วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 09/09/53

ถ้าทยอยเข้ารับไปบ้างแล้ว จังหวะดีดขึ้นของตลาดน่าแบ่งส่วนทำกำไรบ้าง...
แนวโน้ม: หลังจากช่วงบ่ายศาลปกครองกลางแจ้งว่าไม่รับฟ้อง กรณีที่สหภาพแรงงานรัฐ
วิสาหกิจของ กสท. ยื่นฟ้องขอให้มีคำสั่งยกเลิกการเปิดประมูล 3G ของ กทช. แล้วนั้น ทำให้มี
แรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มสื่อสารพอควร ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยในภาคบ่ายขยับตัวดีขึ้นจากช่วง
เช้าพอควร ก่อนที่แรงซื้อจะเริ่มทยอยเข้าในหุ้นกลุ่มอื่นๆ ต่อ โดยรวมถึงกลุ่มแบงก์ และพลังงาน
ด้วย ทำให้ SET ขยับกลับขึ้นมาปิดทรงตัวจากวันก่อนหน้า หลังจากที่ระหว่างวันไหลลงไปเป็นลบ
กว่า 8 จุด ขณะที่เช้านี้ตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปเริ่มพลิกกลับมาปิดเป็นบวกได้ด้วย จากการที่นัก
ลงทุนเริ่มคลายความกังวลต่อปัญหาของแบงก์ในยุโรปลงบ้าง ทำให้ FSS คาดว่าหลังจาก SET
ปรับพักตัวลงไปใกล้บริเวณ 910 จุด(+/-) แล้ววานนี้ ก็น่าที่จะมีโอกาสรีบาวด์กลับขึ้นได้บ้าง แต่
เนื่องจากนักลงทุนต่างประเทศเริ่มกลับมามียอดขายสุทธิในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ทำให้เราแนะนำ
ว่ายังต้องระมัดระวังจังหวะแกว่งตัวผันผวนของ SET ในช่วงรีบาวด์กลับไว้ด้วย โดยจุดที่ต้องระวัง
แรงขายมากเป็นพิเศษคือบริเวณ 930-935 จุดที่เป็นจุดสูงสุดของตลาดในสัปดาห์ที่แล้ว
กลยุทธ์: หลังจากทยอยเลือกหุ้นเข้ารับไปบ้างแล้ว ช่วงนี้ถ้ารีบาวด์ขึ้นอาจแบ่งส่วนขายทำ
กำไรบ้างโดยเฉพาะแถว 930-935 จุด เพื่อลดความเสี่ยงจากโอกาสผันผวนของ SET โดยหุ้นที่
ราคาตลาดยังต่ำกว่าราคาตามปัจจัยพื้นฐานมากๆ ได้แก่ KCE, TASCO, HANA, GFPT,
AMATA, SITHAI, PTTEP, DELTA, SPALI, LPN, SEAFCO, PS, SCB, CPALL,
TSTH, GLOBAL, BANPU, IRPC, PTTAR และ GLOW เป็นต้น

ประเด็นสำคัญวันนี้
• (+) MAJOR ราคาหุ้นที่ปรับลงมาเกือบ 10% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นโอกาส
ให้ซื้ออีกครั้ง เราประเมินราคาเป้าหมาย 14.80 บาท มี upside 15.6% จากราคาหุ้นปัจจุบัน
แนวโน้มกำไรของ MAJOR ในครึ่งปีหลังยังเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกทั้งจากหนังฟอร์มใหญ่
ที่ทยอยเข้าฉายและราคาตั๋วเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะทำให้รายได้จากการขายป๊อปคอร์นและเครื่อง
ดื่มดีตามไปด้วย นอกจากนี้ การโฆษณาในโรงหนังมียอดจองอย่างแข็งแกร่งและมีแนวโน้มว่า
อาจดีกว่าที่เราคาดซึ่งก็จะกลายเป็น Positive upside ของบริษัทเพราะธุรกิจโฆษณามีสัดส่วน
เพียง 10% ของรายได้รวมแต่มีสัดส่วนกำไรถึงประมาณครึ่งหนึ่งของกำไรรวมของบริษัท
• (+) TUF กำหนดราคาหุ้นเพิ่มทุนที่ 50 บาท โดยจัดสรรในอัตราส่วน 20 หุ้นเดิมต่อ
1 หุ้นใหม่ XR 20 ก.ย. จ่ายเงิน 11-15 ต.ค. ข่าวนี้ไม่ใช่ข่าวใหม่ เป็นแผนการจัดหาเงินทุนเพื่อ
ซื้อ MWB ซึ่งเรามองเป็นบวกเพราะเพิ่มทุนน้อยมาก แม้ว่าหลังจากนี้จะเพิ่มทุนแบบ PP และ
ออกหุ้นกู้แปลงสภาพอีก แต่รวมจำนวนหุ้นใหม่แล้วมี dilution เพียง 13% ชดเชยได้จากกำไรปี
หน้าที่โตถึง 32% เราประเมินเป้าหมายปีหน้าที่ 70 บาท แนะนำซื้อ สำหรับผู้ที่มีหุ้นอยู่แล้ว แนะ
นำให้จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนเช่นกัน
• (+) TSTH ราคาเหล็กในจีนในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับขึ้นค่อนข้างมาก เหล็กเส้น
+6.5% W-W เหล็กแผ่น +5% W-W เพราะโรงงานเหล็กขนาดเล็กที่ผลิตไม่ได้ประสิทธิภาพถูก
ปิดไปกว่า 10 โรงงาน สำหรับความต้องการเหล็กเส้นในประเทศยังคงฟื้นตัวต่อเนื่องจากการ
สร้างบ้านและคอนโด รวมทั้งรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ที่กำลังทยอยเข้ามา เราคาดว่ากำไรใน 2Q10
(สิ้นสุด ก.ย.) จะเริ่มดีขึ้น เราแนะนำซื้อโดยมีราคาเป้าหมาย 2.20 บาท
• Fund Flow วานนี้กระแสเงินทุนจากต่างชาติกลับมาเป็นขายสุทธิในตลาดภูมิภาค
เล็กน้อย หลังจากซื้อสุทธิ 4 วันติดต่อกัน เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยงกับระบบธนาคารในยุโรป
ที่อาจต้องเพิ่มทุนและสภาพคล่องมากขึ้นตามกฎเกณฑ์ใหม่ที่เข็มงวดมากขึ้น ซึ่งเราก็เชื่อว่าเป็น
ผลกระทบด้านในเชิงจิตวิทยาการลงทุนชั่วคราวเท่านั้น เพราะการเข้มงวดในกฎเกณฑ์ของ
ธนาคารไม่ได้รับผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจยุโรปแต่อย่างใด ดังนั้นแนวโน้มกระแสเงินทุน
จากต่างชาติจะยังไหลเข้าภูมิภาคเอเชียอย่างหลีเลี่ยงไม่ได้ เพียงแต่ว่าเม็ดเงินที่ไหลเข้าอาจยัง
ไม่ได้เข้าที่ตลาดหุ้นอย่างจริงจังเพราะตลาดหุ้นมีความเสี่ยงมากกว่าตลาดพันธบัตร แต่ผลกระทบ
ที่เห็นชัดที่สุดคือ ค่าเงินเอเชียและค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่องในช่วงสั้นนี้จะกระทบต่อธุรกิจ
ส่งออกได้ แต่ท้ายที่สุดเชื่อว่าก็ยังมีเม็ดเงินบางส่วนที่ไหลเข้าตลาดหุ้นบ้างไม่มากก็น้อยและอาจ
ไม่ต่อเนื่องแล้วแต่จังหวะ

Technical View : “ตลาดไหลลงไปแตะกรอบแนวรับ 915-910 จุด แล้วเริ่มมีแรงซื้อ
ให้เห็น แต่ถือว่ายังไม่หนักแน่นเพียงพอที่จะลุ้นขึ้นต่อทันที ดังนั้นช่วงนี้ยังต้องตามระวังแรงขาย
จากแนวต้านแรกกดดันให้ย้อนลงหาแนวรับอีกรอบอยู่...”
แนวรับ : 920-915*** , 905-900**
แนวต้าน : 930-935*** , 940-945* , 950**

Technical Picks:
TICON (Bt 13.60 เป้าเทคนิค 15.30 cut loss ถ้าหลุด 13)
SAMTEL (Bt 10.10 เป้าเทคนิค 12.20 cut loss ถ้าหลุด 9.60)
TSTH (Bt 1.89 เป้าเทคนิค 2.10 cut loss ถ้าหลุด 1.85)




เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 09/09/10 เวลา 10:24:41

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น