH, IVL เท่านั้นที่ขึ้นนำตลาดดีกว่าตัวอื่น เป็นการขึ้นเพราะ Beliefในตัวบริษัท
เป็นราย ๆ ไป เราเกรงว่าไม่ใช่การขึ้นที่สมบูรณ์แบบ ด้วย Fund Flowหรือ Fundamental
มองในแง่หนึ่งก็ยังมีความปลอดภัยสูง เพราะหลายหุ้นยังไม่ขึ้นตามพื้นฐาน เช่น PTT, PTTEP,
และกลุ่มธนาคาร แต่หากมองอีกแง่หนึ่ง เป็นไปได้ว่าเราหวังมากไปกับ Fund Flow ซึ่งไม่ได้มา
มากอย่างที่คาดคิด สังเกตได้ว่าแรงซื้อกลุ่มธนาคารเหมือนมีวิตกกังวล ซึ่งหากพิจารณาเรื่องค่า
ธรรมเนียมที่อาจปรับเปลี่ยน ที่ออกมาแล้วไม่มีผลกระทบ ส่วนที่เตรียมจะออกมีผลเต็มที่ไม่เกิน
5% แต่เราเริ่มไม่มั่นใจการไหลเข้าของเงินมาซื้อหุ้นไทย โดยเฉพาะยิ่งมีข่าวหนาหูเกี่ยวกับการ
จะออกมาตรการสกัดการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งหากใช้ดุลพินิจ เราคาดว่ารอบนี้จะไม่ออก
มาตรการกับตลาดหุ้น เพราะเงินไหลเข้าตลาดหุ้นนับจากต้นปีมี 41,000 ล้านบาท ขณะที่เงิน
ไหลเข้าตลาดพันธบัตร มากถึง 141,000 ล้านบาท หากจะมีมาตรการออกมาคาดว่าจะตรงไป
กระทบตลาดพันธบัตรก่อนตลาดหุ้น เรื่องดังกล่าวให้ผล 2 ทางต่อตลาดหุ้น คือ 1. อาจทำให้เงิน
จากตลาดพันธบัตรวิ่งไหลเข้าตลาดหุ้นแทนที่ด้วยอัตราเร่ง หุ้นยิ่งขึ้นเร็วขึ้นไปอีก หรือ 2.เงินใหม่
ไม่ถูกใส่เข้ามาอีกแล้วในประเทศไทย ทำให้ตลาดหุ้นเองก็อาจถูกเทขายนำเงินออกไป
ลงทุนที่อื่นแทนตามตลาดพันธบัตรไปด้วย
กรอบวันนี้ แนวรับ 915 แนวต้าน 932
ปัจจัยวันนี้: ถนนทุกสายยังวิ่งไป BANPU ได้อีก 60-80 บาท

Market Summary
( - ) ค่าเงินบาท: แข็งค่าอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะตั้งแต่เดือน ส.ค. เป็นต้นมาแข็งค่าขึ้นมา
4.44% เมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ และทำให้ตั้งแต่ต้นปีบาทแข็งค่าแล้ว 7.51% ซึ่งถือว่า
แข็งค่ามากที่สุดในภูมิภาคในขณะนี้ ทำให้เราคาดว่าธปท.อาจจะมีการพิจารณาออกมาตรการ
เพื่อชะลอการแข็งค่าของค่าเงิน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและช่วยผู้ส่งออกที่ได้รับผล
กระทบ ซึ่งเราคาดว่ามาตรการอาจจะออกมาในลักษณะเก็บภาษีจาก Capital Gain ทั้งในส่วน
ของพันธบัตร และยังไม่แน่ใจว่าจะรวมไปถึงตลาดหุ้นด้วยหรือไม่ ซึ่งจะทำให้เงินทุนที่จะไหลเข้า
มาเก็งกำไรชะลอลงเนื่องจากต้นทุนสูงขึ้น สำหรับผลกระทบต่อตลาดหุ้นอาจทำให้เงินที่จะไหล
เข้าใหม่ชะลอตัวลงแค่คาดว่าตลาดไม่น่าจะปรับตัวลงแรงมากนัก หากไม่มีการใช้มาตรการที่
รุนแรงจนเกินไป อีกทั้งบทเรียนเมื่อครั้ง ธ.ค.49 การดำเนินมาตรการก็ช่วยสกัดบาทแข็งได้เพียง
ชั่วคราว แต่ผ่านไปสักพัก บาทก็แข็งค่าอย่างหนัก ดังนั้นทางที่ดีน้ำเชี่ยวยังไม่ควรนำเรือไปขวาง
อีกทั้ง ธปท.ก็ได้ทำการศึกษาและรับรู้มานานพอสมควรแล้วว่าระดับเศรษฐกิจของไทย ค่าเงิน
บาทที่ควรเป็นไปจะอยู่ที่ 29.2 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ
(+) BANPU: ได้เริ่มมีการดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่ง Centennial (CEY)
โดยภาระหนี้สูง เริ่มจากการขายสัดส่วนการลงทุนของ ITMG 8.72% จาก 73.72%เหลือ 65%
ได้เงินมา 395 ล้านเหรียญฯ เพื่อช่วยลดภาระหนี้ที่ต้องจ่ายซื้อ CEY และอาจมีการปรับลดการลง
ทุนที่เหมืองในจีนตามมาอีก ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเราต้องบอกว่าผู้บริหาร BANPU มอง CEY ดี
กว่าที่เรามอง อย่างไรก็ตามยังต้องขอเวลาพิสูจน์ความสามารถทำกำไรของ CEY ให้คุ้มค่ากับ
ภาระหนี้ที่จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมาก BANPU ณ ราคานี้ยังคง Undervalue แนะนำซื้อ เป้าหมาย
728 บาท รอการประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลในช่วงเร็ว ๆ นี้ เราคาดว่า 1H53 จ่าย 8 บาท
และ2H53 อีก 8 บาท





เรียบเรียง โดย สุกัญญา ลาสุธรรม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 10/09/10 เวลา 9:44:25

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น